
ฮุนเซนวอนยูเอ็นระงับเขมรปะทะไทย
ทีวีBAYONของเขมรอ่านแถลงการณ์"ฮุนเซน"วอนยูเอ็นเข้ามาระงับความขัดแย้งเขมรกับไทยยกเหตุการณ์อดีตละเอียดหยิบ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุรัฐบาลเร่งเจรจากับกัมพูชา เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมยืนยันยังสามารถแก้ปัญหาแบบทวิภาคีได้
(7ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.30น.ของวันที่ 6 ก.พ. BAYON TV ทีวีกัมพูชา ได้อ่านแถลงการณ์ของสมเด็จฮุน เซน เรียกร้องประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ให้เรียกประชุมคณะมนตรีฯ นัดฉุกเฉิน เพื่อช่วยยุติปัญหาภายหลังเกิดการปะทะกันบริเวณชายแดนสองประเทศเป็นรอบที่สาม
เนื้อหาหลักๆ ของแถลงการณ์มีการอธิบายรายละเอียดของสถานการณ์การปะทุที่ชายแดนระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย รายงานว่าเหตุการณ์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ระหว่างเวลา 15.00-17.00 น. และเป็นการลำดับเหตุการณ์ขึ้นมาเรื่อยๆ
ในแถลงการณ์ของสมเด็จฮุน เซน ระบุว่า การเผชิญหน้าและการรุกรานอย่างโจ่งแจ้งนี้ ทหารกัมพูชาไม่มีทางเลือก จะต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองและภายใต้คำสั่งให้ปกป้องอธิปไตย และบูรณาภาพแห่งดินแดน และมีการย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อวันที่ 3 เมษายนปีที่แล้ว ที่บอกว่า ประเทศไทยได้รุกรานกัมพูชาใน 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ปี 2008 และ 2009 โดยระบุว่าการรุกรานของไทยอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมาทำให้เกิดความเสียหายต่อกัมพูชา และต่อตัวปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2008 โดยปีกด้านหนึ่งของปราสาทถึงกับพังทลายลงมา
ท้ายของเอกสารฉบับนี้ สมเด็จฮุน เซน ได้ขอร้องให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ทำจดหมายเวียนเพื่อชี้แจงไปยัง 5 สมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคง โดยขอให้แจ้งเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ
"ชวนนท์"ระบุเร่งเจรจาและใช้การทูตเพื่อคลี่คลายสถานการณ์
นายชวนนท์ โกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เร่งประสานเพื่อทำความเข้าใจ และให้หยุดการปะทะ เพื่อลดความสูญเสีย ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม นโยบายของรัฐบาลจะแก้ปัญหาโดยสันติวิธี นอกจากนี้ ยังกำชับให้ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ โดยมอบให้กระทรวงมหาดไทยดูแลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการอพยพประชาชนมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
ส่วนการพบปะของประธานธิบดีของอินโดนีเซียกับผู้นำกัมพูชาในวันพรุ่งนี้(7 กพ) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ถือเป็นความห่วงใย ในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียน แต่ยืนยันว่า ไทยยังสามารถแก้ปัญหาได้ในการเจรจาแบบทวิภาคี



