ข่าว

คลังเลื่อนขายบอนด์ออมทรัพย์แสนล้านหวั่นเงินคงคลังท่วม-เล็งดึงใช้แทนกู้ชดเชยขาดดุล

คลังเลื่อนขายบอนด์ออมทรัพย์แสนล้านหวั่นเงินคงคลังท่วม-เล็งดึงใช้แทนกู้ชดเชยขาดดุล

07 ก.พ. 2554

สบน.เลื่อนขายบอนด์ออมทรัพย์แสนล้านบาทไม่มีกำหนด เหตุเงินคงคลัง 2.5 แสนล้านบาทสูงเกินความจำเป็นแถมไม่ได้ผลตอบแทน ระบุต้องลดปริมาณให้เหมาะสมก่อน พร้อมส่งพันธบัตรอิงเงินเฟ้อ-อายุ 50 ปีออกขาย

 นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.จะเลื่อนการเสนอขายพันธบัตรออมทรัพย์วงเงินไม่เกิน 1 แสนล้านบาทออกไปก่อนจากแผนเดิมที่คาดว่าจะสามารถเสนอขายได้ประมาณเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เพราะต้องบริหารระดับเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อน เนื่องจากปัจจุบันเงินคงคลังมีสูงถึง 2.5 แสนล้านบาทจากการจัดเก็บรายได้ที่เข้ามาสูงกว่าเป้าหมาย ขณะที่เงินจำนวนดังกล่าวเก็บไว้โดยไม่ได้รับผลตอบแทน เพราะติดข้อกฎหมายที่ระบุว่าจะต้องนำเงินคงคลังไปฝากในบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยไม่ได้รับดอกเบี้ย

 ทั้งนี้ มองว่าระดับเงินคงคลังที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 70,000-100,000 ล้านบาทเท่านั้น เพื่อให้เพียงพอรองรับกับค่าใช้จ่ายที่เป็นรายจ่ายประจำต่างๆ ดังนั้นเพื่อบริหารเงินคงคลังให้เกิดประโยชน์ตามนโยบายของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในแผนการระดมทุนของสบน.จึงงดออกตั๋วเงินคลังเพิ่มเติมในแต่ละเดือนที่ครบกำหนดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อไม่ให้เงินคงคลังเพิ่มขึ้นอีก และยังทำให้เงินคงคลังลดลงด้วย เพราะต้องนำเงินคงคลังออกไปทดแทนส่วนที่เป็นรายจ่ายตามกรอบวงเงินงบประมาณที่บรรจุในพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ผ่านสภาแล้ว

 “ตามแผนการออกตั๋วเงินคลัง 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดทุกเดือน เราก็จะไม่ออกเพิ่มเติมอีก เพราะถ้าออกเพิ่มก็ยิ่งทำให้ระดับเงินคงคลังเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ได้ผลตอบแทนอะไร ขณะที่ปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลยังขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท ดังนั้นก็ควรที่จะนำเงินคงคลังมาใช้แทนการกู้ยืมเงินเข้ามาชดเชยการขาดดุลงบประมาณ เพื่อลดภาระต้นทุนในการกู้ยืมเพิ่มเติมด้วย จึงเห็นว่าความจำเป็นที่จะออกพันธบัตรออมทรัพย์ขณะนี้ก็ยังไม่มี แต่จะทำเมื่อเห็นว่าระดับเงินคงคลังได้ลดลงถึงจุดที่เหมาะสมแล้ว” นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

 ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นนั้น สบน.จะหันมากู้ระยะยาวมากขึ้น โดยพันธบัตรที่สั้นที่สุดขณะนี้มีอายุ 4 ปี ส่วนการกู้ยืมระยะสั้นให้เป็นหน้าที่ของธปท. เนื่องจากขณะนี้ดอกเบี้ยระยะสั้นปรับขึ้นจาก 0.5% มาเป็น 2.25% ตามดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับขึ้นไปแล้ว 2 ครั้ง ขณะที่ดอกเบี้ยระยะยาวของพันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 3.8-3.9% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยังเดินหน้าออกพันธบัตรอ้างอิงเงินเฟ้อวงเงิน 5,000 ล้านบาท ปลายเดือนมีนาคมนี้เพื่อเป็นการทดสอบตลาด หลังจากนั้นในเดือนเมษายนจะออกพันธบัตรอายุ 50 ปี วงเงิน 3,500 ล้านบาท ขายให้นักลงทุนสถาบัน