ข่าว

ข้าวของแพงกระทบแรงต่อสังคม

ข้าวของแพงกระทบแรงต่อสังคม

07 ก.พ. 2554

ตัวเลขเศรษฐกิจวิ่งฉิว ส่งออกล้ำหน้าเงินตราเข้าประเทศก้อนใหญ่ ตรงกันข้ามกับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของเราๆ กลับสูงขึ้น สูงขึ้น น้ำมันราคาแพงปรับขึ้นทุกวี่ทุกวัน ไล่รวมไปถึงเครื่องอุปโภคที่พุ่งสูงทั้งน้ำมันพืช น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทรายที่จำกัดเพียงครอ

 เรื่องราวนี้จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมมากน้อยเพียงใด ลองไปฟังความเห็น เริ่มจาก "คุณหญิง" ม.ล.อุบลวดี ชยางกูร สาวสังคมคนดัง ที่บอกว่า เธอเป็นคนจับจ่ายซื้อของเข้าบ้านเองทุกครั้ง ด้วยเมื่อแม่บ้านบอกว่าสิ่งใดขาดก็จะซื้อไปเติม ตอนนี้ชีวิตยากขึ้นต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตบ่อยขึ้น ด้วยเขาจำกัดจำนวนการซื้อน้ำมันซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิต โดยจำกัดเพียงบ้านละขวด และบางครั้งก็ไม่มีวางจำหน่ายในชั้นด้วยซ้ำ หรืออย่างน้ำตาลทรายก็กำหนดไว้ว่าห้ามเกิน 3 ถุงต่อบ้าน จึงเป็นปัญหาสำหรับทุกๆ บ้านในตอนนี้

 "อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไข เพราะเรื่องเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนจริงๆ และทุกๆ คนด้วย ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตยากขึ้นต้องไปหาซื้อของเพื่อมาใช้ในบ้านบ่อยขึ้น ยิ่งพอไปถึงของที่ต้องการอย่างน้ำมันหรือน้ำตาลทรายไม่มี ก็เกิดความกังวล อยากให้เร่งแก้ไขนะ" คุณหญิง ให้ความเห็น

 ด้านเจ้าของร้านเพชรแบรนด์ดัง เจมส์ พีซ บาย ชูชัย กับ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ แสดงความคิดเห็นว่า อย่างปีที่ผ่านมาส่วนตัวเข้าใจว่าจะไม่ได้เพราะตัวเองก็ตรงกับปีชงด้วย แต่ตรงกันข้ามทุกอย่างดีหมด เปิดสาขาร้านเพชรได้มากถึง 4 สาขา แล้วก็ยังซื้อที่ดินได้เพิ่มอีก รวมไปถึงยอดการซื้อเพชรในแบรนด์ระดับสูงก็ยังขายดีจนมาถึงสิ้นปีเลยทีเดียว แต่เมื่อสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยอดขายในร้านสำหรับลูกค้าเศรษฐียอดตกอย่างมากจนทำเอาตกใจ ทั้งนี้ก็มองว่าอาจจะเป็นเพราะผลของเศรษฐกิจโลก หุ้นตก น้ำมันราคาแพง รวมไปถึงเจ้าของกิจการก็อาจจะเก็บเงินไว้แต๊ะเอียพนักงานในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา จึงไม่กล้าที่จะใช้เงินกันมากนัก

 "ยิ่งตอนนี้ข้าวของแพงถามว่ากระทบส่วนตัวหรือไม่ ก็ตอบว่ายังไม่ส่งผลกระทบมากนัก ด้วยรายได้ที่ได้รับค่อนข้างสูง แต่ที่เป็นห่วงคือคนระดับล่างที่ต้องลำบากและทุกข์เพราะข้าวของแพงมากขึ้นอย่างที่เห็น ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนจะยิ่งห่างมากขึ้น ก็อยากให้รัฐบาลเร่งปรับปรุง เร่งแก้ไขปัญหาการเมืองให้นิ่งสักที เพราะถ้าการเมืองไม่นิ่งทุกสิ่งก็จะเดินหน้าไปยาก รวมไปถึงที่บอกว่าการส่งออกดีก็อยากให้มองว่าเจ้าของกิจการส่งออกเหล่านั้นเป็นคนไทยหรือเปล่า เท่าที่เห็นจะเป็นคนต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ เงินตราก็ไหลออกอยู่ดี ซึ่งถ้าคนไทยเป็นเจ้าของกิจการเองการหมุนเวียน การใช้เงินจับจ่ายใช้สอยก็จะได้กระจายไปได้ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน" เจ้าของร้านเพชรคนดัง ให้ความเห็น

 ในขณะที่ทายาทห้างทองฮั่ว เซ่ง เฮง อย่าง "บี" อนงค์รัตน์ พสวงศ์ ซึ่งชื่นชอบการทำอาหารบอกว่า ปกติจะจับจ่ายตลาดเองทุกสัปดาห์ ของที่ซื้อหาเป็นประจำก็อย่างไข่ไก่ แป้ง น้ำมันมะกอก นม เป็นต้น แต่ยอมรับว่าไม่ได้พิจารณาราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างละเอียด เพราะซื้อในปริมาณน้อย แต่ก็รู้สึกว่าข้าวของราคาแพงขึ้นกว่าเมื่อก่อน ด้วยความที่ชอบทำขนม ทำให้ต้องปรับสูตรบ้าง คืออาจจะลดความหวานลงเล็กน้อย หรือสูตรไหนที่ต้องใช้ไข่ไก่ ก็อาจต้องใช้น้อยลง หรือลดปริมาณการทำขนมประเภทนั้นๆ ใช้วิธีพลิกแพลง

 "มันเป็นสิ่งที่ต้องทำใจ อย่างน้ำมันรู้สึกว่าแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บีจะปรับวิธีซื้อด้วยการหันไปใช้น้ำมันที่ไม่แพง หรือน้ำมันมะกอก ก็ใช้น้ำมันถั่วเหลืองแทนได้ บีว่ารัฐบาลได้พยายามแก้อยู่แล้ว ส่วนตัวถ้ามีโอกาสจะเช็กเองทุกอาทิตย์เพราะซื้อของเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต คิดว่าน่าจะเจอวิกฤติแบบนี้ไปสักพัก หลังปีหน้าน่าจะดีขึ้น 

 ก็อยากให้เลือกซื้อแล้วแต่ความจำเป็น ถ้าต้องซื้อเพื่อนำไปค้าขายอย่างร้านอาหาร ถ้ายี่ห้อนี้แพงหรือประเภทนี้แพง ก็ซื้ออย่างอื่นที่เกรดใกล้เคียงกันผสมผสานกันได้ โดยเฉพาะน้ำมันใช้น้อยๆ หน่อยก็ดี ปรุงด้วยวิธีอื่นต้ม นึ่ง ย่าง ก็จะลดไขมันในร่างกาย ทำให้ไม่อ้วน สุขภาพดีขึ้นด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นอย่ายึดติด" ทายาทห้างทอง ซึ่งรักการปรุงอาหาร แนะ

  ส่วนแม่บ้านยังสวย "แอร์" ปวิตา โตทับเที่ยง ยอมรับว่าส่วนใหญ่จะสนใจข่าวที่ใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อครอบครัวเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของเธอไม่น้อยเลยทีเดียว

 "จริงๆ แล้วคุณเสริม (ไกรเสริม โตทับเที่ยง) ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร แน่นอนว่าต้องได้รับผลกระทบโดยเฉพาะราคาต้นทุนที่ต้องเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวของเรามาก แอร์ เป็นแม่บ้าน พอทราบข่าวไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น น้ำตาลที่จำกัดการซื้อ หรือไข่ที่เริ่มชั่งกิโลขาย ทำให้แอร์คิดว่ามาตรการเหล่านี้ที่มีขึ้นมา จะทำให้ผู้บริโภคสะดวกขึ้นจริงหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นข่าวสถานการณ์ในอียิปต์ซึ่งเป็นเรื่องไกลตัวระดับประเทศ ไม่ได้หมายความว่าแอร์ไม่ให้ความสำคัญ ติดตามข่าวสารด้วยแต่อาจจะไม่ได้เกาะติดเหมือนกับราคาเครื่องอุปโภคบริโภค

 ราคาสินค้าตอนนี้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดซึ่งส่งผลต่อตลาดโดยรวมในประเทศไทย แอร์เป็นแม่บ้านต้องฉลาดเลือก และละเอียดมากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ ที่สำคัญต้องรู้จักปรับเปลี่ยน และหาอะไรมาทดแทนกันให้ได้ โลกเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราเองต่างหากที่ต้องรู้จักปรับตัวเองไปตามกระแสของโลกและเรียนรู้ให้มากขึ้น เพื่อจะได้ปรับตัวไปตามกระแสได้อย่างราบรื่น" คุณแม่ลูกสองกล่าว