ข่าว

พันธมิตรกระชับพื้นที่"อภิสิทธิ์"

พันธมิตรกระชับพื้นที่"อภิสิทธิ์"

07 ก.พ. 2554

การแถลงข่าวนัดชุมนุมของ "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" นำโดย "พล.ต.จำลอง ศรีเมือง" แกนนำพันธมิตร "ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" โฆษกพันธมิตร และ "ประพันธ์ คูณมี" โฆษกการชุมนุมรวมพลังปกป้องแผ่นดิน เตรียมนัดรวมพลครั้งใหญ่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ที่บริเวณส

ถือเป็นยกระดับการชุมนุมครั้งใหญ่ เพื่อขับไล่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากบริหารราชการล้มเหลว แต่เป้าหมายของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ "จำลอง" ยังไม่ยอมเปิดเผยว่าจะเคลื่อนพลไปยังจุดไหนหรือสถานที่แห่งใด

 สำหรับสถานที่เป้าหมายที่จะเคลื่อนไปนั้น ทางแกนนำพันธมิตรจะประกาศให้ผู้ชุมนุมรู้พร้อมกันในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น. "ปานเทพ" เปิดเผยว่า สถานที่ที่จะเดินทางไปทางแกนนำหวังจะทำให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายการชุมนุมที่จะให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพิจารณาตัวเอง

 มีคำถามเกิดขึ้นทันทีทำไม "พันธมิตร" ต้องเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ และสถานที่เป้าหมายของการเคลื่อนไปรวมพลคือสถานที่แห่งใด และการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นเงื่อนไขสำคัญทำให้ "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ต้องลาออกจากตำแหน่งหรือไม่

 ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เป็นวันสำคัญทางการเมืองอย่างหนึ่งคือ เป็นวันประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา  93-98 ในวาระ 3 ส่วนมาตรา 190 นัดพิจารณาวาระ 3 ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554

 ดังนั้นสถานที่เป้าหมายการเคลื่อนพลของ "พันธมิตร" ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ "ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา"

 การประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ต้องมีเสียงสมาชิกรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิก ซึ่งขณะนี้มี ส.ส. 475 คน ส่วน ส.ว.มี 150 คน รวมสมาชิกรัฐสภา 625 คน เกินกึ่งหนึ่งคือ 314 คนขึ้นไป

 ที่สำคัญขั้นตอนการลงมติวาระ 3 กฎหมายกำหนดให้ใช้วิธี "ขานชื่อ" และลงคะแนนโดยเปิดเผยต้องใช้เวลาในการพิจารณานาน

 หาก "พันธมิตร" มีเป้าหมายการนัดรวมพลอยู่ที่รัฐสภา เชื่อว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93-98 ในวาระ 3 ย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

 ส่วนจะถึงขั้นปิดล้อมรัฐสภา เพื่อไม่ให้มีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93-98 เกี่ยวกับที่มา ส.ส.วาระ 3 หรือไม่คงต้องติดตามดู

 เพราะหากเป็นเช่นนั้นภาพการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ปิดล้อมรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ช่วงที่ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" อดีตนายกรัฐมนตรี จะแถลงนโยบายรัฐบาล จนเกิดเหตุการณ์บานปลายจากการสลายผู้ชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากอาจเป็นภาพที่เวียนกลับมาอีกครั้ง

 การยกระดับการชุมนุมของพันธมิตรครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบการใช้ "อำนาจ" ของ "นายกฯ อภิสิทธิ์" โดยเฉพาะความเข้มข้นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ปล่อยให้การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนแต่ละกลุ่มออกมา "ละเมิดสิทธิ" ของประชาชนทั่วไปโดยไม่มีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหา แถมโยนเรื่องให้ประชาชนกลับไปแก้ไขปัญหาเอาเอง

 การเคลื่อนไหวของ "พันธมิตร" ในครั้งนี้ก็เช่นกันเป้าหมายหลักไม่ใช่อยู่ที่สถานที่ "ทำเนียบ" หรือ "รัฐสภา" เพราะทั้งสองแห่งแม้ว่าจะบุกยึดปักหลักได้แล้วก็ใช่แสดงว่าผู้ยึดจะ "มีอำนาจ" เพราะอำนาจทั้งหมดอยู่ที่ตัวบุคคลคือ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ดังนั้นจุดประสงค์หลักของพันธมิตรคือต้องการทำให้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" พ้นจากอำนาจ หรือเสื่อมอำนาจ โดยพยายามลดความน่าเชื่อถือของการเป็น "ผู้นำประเทศ"

 แต่คนหรือกลุ่มคนที่จะเปลี่ยนรัฐบาลได้ต้องเป็นคนมีดุลอำนาจ เช่น กองทัพ ส่วนพันธมิตร, ประชาชนไทยหัวใจรักชาติ และกลุ่มอื่นๆ เป็นเพียงกลุ่มกดดันทางการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่กลุ่มที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เป็นเพียงเงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลง

 การเคลื่อนของ "พันธมิตร" ครั้งนี้มีจำนวนลดลง ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ที่เคยสนับสนุนพันธมิตรก็เป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเช่นกัน และการปราศรัยบนเวทีบางครั้งใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมทำให้ทำลายแนวร่วมบางส่วนไป

 หากดูความสัมพันธ์ระหว่าง "กองทัพ" กับ "รัฐบาล" วันนี้กองทัพกับรัฐบาลเดินไปด้วยกัน แต่เป้าหมายต่างกัน!

 เป้าหมายของ "กองทัพ" คือความอยู่รอดของสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขณะที่เป้าหมายของ "รัฐบาล" คือการอยู่ในอำนาจต่อไป สถานการณ์ขณะนี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่ารัฐบาลจะทำให้ชาติล่มจม แต่ตราบใดถ้ารัฐบาลทำให้ผู้นำในกองทัพรู้สึกว่ารัฐบาลเดินหน้าเพื่อรักษาอำนาจของตนเองต่อไป โดยไม่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญเรื่องเอกราชของชาติ, การทุจริตคอรัปชั่น และความแตกแยกของคนในชาติ ก็อาจมีการทบทวนท่าทีต่อรัฐบาลใหม่ก็เป็นได้

 แม้ว่า "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ผู้บัญชาการทหารบก มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รมว.กลาโหม และ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง แต่ก็แยกแยะระหว่างเรื่องชาติบ้านเมือง กับเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว

 ดังนั้นต้องจับตาดูการยกระดับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ จะเกิดเหตุการณ์บานปลายหรือไม่ แต่เชื่อว่าตราบใด "รัฐบาล" กับ "กองทัพ" ยังเดินไปด้วยกันภายใต้เงื่อนไขและเป้าหมายของ "กองทัพ" ก็น่าจะทำให้รัฐบาลอยู่ได้อีกนาน

สมถวิล เทพสวัสดิ์