
มทภ.4สั่งเข้มคุ้มครองชาวบ้าน
ขึ้นศักราช 2554 ได้ไม่นาน ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ถูกโจรใจอำมหิตฆ่าตายเป็นใบไม้ร่วง ซึ่งถ้านับเฉพาะเหตุการณ์ใหญ่ๆ ก็มีอยู่ 3 เหตุการณ์ คือ เหตุยิงพรานล่าหมูป่า 9 ศพที่ จ.ยะลา เหตุฆ่ายกครัว 4 ศพที่ จ.นราธิวาส และเหตุกราดยิง 5 ศพที่ จ.ปัตตา
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ในฐานะผู้รับผิดชอบภารกิจดูแลคุ้มครองชีวิตประชาชนในพื้นที่โดยตรงจึงถูกตั้งคำถามมากที่สุดว่า เหตุใดจึงปล่อยให้กลุ่มโจรเข่นฆ่าชาวบ้านได้ตามอำเภอใจ และแม้แต่ทหารเองก็ยังโดนยิงถล่มคาฐานที่ตั้งมาแล้ว
พล.ท.อุดมชัย ให้สัมภาษณ์กับ "คม ชัด ลึก" หลังเกิดเหตุการณ์กราดยิงชุมชนไทยพุทธ 5 ศพที่ อ.ปะนาเระ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยกล่าวย้ำว่า การลงมือของฝ่ายตรงข้ามเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการเช่นเดิม คือ
1.เพื่อต้องการสร้างความขัดแย้ง และหวาดระแวงระหว่างคนทั้ง 2 ศาสนา 2.สร้างความรุนแรงเพื่อยกระดับสถานการณ์ก่อนการประชุมองค์การการประชุมอิสลาม (Organisation of The Islamic Conference : OIC) หรือ "โอไอซี" ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้
"พอใกล้ประชุมโอไอซี เขาก็จะเร่งก่อเหตุเพื่อให้มีการยกระดับนำสถานการณ์ในพื้นที่เข้าสู่ที่ประชุม โดยไม่สนใจว่าเป้าหมายจะใครเพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐของไทยอ่อนแอ ไม่สามารถคุ้มครองชีวิตของประชาชนได้"
ส่วนสาเหตุที่ฝ่ายตรงข้ามเร่งลงมือก่อเหตุในช่วงนี้เพื่อต้องการสร้างความหวาดกลัว และดึงมวลชนกลับ หลังจากเจ้าหน้าที่ทำงานมวลชนจนประสบความสำเร็จ ทำให้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี
พล.ท.อุดมชัย กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนหลังจากนี้ว่า จะปรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจ รวมถึงพื้นที่รอยต่อ 4 อำเภอ จ.สงขลา ที่สั่งให้เพิ่มระดับความเข้มในการตรวจยานพาหนะให้มากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอส. ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านมากขึ้นเช่นกัน รวมทั้งการปิดล้อมตรวจค้นตามพื้นที่เป้าหมายต่างๆ ก็ต้องทำมากขึ้นเช่นกันเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามกระทำการนอกกฎหมาย
สำหรับรูปแบบในการก่อเหตุของคนร้ายจะมีการนัดหมายกันมารวมตัวเพื่อก่อเหตุ โดยจะมีการแบ่งกันทำงาน คือ 1.กลุ่มที่นำรถมา 2.กลุ่มที่ลงมือ 3.กลุ่มที่นำอาวุธมาให้ และ 4.กลุ่มที่คอยดูต้นทาง ซึ่งทำให้การสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ทำได้ลำบาก
พล.ท.อุดมชัย ยังกล่าวยอมรับถึง "ช่องโหว่" ในการปฏิบัติหน้าที่ว่า ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่บางส่วนปฏิบัติการในพื้นที่มานานทำให้เกิดความไว้วางใจที่มากเกินไป ซึ่งได้กำชับแล้วว่า อย่าชะล่าใจ และให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ให้มากยิ่งขึ้น
"ต่อไปนี้เวลาที่เราควรจะได้นอนก็ควรจะต้องมีให้น้อยลง และจะเพิ่มเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น" พล.ท.อุดมชัย กล่าวให้ความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับว่า กระแสความไม่พอใจของชาวบ้าน โดยเฉพาะชุมชนไทยพุทธที่ตกเป็นเหยื่อก็ต้องมีอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราก็พยายามทำความเข้าใจกับชาวบ้านทั้ง 2 กลุ่ม รวมทั้งผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนาเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว
พล.ท.อุดมชัย กล่าวยืนยันว่า สำหรับความสัมพันธ์ของประชาชนทั้ง 2 กลุ่ม ส่วนใหญ่ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่ จากการลงพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ชุมชนมาโดยตลอด ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีความเข้าใจว่า เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความหวาดระแวงต่อกัน
ส่วนท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) หลังเหตุการณ์สังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า ผบ.ทบ.กำชับให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในการดูแลประชาชน และยังให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อยู่
ขณะที่กระแสข่าวเรื่องการจ้องเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 นั้น พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า "ผมรู้สึกเฉยๆ เพราะเมื่อมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาก็มีข่าวแบบนี้ออกมาเป็นเรื่องปกติ และจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุ้มครองประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป"
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวย้ำว่า แม้จะมีสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่า หลังปรับการทำงานจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และยืนยันว่า จะไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบาย "การเมืองนำการทหาร" อย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกทางแล้ว
ทีมข่าวความมั่นคง



