ข่าว

AFPระบุไทย-เขมรขัดแย้งยังตึงเครียด

AFPระบุไทย-เขมรขัดแย้งยังตึงเครียด

06 ก.พ. 2554

สำนักข่าวเอเอฟบีรายงานไทยและกัมพูชาต่างกำลังทำงานร่วมกันเพื่อปลดชนวนความตึงเครียดบริเวณชายแดน ในเวลาเพียง 1 วัน หลังจากประเทศเพื่อบ้านทั้งสอง เห็นชอบร่วมกันที่จะยุติการสู้รบนองเลือด บริเวณใกล้ปราสาทพระวิหารที่เป็นพื้นที่พิพาท ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันภายในจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ " คนเสื้อเหลือง " ในเรื่องการรับมือกับปัญหานี้ กล่าวว่า กองทัพและกระทรวงต่างประเทศของทั้งสองประเทศ กำลังอยู่ระหว่างการทำงานเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติ

AFP ระบุว่า ขณะที่สัญญาณสถานการณ์ความตึงเครียดยังคงหลงเหลืออยู่ หลังจากเกิดการปะทะกันอย่างหนักบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร โบราณสถานในศตวรรษที่ 11 นั้น นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เมื่อมีการยิงเข้ามาในแผ่นดินไทย ทหารไทยจึงจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยและตอบโต้ไปในจุดที่ทหารกัมพูชาประจำการ ไม่ได้โจมตีกลับไปที่บ้านเรือนของราษฎรกัมพูชา แต่ก็ยืนยันเรื่องการแก้ไขปัญหาเขตแดนว่า ต้องแก้ด้วยสันติวิธี

ด้านผู้บัญชาการทหารของกัมพูชา ที่ประจำการอยู่บริเวณปราสาทพระวิหาร ระบุว่า สถานการณ์ตึงเครียด ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อม แต่กองทัพไทยและกัมพูชา ได้หารือร่วมกันเมื่อวันอาทิตย์ และกำลังทำงานร่วมกันเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น

AFP ระบุว่า ไทยกับกัมพูชา ได้ยิงปะทะกันในบริเวณปราสาทพระวิหาร ที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของ และเมื่อวันศุกร์ต่างก็กล่าวหากันและกันว่า ใช้อาวุธหนัก รวมทั้งจรวดและปืนใหญ่ยิงถล่มใส่กัน ผู้สังเกตการณ์ ระบุว่า ประเด็นปัญหาชายแดนกำลังถูกนำมาใช้กระตุ้นความรู้สึกชาตินิยมทั้งในไทยและกัมพูชา

กัมพูชาอ้างว่า มีทหาร 2 นายและพลเรือน 1 คน เสียชีวิตจากการปะทะกันเมื่อวันศุกร์ ขณะที่ไทยระบุว่า มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายแดนเสียชีวิต 1 คน แต่มีทหารไทย 1 นาย เสียชีวิตในช่วงการปะทะกันสั้น ๆ เมื่อเช้าวันเสาร์ ขณะที่สื่อของสองประเทศ ต่างตั้งข้อสงสัยว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ โดยที่สื่อมวลชนไทย รายงานว่า ทหารกัมพูชาอาจเสียชีวิตถึง 64 นาย ขณะที่ตัวเลขฝ่ายไทยมีอย่างน้อย 30 นาย

ชาวบ้านของทั้งสองฝ่ายที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน ต่างอพยพหนีตายตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุยิงปะทะในฝั่งไทยมีผู้อพยพราว 8 พันคน แต่ได้เริ่มกลับบ้านแล้วในวันนี้ เพราะสถานการณ์เริ่มดีขึ้น แต่ทั้งสองฝ่ายต่างยังคงโทษกันและกันว่า เป็นฝ่ายจุดชนวนความรุนแรงที่เลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 2 ปี ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติเพื่อนบ้าน ได้เขม็งเกลียว นับตั้งแต่องค์การยูเนสโก ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2551
 
คาดว่า สมาคมอาเซียนที่ไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิก จะทำหน้าที่เข้ามาไกล่เกลี่ยประเด็นความขัดแย้ง ขณะที่แหล่งข่าวในกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่า นายมาร์ตี้ นาทาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพหมุนเวียนจัดการประชุมสุดยอดในปีนี้ จะไปเยือนกัมพูชาในวันจันทร์ แต่ประเด็นการหารือยังไม่ได้รับการเปิดเผย ขณะที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นที่สมาคมอาเซียนจะเข้ามาแทรกแซงในประเด็นนี้