ข่าว

เตีย บันห์เสนอเร่งถกเจบีซีไทย-เขมร

เตีย บันห์เสนอเร่งถกเจบีซีไทย-เขมร

06 ก.พ. 2554

"เตีย บันห์" ยันสัมพันธ์ "ไทย-กัมพูชา"เหมือนเดิมแม้จะเกิดเหตุปะทะ ระบุสาเหตุเกิดจากกัมพูชาทำในสิ่งที่ไทยต้องการให้ปลดธง-รื้อวัดไม่ได้ เผย"นายกฯ-ผู้นำทหาร"สองประเทศสายตรงทำความเข้าใจกันแล้ว ส่วนทหารไร้ปัญหา เร่งสองฝ่ายใช้เวที"เจบีซี"เจรจาปัญหาเขตแดนหาข้อย

พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์สปริงนิวส์ ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา เนื่องจากกัมพูชาทำตามข้อเรียกร้องของไทยไม่ได้ รวมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาระหว่างสองประเทศควรเร่งเจรจาเจบีซีเพื่อหาข้อยุติเรื่องเขตแดนอย่างเป็นรูปธรรม

0 ท่านมีความเห็นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร และมองการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร

 เรื่องนี้ต้องพูดกันยาว เรื่องที่เกิดขึ้น เกิดจากความคลุมเครือมานาน จนระยะหลัง เกิดกรณีเรื่องการปักธง ให้ ทำลายวัด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก อาจพูดได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา อย่างที่รู้กันทำนองนั้น ซึ่งไม่สามารถรับได้ คือให้ทำในสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งทำไม่ได้ จึงเป็นจุดสำคัญทำให้เรื่องลุกลามถึงขั้นปะทะ เพราะเราไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องต้องการได้ ซึ่งไม่สามารถรับได้ จึงเกิดปะทะกัน
 
0 ข้อเรียกร้องจากฝ่ายไทยที่กัมพูชาสามารถทำได้ มีอะไรบ้าง
 สิ่งที่ทำได้มีมาก ที่เราเสนอและเรียกร้องมานาน คือปัญหาเขตแดน ต้องให้คณะกรรมการเขตแดน(เจบีซี)เขาทำงาน ต้องเจรจา เอาความจริงมาพูดกันว่า เป็นของใคร มีที่มาอย่างไร ก็ต้องพูดกันให้เข้าที่เข้าทาง ปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลาย แต่ที่ผ่านมามันคลุมเครือ ไม่ยอมทำกัน พอมีเจบีซีแล้ว ก็ต้องคอยสภาฯไทยอนุมัติอีก ก็รอมานาน ก็พูดยาก เพราะอ้างกันไปมา เอาแน่นอนไม่ได้ ถ้าทำได้ก็ต้องคณะกรรมการร่วม 2 ฝ่ายมาคุยกัน เอาเหตุผลหลักฐานแท้จริงมาชี้แจงกันให้ลงตัวก็น่าจะคลี่คลาย

0 การเจรจาเจบีซี และของทหารสองฝ่าย รวมทั้งระดับรัฐบาล มีทิศทางเป็นอย่างไร
 ก็ยังไม่ได้ชี้กันชัดเจน พอเกิดเหตุปะทะกันขึ้น สำหรับทางฝ่ายทหารก็ถือว่าได้เข้ามาพูดคุยพัฒนาในสิ่งที่ดี เพราะเรามาพูดคุยกันได้ด้วยเหตุผล ตกลงกันว่า ให้อดทนต่อ อย่าให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น

0 แม้จะมีการเจรจาต่อเนื่อง แต่เหตุใดทั้งสอฝ่ายยังต้องตรึงทหารอยู่ จะใช้เวลาเท่าไหร ถึงควรจะถอยร่น
 เฉพาะทหาร ผมมองว่า เกือบคลี่คลายดี เราพูดคุยกันตั้งแต่ระดับแนวหน้า ก็พูดคุยกันจริงจัง จนคลี่คลายดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทหาร

0 กำชับทางฝ่ายกลาโหมของกัมพูชาอย่างไร
 ก็กำชับในขอบเขตที่สามารถควบคุมได้ ถ้าเกินไปก็ไม่สามารถคุมได้ ก็สุดวิสัย ก็พูดยาก เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะเรื่องหลี่กเลี่ยงปะทะก็ต้องสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายเดียว ถ้าพูดกันก็ต้องพูดว่าอะไรควรไม่ควร ก็หลีกเลี่ยงได้ มีบางอย่างสุดวิสัยก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงขั้นเกิดเหตุการณ์แล้ว ก็ต้องมาแก้กันเป็นขั้นเป็นตอนต่อไปอีก
 เมื่อเรื่องมันคลุมเครือ แล้วไม่คุยกันจริงจังในเจบีซี พอไม่ชัดเจน สะสมมากขึ้นนานเข้าก็ขยาย ความยุ่งยากหนักขึ้น เราไม่อยากให้เกิด มันก็เกิดจนได้

0 จะมีการเจรจาระดับทางการทูตต่อไปหรือไม่
 ที่ผ่านมา ทางกระทรวงการต่างประเทศเขาก็กำลังหารือกันอยู่ ผลักดันให้มีการเจรจาให้ไปได้ต่อเนื่อง ให้เป็นรูปธรรม

0 หลังเหตุปะทะได้ต่อสายคุยกับใครในฝ่ายไทยหรือไม่ และหลังจากนี้จะมีการพบกันระหว่างผู้นำระดับสูงหรือไม่
 ผู้นำแม้จะไม่ได้พบกันโดยตรง แต่ก็โทรสายตรงกันได้ตลอด ก็เห็นร่วมกัน ว่าต้องยับยั้งสถานการณ์ อย่าให้บานปลายไปมากกว่านี้  เมื่อวันที่ 5 ก.พ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ของไทย ก็ต่อสายมาทางนายกรัฐมนตรี(กัมพูชา)ผมก็อยู่ด้วย ก็พูดคุยช่วงนั้น พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สูงสุด ก็ต่อสายมาพูดกันว่าต้องหาวิธีหยุดให้ได้ทันที หลังพูดกันในระยะสั้นก็ยับยั้งได้
 
0 กัมพูชาอยากให้ไทยฟื้นสัมพันธ์เรื่องใดก่อน
 ทุกอย่างเราก็มีพื้นฐาน ปรับปรุงกระชับสัมพันธ์ให้แน่น อย่างต่อเนื่องและจริงใจ มีวิธีการยับยั้งพวกไม่หวังดีที่เขาก่อกระแสกดดันมาตลอด เพราะออกจากปากไปก็ต้องเข้าหู ใช้คำต่างๆ นานา ทุกวันเวลา ดูหมิ่นเหยียดหยาม บุคคลที่ไม่หวังดีก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้บางสิ่งอย่างจะดี ก็ดีได้ไม่ถึงครึ่งทาง
  ความจริงเราไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ผมเข้าใจอย่างนั้น แม้จะมีกระแสยุแหย่ให้เกิดขึ้นตลอด แต่ความจริงก็คือต้องเร่งเร้าให้เราประสานกันทุกระดับ ตั้งแต่พื้นฐานจนกระทั่งระดับโลกด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา อาจพูดได้ว่าไม่มีอะไรมาทำให้แยกจากกันได้ ทุกอย่างเกี่ยวพันกันตลอด ทั้งการทำมาค้าขายระหว่างกัน ประชาชนสองประเทศ

0 ความเห็นสื่อกัมพูชา และประชาชนกัมพูชารู้สึกอย่างไร
 แน่นอน ก็มีส่วนหนึ่งรู้สึกว่ามันกระทบ ก็มีการให้ความเห็นต่างๆ นานา ว่าประเทศหนึ่งให้คุณค่าของอีกประเทศหนึ่งต้อยต่ำมาก มีการโจมตีตลอด หาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ประเทศที่พัฒนากว่าไปรุกรานยึดครองแผ่นดินคนอื่น เขาก็โจทย์ขานกันอย่างนี้ แต่แท้จริงแล้ว เราก็ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ควรทำเท่านั้นเอง

นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ กรุงเทพธุรกิจ