
รายการเชื่อมั่นฯกับนายกฯอภิสิทธิ์
วันนี้ (1 ก.พ. 54) เวลา 09.00 น. ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นครั้งที่ 106 ผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประ
ช่วงที่ 1
ผู้สื่อข่าว คุณยายผู้พิการตาบอดทั้ง 2 ข้างชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้พึ่งเบี้ยยังชีพเดือนละ 500 บาทจากรัฐบาลรายนี้ คือคุณยายกองเหรียญ สอนพลงาม วัย 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180 บ้านลำโพน หมู่ 7 ตำบลหัวช้าง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด พิการตาบอดทั้ง 2 ข้างมาแต่กำเนิด บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ และเป็นผู้ด้อยโอกาส ยากจน ยากไร้ ไร้ที่พึ่ง และต้องหารายได้จากพรสวรรค์ด้วยการร้องเพลงแลกกับเงินเป็นรายได้ กับสามีผู้พิการตาบอดทั้ง 2 ข้างเช่นเดียวกัน และต้องหยุดการร้องเพลงทันทีเมื่อสามีเสียชีวิตเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ลูกชายวัย 23 ปีออกจากบ้านแสวงหาอาชีพในกรุงเทพมหานคร ไม่ยอมกลับบ้าน ผู้พิการรายนี้ต้องต่อสู้ชีวิตตามลำพังเพียงผู้เดียว
ท่ามกลางความมืดสนิทกับชีวิตที่ต้องก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกว่าชีวิตจะหาไม่ และได้รับการช่วยเหลือเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล โดย อบต.หัวช้างได้จัดเบี้ยยังชีพเป็นสวัสดิการให้เดือนละ 500 บาท เพื่อเลี้ยงชีพของตนเองต่อไป ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณยายกองเหรียญผู้พิการตาบอดทั้ง 2 ข้างอยู่ภายใต้บ้านชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสีหลังนี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของเพื่อนบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตื่นเช้าขึ้นมาคุณยายกองเหรียญต้องก่อไฟ นึ่งข้าว หุงหาอาหาร กวาดบ้าน ถูบ้าน ทำความสะอาดภายในบ้านและบริเวณบ้านด้วยตนเองเช่นเหมือนคนปกติทั่วไป เสมือนหนึ่งว่าความมืดมิดของสายตาไม่เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตของผู้พิการแต่อย่างใด และเมื่อเจ็บป่วยต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอำเภอสุวรรณภูมิ โดยอาศัยรถฉุกเฉินของ อบต.หัวช้าง และหน่วยกู้ชีพซึ่งเป็นกำนันในตำบลหัวช้าง ทำหน้าที่เป็นอาสากู้ภัยคอยบริการจัดรถรับส่งเพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผู้พิการรายนี้ได้เผยว่า ได้ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท รอบคอบ ตรงเวลา ซื่อสัตย์ มีสัจจะ ขยัน อดทน และต้องพึ่งตนเองจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ผู้สื่อข่าว คุณยายคะท่านนายกฯ สวัสดี
(คุยกับนายกรัฐมนตรีทางโทรศัพท์)
นายกรัฐมนตรี คุณยายครับ สวัสดีครับ
คุณยายกองเหรียญ สวัสดีค่ะท่าน
นายกรัฐมนตรี ผมอภิสิทธิ์นะครับ พอดีทราบว่ามาอัดรายการและได้รับเบี้ยฯ ใช่ไหมครับ
คุณยายกองเหรียญ ใช่เจ้าค่ะ
นายกรัฐมนตรี ขึ้นทะเบียนเมื่อไรครับ
คุณยายกองเหรียญ ขึ้นทะเบียนครั้งแรกเลยค่ะ จากกรมประชาสงเคราะห์จังหวัดน่ะค่ะ
นายกรัฐมนตรี ครับ และตอนนี้ได้รับตรงเวลาทุกอย่างใช่ไหมครับ ทุกเดือนใช่ไหมครับ
คุณยายกองเหรียญ ใช่ค่ะทุกเดือน ๆ ละ 500 ค่ะ
นายกรัฐมนตรี เดือนละ 500 นะครับ
คุณยายกองเหรียญ ขออวยพรให้ท่านจงมีแต่ความสุขนะคะ
นายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับเช่นเดียวกันนะครับ
คุณยายกองเหรียญ ขอให้เป็นนายกฯ หลาย ๆ สมัยนะคะ ขอให้เป็นทุก ๆ สมัยนะคะ
นายกรัฐมนตรี ครับ สวัสดีครับ
ผู้สื่อข่าว ขณะที่นายวิโรจน์ บริหารกิจการ นายกฯ อบต. หัวช้าง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ระบุว่า ได้จ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้พิการรายนี้ทุกวันที่ 10 ของเดือน ปัจจุบันในเขต อบต. หัวช้าง มีผู้พิการมากถึง 71 คน และคนชราได้รับเบี้ยยังชีพมากถึง 651 คน
นายกฯ อบต.หัวช้าง ขอบคุณทางรัฐบาลครับ ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ได้กรุณาให้การอุดหนุนสนับสนุนงบประมาณต่าง ๆ
ผู้สื่อข่าว ปัจจุบันผู้พิการรายนี้ยังคงอาศัยวิทยุไว้ฟังเพลง มีทีวีไว้ฟังเพื่อเป็นเพื่อนยามเหงาเมื่ออยู่ตามลำพัง และต้องสู้ชีวิตต่อไป ได้ขอบคุณรัฐบาลและวอนรัฐบาลได้เพิ่มเบี้ยยังชีพ เพื่อดูแลตนเองอีกต่อไป และคนพิการทั้งประเทศ สมเกียรติ สะกาศ ถ่ายภาพ กมลพร คำนึง ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด รายงานจากบ้านลำโพน ตำบลหัวช้าง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด รายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ
ผู้สื่อข่าว คุณยายศรีแก้ว ศิริโวหาร อายุ 67 รู้สึกดีใจที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจำนวน 500 บาท จาก อบต.ดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่แจกจ่ายให้เป็นประจำทุกเดือนตามโครงการของรัฐบาล ที่ต้องการช่วยเหลือและตอบแทนผู้สูงอายุหลังจากทำงานหนักมาตลอดชีวิต เงินจำนวน 500 บาท อาจดูว่าน้อยนิด แค่นำมาใช้จ่ายภายในครอบครัวแต่ละเดือนก็ไม่เพียงพอแล้ว หากแต่คุณยายศรีแก้วนำเงินจำนวนดังกล่าวมาหมุนเวียนต่อยอด ร่วมลงทุนกับกลุ่มหัตถกรรมเศษผ้าอเนกประสงค์ของหมู่บ้านป่าแงะ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการนำไปซื้ออุปกรณ์เศษผ้า เพื่อนำมาประดิษฐ์เป็นชิ้นงาน เกิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งทาง อบต. ดอนแก้วได้เข้ามามีบทบาทในด้านการตลาด โดยการจัดหาตลาดการจำหน่ายให้
คุณยายศรีแก้ว มีที่รอง... มีหมอน มีพรมเช็ดเท้า มีของทำ ประดิษฐ์ดอกไม้อะไรอย่างนี้ช่วยกัน คนมีอายุทั้งนั้น
ผู้สื่อข่าว คุณยายศรีแก้ว เคยมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เป็นเสาหลักให้กับครอบครัว เมื่อเข้าสู่วัยชราคุณยายไม่ได้ทำงาน อาศัยอยู่กับน้องสาวและหลานชายอีก 1 คน ที่หมู่บ้านป่าแงะ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนลูก ๆ ของคุณยายทำงานต่างจังหวัดกันหมด คุณยายต้องอยู่บ้านเฉย ๆ และเริ่มมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต และมีไขมันในเลือดสูง ทำให้คุณยายรู้สึกเหมือนกับว่าตนเป็นภาระของครอบครัว และไม่สามารถช่วยเหลือหรือแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ จึงคิดมากและเป็นกังวล ส่งผลต่อสภาพจิตใจและร่างกายให้ย่ำแย่ลงไปอีก
คุณยายศรีแก้ว ก็พอดีรับเบี้ยยังชีพมาก็ไม่รู้จะทำยังไง พอดีหมู่ 4 เขามาตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา คุณยายก็เลยมาขอหุ้นกับเขา เขาก็ให้หุ้น คุณยายก็มาทำทุกวัน ก็มีคนมาทำกันหลายคน มีเยอะ ก็มีความสุข มีขายมีกำไรนิด ๆ หน่อย ๆ เขาก็แบ่งให้ บางทีเดือนหนึ่ง 500 บางทีก็ 600 มีความสุข เพราะว่าเป็น...อะไรก็ดี คนเยอะมานั่งคุยกัน เดี๋ยวก็มากันแล้ว เอาข้าวของใครของมันก็ห่อกันมาทาน มีอะไรก็กินด้วยกัน
ผู้สื่อข่าว วันนี้คุณยายศรีแก้วมีแต่รอยยิ้มบนใบหน้า คุณยายเป็นผู้สูงอายุที่มีแต่ความสุขกับชีวิต ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการได้รับการช่วยเหลือจากการได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีหลักประกันรายได้ ทำให้มีความมั่นคงในการดำเนินชีวิตเพิ่มมากขึ้น สมหญิง ปูปัญญา รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่
นายกรัฐมนตรี สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ที่จบลงไปเมื่อสักครู่ก็เป็นการไปติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเรื่องของเบี้ยยังชีพ เบี้ยคนพิการครับ ซึ่งอยากจะบอกว่าในการจัดงบประมาณกลางปี หรืองบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งกำลังจะนำเสนอเข้าสู่สภาฯ อาจจะเป็นในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้นะครับ รัฐบาลได้ไปสำรวจและพบว่ายังมีผู้สูงอายุและผู้พิการ ซึ่งมาขึ้นทะเบียนตามพื้นที่ต่าง ๆ แล้วปรากฏว่ายังไม่ได้มีการจัดงบประมาณไว้เพียงพอที่จะครอบคลุมบุคคลเหล่านี้ ก็จึงได้มีการเพิ่มงบประมาณไปอีกประมาณ 5,000 - 6,000 ล้านในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 นี้ เพื่อให้ครอบคลุมทุกรายที่ได้มาขึ้นทะเบียน อยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนครับว่าเงิน 500 บาทนั้นอย่างที่เห็นอย่างที่ทราบกันดีครับ ย่อมที่จะไม่เพียงพอหรอกครับในการที่จะดูแลความเป็นอยู่ทั้งหมด แต่ขณะเดียวกันที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเช่นนี้ ก็ให้มีหลักประกันขั้นต่ำระดับหนึ่ง พร้อม ๆ กันไปอยู่กับความเป็นจริงครับว่าจำนวนคนพิการก็ดี หรือผู้สูงอายุก็ดี ซึ่งนับวันจะเพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างเร็ว ถ้าหากว่าเราไปให้เงินในอัตราที่สูงเกินความเป็นจริง ก็จะกระทบกับเรื่องของฐานะทางการเงินการคลัง แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เราเดินหน้าในการที่จะสร้างหลักประกันในรูปแบบซึ่งจะมีความยั่งยืนมากขึ้น นั่นก็คือการส่งเสริมการออมให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือกฎหมายกองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งในที่สุดผมจะใช้คำว่ามีบำเหน็จบำนาญประชาชนนี่ละครับ ก็ได้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 3 ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือโอกาสนี้ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุน จากนี้ไปก็ไปสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะออกมาบังคับใช้ได้ เช่นเดียวกับกฎหมายประกันสังคม ซึ่งกำลังจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ซึ่งเคยเป็นแรงงานอิสระ แรงงานนอกระบบ เข้ามาสู่ระบบประกันสังคมได้ และมีสิทธิ์ในเรื่องของชราภาพด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่จะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับอนาคตในการที่จะให้ครอบคลุมพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มที่จะมีหลักประกัน และรัฐบาลก็มุ่งหน้าในการที่จะให้มีสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง อยากจะเรียนครับว่าก็มีนโยบายอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลได้ดำเนินการไป ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการเริ่มต้นไปในทางที่จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนแล้ว แต่ยังมีอีกมากที่เราต้องทำครับ เพราะเราต้องยอมรับว่าปัญหาต่าง ๆ นั้นยังไม่หมดไป
สำหรับวันนี้นะครับเดี๋ยวในช่วงต่อไปก็คงจะต้องมีการพูดถึงเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ไปจนถึงเรื่องของปัญหาที่พี่น้องประชาชนบางกลุ่มยังติดใจว่ารัฐบาลได้ดำเนินการนโยบายต่าง ๆ ถูกต้องหรือไม่ กับการที่จะปกป้องรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทย แต่ว่าช่วงแรกครับขอใช้เวลาสักนิดหนึ่งในการได้พูดถึงงานทางด้านอื่น ๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีความสำคัญกับพี่น้องประชาชนอีกหลายกลุ่มเช่นเดียวกันครับ
เริ่มต้นจากเรื่องของพี่น้องเกษตรกรครับ ทราบว่ามีพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูจำนวนหนึ่ง ยังมีความไม่มั่นใจในนโยบายของรัฐบาล ซึ่งได้เคยมีมติคณะรัฐมนตรีไปตั้งแต่เมษายนปีที่แล้ว ในการที่จะปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุน แล้วก็เป็นหนี้แล้วมีปัญหา โดยเป็นหนี้มาตั้งแต่ก่อนสิ้นปีก่อนโน้น แต่ว่าหลังจากที่ได้มีมติคณะรัฐมนตรีไปครับ ปรากฏว่าธนาคารของรัฐที่จะต้องเข้ามาสู่โครงการนี้โดยเฉพาะ ธ.ก.ส. นั้นมีปัญหาในเรื่องของข้อกฎหมายครับ ทำให้ใช้เวลาในการที่จะได้ข้อยุติทางกฎหมาย สัปดาห์ที่ผ่านมานี้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาทั้งหมด และได้มีมติชัดเจนไปแล้วครับว่า ธ.ก.ส.นั้นได้ไปประชุมคณะกรรมการบริหาร ได้มีการแก้ระเบียบ ซึ่งก็จะทำให้มติคณะรัฐมนตรีในเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ สามารถที่จะปฏิบัติได้ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นในโครงการ ก็จะเช่นเดียวกับโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่เป็นบริการสาธารณะ รัฐบาลก็จะช่วยดูแลความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับธนาคารในกรณีที่ดำเนินโครงการไปแล้วมีความเสียหาย เพราะฉะนั้นอยากจะให้ความมั่นใจกับพี่น้องเกษตรกรว่า มาตรการที่รัฐบาลได้ผ่านเป็นมติคณะรัฐมนตรีไป และก่อนหน้านี้มีปัญหา และพี่น้องประชาชนไม่มั่นใจว่าจะนำไปสู่การปฏิบัตินั้น ได้มีการนำเสนอกลับมาสู่คณะรัฐมนตรี ผ่านการประชุมของคณะกรรมการบริหารของ ธ.ก.ส. เรียบร้อยแล้ว และคณะรัฐมนตรีได้มีมติยืนยันเพื่อให้ ธ.ก.ส. สามารถนำไปปฏิบัติได้ ท่านรองนายกฯ พลตรี สนั่นฯ ก็ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาตลอดเวลา และได้ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ในเรื่องนี้น่าจะชัดเจน และคลี่คลายไปแล้ว พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูจะได้สบายใจ
เช่นเดียวกันครับ สัปดาห์ที่แล้วช่วงที่ผมไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ทราบว่ามีพี่น้องประชาชน คือคนไทยพลัดถิ่นซึ่งได้เดินมาถึงกรุงเทพมหานคร แล้วก็เรียกร้องในเรื่องของการแก้ไขปัญหาของเขาในเรื่องของสัญชาติครับ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. สัญชาติ และคาดว่าภายในประมาณ 2 สัปดาห์ครับ ก็จะสามารถนำเสนอเข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรได้เช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ก็คือการเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่องครับ
สำหรับมติคณะรัฐมนตรีอีก 1 เรื่องครับที่อยากจะขอรายงานในสัปดาห์นี้ก็คือปัญหาที่ค้างคามาในเรื่องของธุรกิจโทรคมนาคมครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือปัญหาที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการไปแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาสัมปทาน หรือไปจัดทำสัญญาสัมปทาน ซึ่งคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีที่มีการพิพากษาไปเมื่อปีที่แล้ว ได้วินิจฉัยว่ามีการไปแก้ไขสัญญาในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน แล้วก็ไม่ได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอน ตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ครับ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณารายงานของคณะกรรมการซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าร่วมงานของเอกชนกับรัฐ ซึ่งได้รายงานมาครับ แยกแยะอย่างละเอียดว่าการแก้ไขสัญญาแต่ละครั้งนั้นมีเนื้อหาสาระอย่างไร แล้วก็ได้ให้คณะรัฐมนตรีนั้นมีมติเพียงเห็นชอบเฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาที่ทำตามขั้นตอนไม่ถูกต้อง แต่ไม่ได้มีเนื้อหาสาระกระทบกระเทือนที่เป็นสาระสำคัญ เช่น การแจ้งเปลี่ยนที่อยู่หรืออะไรอย่างนี้เป็นต้นนะครับ แต่กรณีที่ได้มีการไปแก้ไขสัญญาแล้วลดส่วนแบ่งที่เอกชนจะต้องจ่ายให้กับรัฐบาล หรือกรณีที่มีการยืดอายุสัญญาสัมปทาน หรือกรณีอื่น ๆ นะครับ ซึ่งกระทบกับผลประโยชน์ของส่วนรวม ตรงนี้ครับคณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานทั้งหมด และขณะนี้ก็ได้มีการมอบหมายให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อไปเจรจากับทางบริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีทั้งสิ้น 4 บริษัท แล้วก็มีการแก้ไขสัญญานับสิบครั้ง ให้ไปดำเนินการเจรจาเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาเดิมที่ได้กำหนดเอาไว้ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเป็นการที่จะยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้เกิดความเสียหายจากการกระทำที่ผิดที่ผ่านมา พร้อม ๆ กันไปนั้นครับก็จะมีการไปตรวจสอบว่าบุคลากรในภาครัฐ ในช่วงนั้นที่ทำงานอยู่ในองค์กรต่าง ๆ ซึ่งเป็นคู่สัญญาในฝ่ายรัฐนั้นมีใครมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไปครับ ให้เวลาทั้งสิ้น 15 วันนะครับ เพื่อที่จะรายงานกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่รัฐบาลจะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง พร้อมกันนั้นได้มอบหมายให้หน่วยงานของรัฐทั้งกระทรวง ทั้งรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เตรียมความพร้อมครับในการที่จะดูแลว่าการดำเนินการของรัฐบาลนั้นไม่กระทบกับตัวรัฐวิสาหกิจ ไม่กระทบกับพี่น้องประชาชนผู้รับบริการต่าง ๆ ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างโปร่งใส และรักษาผลประโยชน์ของรัฐและของพี่น้องประชาชนอย่างถึงที่สุด หลังจากที่เราได้รับทราบคำพิพากษาของศาล ทั้งเรื่องของคำวินิจฉัยหรือความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ
พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหาร ทั้งภูมะเขือ ผามออีแดง และพื้นที่ในจังหวัดศรีสะเกษ นะครับ ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ และมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อยากจะเรียนโดยสรุปอย่างนี้นะครับว่า ตามที่ท่านผู้บัญชาการทหารบกก็ดี ทางโฆษกกองทัพบกก็ดีได้ลำดับเหตุการณ์แถลงข่าวให้กับพี่น้องประชาชนนั้น ผมคิดว่าค่อนข้างสมบูรณ์ครับ ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือว่า เมื่อมีการยิงโจมตีเข้ามาในบริเวณที่เป็นดินแดนของไทย ทางฝ่ายไทยนั้นก็มีความจำเป็นในการที่จะปกป้องอธิปไตย และมีการยิงตอบโต้ ซึ่งการยิงตอบโต้ของฝ่ายไทยนั้นเป็นการยิงตอบโต้ไปยังที่หมายที่เป็นการทหารทั้งสิ้น พูดง่าย ๆ ก็คือว่ายิงมาจากตรงไหนเราก็ตอบโต้ไปตรงนั้นครับ และนั่นก็เป็นนโยบายซึ่งทางรัฐบาลได้มอบ และทางกองทัพได้นำไปปฏิบัติด้วยความเห็นที่สอดคล้องต้องกันครับว่า ในส่วนของประเทศไทยนั้นเราไม่เคยคิดที่จะไปรุกรานใครครับ แต่เมื่อใดก็ตามมีการล่วงล้ำละเมิดอธิปไตยของเรานั้น เราก็ต้องปกป้องอย่างถึงที่สุด เราก็รู้สึกเสียใจครับกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของราษฎรไทย ในส่วนของทหารของไทย ขณะเดียวกันก็ขอยืนยันครับว่าการตอบโต้ของเรานั้นไม่เคยมีการตอบโต้ไปยังเป้าหมายที่เป็นเป้าหมายพลเรือนเลย
ช่วงที่ 2
พิธีกร (นายปัญญา นานกระโทก) สวัสดีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้มาติดตามท่านมาดูผลงานที่นี้ที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้างครับ
นายกรัฐมนตรี วันนี้กำลังจะไปดู 2 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราได้ประกาศไปในแผนปฏิรูป และก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหลายๆ ฝ่าย ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ฯ เป็นผู้ที่ได้ช่วยทำงานในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น แต่ว่าหัวใจสำคัญอยู่ที่กรุงเทพมหานครฯ อยู่ที่ทางตำรวจ คงจะจำได้ว่าเราคุยกันเรื่องของการที่จะลดอาชญากรรมเพิ่มความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งจุดแรกเลยที่เราได้คุยกันก็คือว่า ที่พี่น้องประชาชนจะบ่นมาก็คือปัญหาเรื่องไฟส่องแสงสว่าง เพราะว่าหลังจากที่ไปสำรวจดูทางตำรวจก็ทำเรื่องนี้อย่างละเอียดก็เห็นได้ชัดว่าหลายที่ ที่เป็นปัญหาอาชญากรรมซ้ำซากก็เป็นเพราะว่าขาดไฟส่องสว่าง เพราะฉะนั้นการไฟฟ้า กรุงเทพมหานครฯ และทางตำรวจก็ประสานงานกัน นั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่เราจะไปดู อีกเรื่องหนึ่งก็คือการที่เราจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ค้าขายอยู่น่ะครับ รวมทั้งพร้อมๆ กันไปก็คือการจัดระเบียบให้กับกรุงเทพมหานครฯ พูดง่ายๆ ก็คือว่าขณะนี้มีการค้าขายอยู่นอกจุดผ่อนผันและทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนด้วย ผู้ค้าผู้ขายก็ขาดความมั่นคงและก็อาจจะมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ด้วย เราก็อยากจะแก้ปัญหาว่าไปสำรวจดูซิ ว่าจุดไหนความเป็นจริงแล้วที่ขายอยู่ก็จัดระเบียบสักนิดหนึ่ง ประชาชนที่สัญจรไปมาก็ไม่เดือดร้อน และคนค้าขายก็สามารถทำได้อย่างถูกต้อง และพร้อมๆ กันไปจะทำให้เขามีโอกาสไม่มีปัญหากับเจ้าหน้าที่ และเมื่อสามารถค้าขายเป็นหลักเป็นแหล่งถูกต้องได้ก็เข้าถึงแหล่งทุนรวมถึงมาตรการที่เราพูดถึงการเข้าประกันสังคมอะไรด้วย
พิธีกร ตอนนี้ที่เรามีการวางรูปแบบเอาไว้มีกี่จุดที่จะเป็นจุดผ่อนผัน
นายกรัฐมนตรี จุดผ่อนผันขณะนี้ทางกรุงเทพมหานครฯ ก็จะต้องมีการประชุมในระดับเขตและก็ส่งขึ้นมาระดับของกรุงเทพมหานครฯ และก็ส่งให้ทางตำรวจนครบาลซึ่งก็คาดว่าในเดือนนี้จะมี 201 จุด ที่คิดว่าน่าจะเห็นตรงกันหมด ว่าเข้าหลักเกณฑ์ที่ผมพูดเมื่อสักครู่ คือมีพี่น้องประชาชนก็กลัวว่าบางส่วนอาจจะทำให้บ้านเมืองรกรุงรังไม่สะดวกในการสัญจรไปมาไม่มีน่ะครับ คือส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ซึ่งมีการค้าขายอยู่แล้ว แต่ว่าจะมีการจัดระเบียบ เพราะฉนั้นนี่ก็เป็น 201 จุดที่จะดำเนินการก่อน นอกจากนั้นก็มีการสำรวจเบื้องต้นเอาไว้แล้วอีกประมาณ 506 จุด แต่ว่าจะขอใช้เวลาเพื่อความรอบคอบ
พิธีกร ที่นี่ 506 ที่เราจะสร้างขึ้นมาใหม่ กับอีก 201 ที่เราพูดถึงกันนี่
นายกรัฐมนตรี ไม่ได้สร้างใหม่ เป็นการดูพื้นที่ซึ่งมีการค้าขายอยู่มาจัดระเบียบให้มันเรียบร้อยมากขึ้นและก็เห็นว่าเหมาะสม เมื่อเราเริ่มทำแล้วก็จะมีสิ่งที่ทางกรุงเทพมหานครฯ เขาเคยเริ่มต้นทำอยู่แล้วก็คือเรื่องของการสร้างเสน่ห์ให้กับเมือง เพราะฉะนั้นก็จะไปไล่ดูว่าในบางจุดซึ่งอาจจะมีชื่อเสียงอยู่แล้วน่ะครับ ที่ขายผ้า ที่โบ้เบ้ ขายดอกไม้ปากคลองตลาด หรืออะไรต่างๆ ก็จะมีการเสริมขึ้นมาให้เป็นเสน่ห์ของเขต เสน่ห์ของเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเราจะผลักดัน
พิธีกร ที่นี่สิ่งที่กังวลใจก็คือว่ามันจะเหมือนโบ้เบ้ไหม คือมีมาเฟีย เข้ามาครอบครอง ซึ่งตกไม่ถึงประชาชน
นายกรัฐมนตรี นี้คือสิ่งที่เราต้องการจะขจัด เพราะว่าเวลาที่มันเป็นสีเทา หรือสีดำ นั้นหล่ะคือจุดที่หมายความว่ามีปัญหาทางเจ้าหน้าที่ เมื่อมีปัญหาเจ้าหน้าที่ก็อาจจะไปหาใครที่จะมาคุ้มครองเป็นที่มาของอิทธิพล เป็นที่มาของมาเฟีย แต่ว่าถ้ามีการขึ้นทะเบียนสำรวจกันอย่างถูกต้อง อันนี้ต่างหากที่เราคิดว่าจะเป็นการทำให้ขจัดสิ่งเหล่านั้นออกไปด้วย
พิธีกร นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า การที่เราจะไปดูตรงนี้จะสามารถขจัดมาเฟียที่อยู่ใต้ดินได้
นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าเป็นก้าวสำคัญน่ะครับ และแน่นอนครับเราต้องมีกระบวนการในติดตาม โดยเฉพาะคนที่มาขึ้นทะเบียน มีตัวมีตนชัดเจนค้าขายจริงอะไรต่างๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการจะทำต่อไป
พิธีกร ครับผม ในส่วนที่ปรับปรุงตรงนี้ที่มาดูเป็นอย่างไรบ้างครับ นายกรัฐมนตรีไม่ได้มารีแลกซ์อย่างนี้มานานหรือยังครับ เพราะทำแต่งาน
นายกรัฐมนตรี อันนี้ก็ถือว่าทำงานอยู่เหมือนกัน แต่ก็ดีครับจริงๆแล้วอยากจะบอกว่าเวลาที่ได้มีโอกาสมาเห็นกรุงเทพฯ ในบางเวลาหรือบางแง่มุมนี่ อย่างวันที่ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่เสด็จคลองลัดโพธิ์ ในเรือก็ได้เห็นกรุงเทพฯ ในอีกหลายแง่มุมที่ปกติไม่ได้เห็น และก็เห็นว่าจริงๆ บ้านเมืองเรากรุงเทพฯ ของเรามีอะไรมากมายเลย



