
ต้องถอยทางยุทธศาสตร์รุกทางยุทธวิธี
นับตั้งแต่รัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทยสืบต่อรัฐบาล ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในกลางปี 2531 นั้น ได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์ให้สนามรบเป็นสนามการค้าในด้านชายแดนด้านกัมพูชา
ส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนอุตสาหกรรมหนักในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและแหลมฉบังโดยไม่คำนึงถึงมลภาวะเป็นพิษ และสนับสนุนให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในกัมพูชา ส่งผลให้การค้าระหว่างชายแดนไทยเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว มีโรงแรม ตลาด การค้า และบ่อนการพนันชายแดนไทย-กัมพูชา ประเทศกัมพูชาของ “นายกฯ ฮุน เซน” อาศัยการลงทุนของพ่อค้า นักธุรกิจ ข้าราชการ พลเรือน ทหาร ตำรวจ นักการพนัน นักค้ามนุษย์ ยาเสพติดของหนีภาษี สินค้ามือสอง กระจายไปทั่วชายแดนไทยจากจังหวัดตราด สระแก้ว ภาคตะวันออกไปตลอดชายแดนภาคอีสาน บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร เป็นการค้าที่สร้างความร่ำรวยแก่นักลงทุนที่เห็นแก่เงิน
ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า นักธุรกิจ นักการเมือง ข้าราชการ พลเรือน ทหาร ตำรวจ ที่มีผลประโยชน์แอบแฝง ปล่อยปละละเลยให้มีการตั้งบ้านเรือนถิ่นฐานรุกล้ำชายแดนอาณาเขตของประเทศไทย จนเวลาล่วงเลยมาเนิ่นนาน 20-30 ปี รัฐบาลนายกฯ ฮุน เซน ของเขมรกัมพูชา ก็ปีกกล้าขาแข็ง ยึดเอาทุนของไทยที่แห่กันไปลงทุนเป็นจำนวนนับหมื่นๆ ล้าน ของนักการเมืองชั่วๆ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจเลวๆ เป็นตัวประกัน กล้าต่อรองหาผลประโยชน์ในการนำปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกพร้อมพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร ประมาณ ๒,๘๗๕ ไร่ และพื้นที่แหล่งแก๊สและน้ำมันปิโตรเลียมในอ่าวไทย ที่มีปัญหาทับซ้อนกับประเทศไทย ที่มีมูลค่า 5 ล้านล้านบาทนั้น
จึงทำให้ประเทศไทยตกเป็นเบี้ยล่างทางยุทธศาสตร์ จะรุกรบก็ไม่ได้ เพราะภายในประเทศมีนักการเมืองชั่วๆ นักลงทุนเลวๆ เห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง ที่ลงทุนในเขมรทำให้รัฐบาลของประเทศไทย ตกอยู่ในสภาวะเสียเปรียบเพราะไม่ได้ปรับยุทธศาสตร์ หลงในความร่ำรวยจากธุรกิจฟอกเงินตามบ่อนการพนันชายแดนและส่วยต่างๆ ถ้าประเทศไทยไม่รีบถอยทางยุทธศาสตร์โดยรุกทางยุทธวิธี หากเกิดสงครามลุกลามใหญ่โตพวกคนชั่วๆ ในประเทศไทยจะลุกฮือ ก่อความวุ่นวายแตกแยกจากพวกนักการเมืองบ้าอำนาจที่จะจับเอาประเทศไทยเป็นตัวประกัน ร่วมมือกับข้าราชการชั่ว ประเทศอาจจะวุ่นวายจนแบ่งออกเป็นหลายประเทศก็ได้
คนไทยน่าจะศึกษาพวกมหาอำนาจที่เขาถอยทางยุทธศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ประเทศอาณานิคมของอังกฤษ ฝรั่งเศส เรียกร้องเอกราช ในต้นปี 2490-2500 โดยยินยอมให้อินเดียเป็นเอกราชแต่ก็แบ่งแยกเป็น อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา ส่วนพม่าก็สร้างความแตกแยกแก่พม่ากับชนเผ่าต่างๆ จนถึงทุกวันนี้ แม้กระทั่งมลายู ก็ขัดแย้งกับสิงคโปร์ ส่วนอินโดจีน ฝรั่งเศส เขาถอยทางยุทธศาสตร์หลังจากพ่ายแพ้สงครามเดียนเบียนฟู ให้เวียดนามเป็นเอกราช แต่แบ่งแยกเป็นเวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ ให้ลาวเป็นเอกราชแต่ก็แบ่งแยกเป็นหลวงพระบางของเจ้ามหาชีวิต กับเวียงจันทน์ของท้าวสุวรรณภูมากับท้าวสุภานุวงศ์ คอมมิวนิสต์ลาว จนรบกันวุ่นวายกว่าจะสงบสุขใช้เวลาร่วม 20 ปี
ส่วนเขมรก็สร้างความแตกแยกแย่งชิงอำนาจกันระหว่างเจ้าสีหนุ กับจอมพลลอนนอน สืบต่อมาถึงเขมร คอมมิวนิสต์แดง กับเขมรคอมมิวนิสต์พวกฮุน เซน โดยทิ้งยุทธวิธีให้เกิดการบาดหมาง เพื่อจะกลับมาตักตวงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในภายหลัง ดังจะเห็นจากปราสาทพระวิหารมรดกโลก และพื้นที่แก๊สและปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย จนลุกลามใหญ่โตก็จะยึดครองพื้นที่ของราชอาณาจักรไทยในอ่าวไทยอันมหาศาล มีมูลค่าอันมหาศาลกว่าที่มีปัญหาทับซ้อนกับเขมรนับร้อยเท่าพันทวี
ประเทศไทยจึงต้องถอยทางยุทธศาสตร์โดยรุกทางยุทธวิธี ใช้ขบวนการสิทธิมนุษยชนบีบรัฐบาลเขมร ใช้ปราสาทเขาพระวิหารบีบรัฐบาลเขมร ให้ประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนให้แก่สหรัฐอเมริกา ที่ถอยทางยุทธศาสตร์จากสงครามเวียดนามในปี 2516 ให้กลับมามีบทบาทในทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนของไทยโดยให้ญี่ปุ่น-จีน และออสเตรเลีย มีส่วนร่วม และการปิโตรเลียมของไทยมีบทบาทสำคัญด้วย เพื่อป้องกันสงครามลุกลามยึดครองทรัพยากรแก๊สและปิโตรเลียมในอ่าวไทย อันมหาศาลดังเช่นสงครามอ่าวเปอร์เซีย
ประชาชนกับข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ พ่อค้า นักธุรกิจที่ดีๆ มีอีกมากมายมหาศาลกว่าพวกชั่วๆ เลวๆ ดังกล่าว ต้องรีบถอยทางยุทธศาสตร์และรุกทางยุทธวิธี ให้การเมืองเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของชาติไทยในประเทศไทยมั่นคง อย่าปล่อยให้เนิ่นช้าจนเกิดเหตุใหญ่ ต้องรุกทางยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก จากมรดกโลก สิทธิมนุษยชน ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ปิดด่านชายแดนด้านตะวันออกที่เป็นหัวใจของเขมร ถ้าพวกชั่วๆ เขาจับมือกับประเทศที่มีผู้นำเลวๆ ประสานมือกันกับพวกนักการเมืองเลวๆ ชาติไทยวิบัติ 100%
ไกรสร ตันติพงศ์
บ้านไทยร่มเย็น เชียงใหม่



