
ปีศาจแดงถูก"หมาป่า"กัดพ่ายแล้ว1-2
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่ยังไร้พ่าย ขนชุดใหญ่บุกรัง "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน หวังเก็บอีก 3 แต้ม ต้องอกหักพ่ายแล้ว 1-2 แม้นจะออกนำไปก่อน ขณะที่"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ช็อกไปตามๆ กัน บุกไปนำ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล 4-0 ในช่วง 26 นาทีแรก สุดท้ายเจ๊า 4-4
ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ได้ แฮตทริกของ คาร์ลอส เตเบซ เอาชนะ เวสต์บรอมวิช 3-0 ส่วน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ยิงทดเจ็บชนะ โบลตัน 2-1 ด้านศึกบุนเดสลีกา บาเยิร์น นำก่อน 2-0 สุดท้ายแพ้ 2-3
ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่ยังไร้พ่าย แข่ง 24 นัด มี 54 แต้ม ยกพลบุกไปเยือน "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมรองบ๊วยอันดับ 19 แข่ง 23 นัด มี 21 แต้ม เวลา 00.30 น.เปิดฉากครึ่งแรกมา 3 นาที ไมเคิล คาร์ริก กระแทกบอลจากกลางสนามให้ นานี กระชากเข้าไปในเขตโทษ ปีกชาวโปรตุกีสหลอกล่อกองหลังของเจ้าถิ่นครู่หนึ่ง ก่อนลากตัดเข้าในมายิงด้วยซ้ายบอลผ่านมือ เวย์น ฮานเนสซีย์ เสียบเสาแรกอย่างสวยงามเป็นประตูให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0
หลังจากนั้นอีก 2 นาที ทีมเยือนเกือบหนีห่างออกไปอีก เมื่อ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เก็บบอลได้ในเขตโทษ ก่อนที่ดาวเตะบัลแกเรียจ่ายบอลให้คู่ขา เวย์น รูนีย์ ได้ยิงด้วยขวาถูก เฮนเนสซีย์ คว้าติดสองมือ แต่หลังจากนั้น วูล์ฟแฮมป์ตัน กลับมาตามตีเสมอ 1-1 ในนาที 10 แมทธิว จาร์วิส เปิดบอลจากกราบซ้ายมาเข้าหัว จอร์จ เอโลโกบี โหม่งเต็มศีรษะผ่านมือ เอดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์
เมื่อสกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้ง รูปเกมของเจ้าถิ่นก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ขณะที่ ผีแดง หาโอกาสลุ้นประตูแบบชัดเจนไม่ได้ กระทั่งช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็ทำสกอร์พลิกนำ 2-1 จากลูกฟรีคิกบริเวณเขตโทษด้านซ้าย เนนาด มิลิยาส เปิดบอลมาให้ เควิน ดอยล์ เบียดชนะกองหลังทีมเยือนโหม่งบอลตุงตาข่าย
แมนฯ ยูไนเต็ด มีจังหวะลุ้นประตูครั้งสุดท้ายก่อนจบครึ่งแรก เมื่อ รูนีย์ จ่ายบอลให้ ราฟาเอล หลุดขึ้นไปทางขวา ฟูลชาวแซมบ้าเปิดบอลมาให้ นานี ลอยตัวโหม่งแต่เหินข้ามคาน หลังจากนั้นกรรมการเป่านกหวีดยาวจบเกม 45 นาทีแรก
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องเปลี่ยนแปลงทีมในครึ่งหลัง พอล สโคลส์ ลงสนามมาแทนที่ คาร์ริก แต่รูปเกมของจ่าฝูงก็ยังไม่ดีขึ้นจนเกือบเสียประตูอีกในนาที 56 เมื่อกองหลังเคลียร์บอลไม่ขาดจนมาเข้าทาง เจมี โอฮารา ซัดจากนอกเขตโทษ แต่เบาเกินถูกเคลียร์ทิ้งออกไป
อีก 2 นาทีถัดมา รูนีย์ เก็บบอลได้บริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายให้ ราฟาเอล ผ่านเรียดเข้ากลาง สโคลส์ พยายามสไลด์บอลแต่หลุดกรอบประตู หลังจากนั้นนาที 65 จอนนี อีแวนส์ มีอาการตะคริวจนถูกเปลี่ยนตัวออก คริส สมอลลิง ลงสนามมาแทนที่ พร้อมกันนี้ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ก็ถูกส่งลงมาแทน เบอร์บาตอฟ ที่วันนี้โชว์ฟอร์มไม่ออกด้วย
รูนีย์ มีโอกาสตีเสมอให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในนาที 79 ของเกม หลังจาก ฮานเนสซีย์ ออกมาตัดบอลพลาด แต่กองหลังของเจ้าถิ่นก็ช่วยกันบล็อกลูกยิงของกองหน้าทีมชาติอังกฤษพ้นกรอบประตูไป ช่วงเวลาที่เหลือลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พยายามเท่าไรก็ไม่สามารถเจาะตาข่ายเจ้าบ้านได้ สุดท้ายจบเกมจึงพ่ายไป 1-2 กลายเป็นความปราชัยนัดแรกของฤดูกาล
ด้าน เซอร์ อเล็กซ์ เปิดเผยหลังจบเกมด้วยความเสียดายที่พลาดเก็บสามคะแนนเต็ม "มันเป็นโอกาสของเรา เกมนี้เราเริ่มต้นได้ดีและมีโอกาสลุ้นประตูหลายครั้งโดยเฉพาะครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลังเราไม่ได้อยู่ในเกม ผู้รักษาประตูของพวกเขาแทบไม่ได้เซฟอะไรมากนัก"
ก่อนเกมที่สนามโมลินิวซ์ กราวน์ จะเริ่มขึ้น แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเจอข่าวร้ายเมื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ มีอาการเจ็บน่องระหว่างการอบอุ่นร่างกายจนลงเล่นไม่ได้และคาดว่าต้องพักเป็นเวลา 2 สัปดาห์ การขาดหายไปของกองหลังวัย 32 ปีก็ส่งผลกระทบต่อทีมในเกมดังกล่าว
"มันเป็นความเสียหายของเราเพราะประสบการณ์ของ ริโอ เป็นสิ่งสำคัญในเกมแบบนี้" เฟอร์กูสัน กล่าวต่อ "ปกติแล้ว ผมจะให้ คริส สมอลลิง ลงเล่นเพราะเขาลงสนามมาตลอดในช่วงหลังๆ แต่ที่เราให้ คริส เป็นแค่ตัวสำรองเพราะ จอนนี อีแวนส์ วอร์ม-อัพ เสร็จเรียบร้อยแล้ว"
เซอร์ อเล็กซ์ ยังกล่าวอีกว่าตนรู้สึกไม่พอใจที่ต้องเสียลูกทีมบางส่วนไปเล่นในเกมทีมชาติช่วงกลางสัปดาห์ แต่ดีที่ยังมี ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, พอล สโคลส์, ไรอัน กิ๊กส์, เอดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, พาร์ก จี ซอง และ ปาทริซ เอฟรา อยู่ที่สโมสรเพื่อเตรียมตัวสำหรับเกมดาร์บีแมตช์กับ แมนฯ ซิตี ในสุดสัปดาห์ถัดไป
"ดาร์บีแมตช์เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมที่จะเรียกฟอร์มกลับมา เป็นเกมสำคัญสำหรับเราและเราก็ตั้งตารอ โชคไม่ดีที่มีเกมทีมชาติมาคั่นในช่วงกลางสัปดาห์ ในความคิดของผมแล้วมันบ้ามากแต่เราก็ต้องยอมรับมัน ผู้เล่นบางส่วนที่ไม่ได้ไปทีมชาติ พวกเขาจะได้ลงเล่นในเกมสัปดาห์หน้า" เซอร์ อเล็กซ์ กล่าวทิ้งท้าย
ส่วน"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล รองจ่าฝูง ออกไปเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล โดยยังไม่มี ซาเมียร์ นาสรี ที่เจ็บ แต่ได้ ธีโอ วัลคอตต์ กลับมาเป็นตัวจริง และเริ่มเกมไม่ถึงนาที ทีมเยือนก็ออกนำไปก่อน เมื่อ วัลคอตต์ หลุดเดี่ยวไปยิงง่ายๆ เป็น 1-0
จากนั้น 2 นาที สกอร์ขยับเป็น 2-0 จากการโหม่งของ โยฮัน ชูรู จากนั้นนาทีที่ 10 วัลคอตต์ หลุดไปทางขวาและผ่านเข้ากลางให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ยิงง่ายๆ เป็น 3-0 และนาทีที่ 26 อาร์เซนอล หนีไปสุดกู่ บาคารี ซาญา เปิดบอลจากทางขวาให้ ฟาน เพอร์ซี โหม่งสบายๆ จบครึ่งแรกอาร์เซนอลนำอยู่ 4-0
ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 5 นาที จุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้น เมื่อ อาบู ดิยาบี ไปอัด โจอี บาร์ตัน และถูกใบแดงไล่ออกจากสนามไป ทำให้ นิวคาสเซิล บุกเป็นการใหญ่ และมาได้ 4 ประตูรวดจาก จุดโทษของ บาร์ตัน 2 ลูกนาทีที่ 68 กับ 84, ลีออน เบสต์ นาทีที่ 75 และ ชีค ติโอเต นาทีที่ 87 ทำให้จบเกมเสมอกันอย่างเหลือเชื่อ 4-4
"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เปิดซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ พบ เวสต์บรอมวิช และออกนำได้เร็วในนาทีที่ 17 จากจุดโทษของ คาร์ลอส เตเบซ จากนั้น ดาวิด ซิลบา ทำชิ่งให้ เตเบซ หลุดไปยิงได้อีกประตูนาทีที่ 22 เป็น 2-0 ก่อนมาได้ประตูปิดท้ายนาทีที่ 39 จากจุดโทษของ เตเบซ อีกลูก จบเกม แมนฯ ซิตี้ ชนะสบายๆ 3-0
"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เล่นในไวท์ ฮาร์ท เลน พบ โบลตัน โดยเจ้าถิ่นออกนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 6 เมื่อได้จุดโทษ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ก่อนจะมาได้จุดโทษอีกลูกนาทีที่ 8 แต่คราวนี้ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ยิงหลุดกรอบออกไป ก่อนที่ครึ่งหลัง โบลตัน มาตีเสมอได้นาทีที่ 55 จาก ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และเกมทำท่าว่าจะเสมอกัน แต่ช่วงทดเวลาเจ็บ นิโก ครันชาร์ ยิงไกลเป็นประตูให้ สเปอร์ส ชนะไปหวุดหวิด 2-1
ผลคู่อื่นๆ แอสตัน วิลล่า เสมอ ฟูแล่ม 2-2 เจ้าถิ่นได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ จอห์น แพนท์ซิล นาทีที่ 13, ไคล์ วอร์กเกอร์ นาทีที่ 72 ส่วนทีมเยือนได้จาก แอนดี จอห์นสัน นาทีที่ 52 กับ คลินท์ เดมป์ซีย์ นาทีที่ 78, เอฟเวอร์ตัน ชนะ แบล็คพูล 5-3 เจ้าถิ่นได้จาก หลุยส์ ซาฮา นาทีที่ 20, 47, 76, 84, เจอร์เมน เบคฟอร์ด นาทีที่ 80, ทีมเยือนได้จาก อเล็กซ์ แบปติส นาทีที่ 37, เจสัน พุนชอน นาทีที่ 62 และ ชาร์ลี อดัมส์ นาทีที่ 64
สโต๊ค ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-2 จากประตูของ ยอห์น คาริว นาทีที่ 32, โรเบิร์ต ฮูธ นาทีที่ 83 กับ 90 ขณะที่ทีมเยือนได้จาก คีแรน ริชาร์ดสัน นาทีที่ 2 กับ อซาโมอาห์ ชียาน นาทีที่ 48 และ วีแกน ชนะ แบล็คเบิร์น 4-3 เจ้าถิ่นได้จาก เจมส์ แม็คคาร์ธี นาทีที่ 35, 56, ฮูโก โรดาเยกา นาทีที่ 50, เบน วัตสัน นาทีที่ 65, ทีมเยือนได้จาก เจสัน โรเบิร์ต นาทีที่ 23, คริสโตเฟอร์ แซมบา นาทีที่ 58 และ เดวิด ดันน์ นาทีที่ 81
ด้านศึกบุนเดสลีกา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ไปเยือน "แพะบ้า" โคโลญจน์ และออกนำก่อนถึง 2-0 จาก มาริโอ โกเมซ นาทีที่ 22 กับ ฮามิท อัลตินท็อป นาทีที่ 43 แต่ครึ่งหลัง โคโลญจน์ มาทวงคืนถึง 3 ประตูจาก คริสเตียน เคลเมนส์ นาทีที่ 55, มิลิโวเย โนวาโควิช นาทีที่ 62 กับ 73 ทำให้ โคโลญจน์ พลิกกลับมาชนะอย่างเหลือเชื่อ 3-2
ผลคู่อื่นๆ ไมนซ์ เสมอ เบรเมน 1-1, โฮฟเฟนไฮม์ ชนะ ไกเซอร์ฯ 3-2, ฮันโนเวอร์ ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 1-0 และ เนิร์นแบร์ก ชนะ เลเวอร์คูเซน 1-0 สรุปอันดับคะแนน ดอร์ทมุนด์ 51 แต้ม, เลเวอร์คูเซน 39 แต้ม, ไมนซ์ กับ ฮันโนเวอร์ 37 แต้ม และ บาเยิร์น 36 แต้ม
ตารางคะแนนพรีเมียร์ชิพ
แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
แมนฯ ยูไนเต็ด 24 15 9 0 54 22 54
อาร์เซนอล 25 15 5 5 54 27 50
แมนฯ ซิตี้ 26 14 7 5 42 22 49
เชลซี 24 13 5 6 46 21 44
สเปอร์ส 25 12 8 5 35 27 44
ซันเดอร์แลนด์ 26 9 10 7 32 31 37
ลิเวอร์พูล 25 10 5 10 33 31 35
โบลตัน 26 8 9 9 36 37 33
สโต๊ค 25 10 3 12 31 32 33
นิวคาสเซิล 25 8 7 10 40 38 31
แบล็คเบิร์น 26 9 4 13 34 42 31
ฟูแล่ม 26 6 12 8 28 28 30
เอฟเวอร์ตัน 25 6 12 7 33 34 30
แอสตัน วิลล่า 26 7 8 11 30 45 29
แบล็คพูล 25 8 4 13 38 49 28
เวสต์บรอมวิช 25 7 5 13 31 48 26
วีแกน 26 5 11 10 26 44 26
เบอร์มิงแฮม 23 4 12 7 23 33 24
เวสต์แฮม 25 5 9 11 27 44 24
วูล์ฟแฮมป์ตัน 24 6 3 15 24 42 21



