
กต.แจงทั่วโลกไทยไม่ได้รุกรานเขมร
กษิตเชิญเอกอัครราชทูต 16 ปท.แจง ชี้ไทยไม่ได้รุกราน ตอบโต้แบบสมน้ำสมเนื้อ ย้ำมุ่งเป้าทางทหารไม่ใช่พลเรือน ด้านยูเนสโกแนะไทย-เขมรใช้ความอดกลั้น
(5ก.พ.) นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูต 8 ประเทศในอาเซียน ยกเว้นไทยและกัมพูชา รวมถึงเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย เช่น จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และ คณะกรรมการมรดกโลก อาทิ ญี่ปุ่น รวมแล้ว 16 ประเทศ มารับฟังข้อมูล ถึงเหตุการณ์การยิงปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ตามแนวชายแดน จ.ศรีสะเกษ
โดยรมว.ต่างประเทศได้เน้นย้ำว่าเราปฏิบัติด้วยความอดทนอดกลั้นมากที่สุด และประเทศไทยเองมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบมาก และได้มีการอพยพคนไทยกว่า 6,000 คนออกจากพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยให้ความดูแลอยู่ ที่สำคัญรมว.ต่างประเทศได้เน้นย้ำว่าการกดำเนินการของฝ่ายไทยและกองทัพเป็นลักษณะป้องกันตัวเองและได้มีการตอบโต้เท่าที่จำเป็นอย่างสมน้ำสมเนื้อ และพยายามจำกัดวงให้อยู่เฉพาะในพื้นที่ดังกล่าวไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย
นายธานี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้นายกษิตยังได้สะท้อนให้เอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ ทราบว่าเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และควรมีการชะลอออกไปก่อน และปล่อยให้การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี)แล้วเสร็จแล้วดำเนินการ อย่างไรก็ตามในการชี้แจงดังกล่าวได้มีเอกอัครราชฑูต 2 ประเทศที่ได้มีการสอบถามเพิ่มเติม ซึ่งส่วนใหญ่ได้สอบถามถึงเหตุการยิงปะทะกัน ซึ่งนายกษิตก็ได้เน้นย้ำว่าแนวทางการปฏิบัติของไทยคือการไม่รุกรานแต่จะตอบโต้ตามความจำเป็น และมุ่งเป้าเฉพาะทางทหารและเน้นการประสานในทุกระดับชั้น ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตสถานการณ์จะสามารถคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ในช่วงเย็น ( 5 ก.พ.) นายกษิตจะโทรศัพท์ไปหานาย ฮอ ร์ นัม ฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเพื่อหารือถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี)ในครั้งต่อไป ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในนัดต่อไปด้วย
อย่างไรก็ตามในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ดร.อาร์เอ็ม มาร์ตี้ เอ็ม นาตาเลกาวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน จะเข้าพบ นายกษิต เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คงไม่ได้มาเพื่อเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยแต่อย่างใด
เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าฝ่ายไทยไม่ได้ยิงไปยังฝั่งกัมพูชาก่อน นายธานีกล่าวว่า ยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้เป็นฝ่ายรุกราน แต่เราดำเนินการไปตามกรอบทำแบบสมน้ำสมเนื้อ และมุ่งเป้าทางการทหารเท่านั้นไม่ได้มุ่งเป้าไปในพื้นที่พลเรือน
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์เช่นนี้จำเป็นต้องเชิญทูตกัมพูชากลับประเทศหรือไม่ นายธานีกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น ภาพรวมในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี)ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น ไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้านองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารของไทยและกัมพูชา ส่งผลให้มีการสูญเสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อตัวปราสาท สืบเนื่องจากกรณีความขัดแย้งการนำปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นางเอริน่า โบโกวา ประธานยูเนสโก กล่าวในแถลงการณ์ว่า รู้สึกกังวลใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น เพื่อเห็นแก่ความปลอดภัยของตัวปราสาทพระวิหารอันเป็นโบราณสถานเก่าแก่ รวมทั้งขอให้มีการเปิดช่องทางการติดต่อแบบสายตรงระหว่างผู้มีอำนาจของทั้งสองประเทศเพื่อลดความตึงเครียดในพื้นที่



