ข่าว

แม่มือใหม่จับลูกน้อยนอนคว่ำหายใจไม่ออกดับ

แม่มือใหม่จับลูกน้อยนอนคว่ำหายใจไม่ออกดับ

05 ก.พ. 2554

แม่มือใหม่จับลูกน้อยนอนคว่ำหลังคลายเมื่อย แต่หายใจไม่ออกดับอนาถ

(5ก.พ.) เวลา 09.30 น.ร.ต.ท.มนเดช มาแนม พนักงานสอบสวน  (สบ 1) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งจากคลินิกแพทย์ปัญญา 2 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.ว่า มีเด็กมาเสียชีวิตที่คลินิกโดยไม่ทราบสาเหตุ รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุพบศพ ด.ช.วิศรุต หรือน้องเอฟ สุขประเสริฐ อายุ 2 เดือน 6 วัน สภาพหน้าซีดปากเขียวคล้ำ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง จากการสอบสวน น.ส.สายพิณ หรือโส โภชนา อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 650/367 หมู่ 5 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.แม่ของน้องเอฟ ให้การว่า เหตุเกิดภายในบ้านพักของตนเลขที่ 194 ซอยนวมินทร์ 26 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 06.00 น. ตนตื่นขึ้นมาส่งนายวุฒิไกร สุขประเสริฐ อายุ 19 ปี สามีออกไปทำงาน จากนั้นก็มาดูน้องเอฟที่นอนอยู่บนเตียง

โดยห่อผ้าเอาไว้ให้อุ่นตลอดคืนเหมือนทุกวัน จากนั้นก็จับน้องเอฟนอนคว่ำหน้าลง เพราะกลัวลูกจะเมื่อย เนื่องจากให้นอนหงายมาทั้งคืนแล้ว และก็คอยดูว่าลูกขยับตัวตะแคงตัวหายใจหรือไม่ ตอนนั้นลูกชายก็ยังขยับตัวและส่งเสียงร้องอยู่ ตนก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเลยเอามุ้งมาคลุมกันยุงให้ลูกชายก่อนจะกลับไปนอนต่อ

 น.ส.สายพิณกล่าวต่อไปว่า มารู้สึกตัวอีกทีเวลาประมาณ 08.00 น.ตอนที่น้องสาวมาหาที่บ้าน แล้วน้องสาวไปอุ้มลูกชายออกมาจากมุ้ง ก็ได้ยินน้องสาวส่งเสียงร้องดังลั่น จึงรีบลุกจากที่นอนไปดูก็เห็นลูกชายหน้าซีด ปากเขียวคล้ำไม่หายใจแล้ว จึงรีบพาส่งคลินิกใกล้บ้าน แต่ก็ไม่ทันการณ์ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกชายเอาไว้ได้ ซึ่งตนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับตัวเอง โดยน้องเอฟเป็นลูกคนแรก ตนและสามีคอยเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่คลอดออกมา ทุกวันช่วงเช้าก็จะตื่นมาจับลูกให้นอนคว่ำหน้าเพราะกลัวลูกจะเมื่อย ซึ่งลูกชายก็จะตะแคงตัวหายใจได้เองเป็นปกติ เมื่อช่วงเช้าก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน แต่อยู่ ๆ แล้วก็มาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา รู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมาก ไม่คิดว่าจะทำให้ลูกต้องตาย 

 ร.ต.ท.มนเดชกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหากับ น.ส.สายพิณ ต้องนำศพเด็กส่งตรวจที่ สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงก่อน จากนั้นก็ดูว่าจะเข้าข่ายใด หากเข้าข่ายประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ก็ต้องถูกดำเนินคดี แต่หากไม่เข้าข่ายก็อาจจะเป็นในลักษณะของการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่จากการตรวจสอบสภาพของเด็กแล้วไม่พบร่องรอย หรือบาดแผลตามร่างกายแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของแม่มากกว่า อยากฝากเตือนพวกคุณแม่มือใหม่ให้คอยระมัดระวัง และดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด อย่าเผอเรอเป็นอันขาด เพราะอาจจะเกิดเหตุเช่นเดียวกับกรณีนี้ขึ้นก็เป็นได้