ข่าว

ด่านอรัญฯเหงาแห่ยกเลิกทัวร์เข้าเขมร

ด่านอรัญฯเหงาแห่ยกเลิกทัวร์เข้าเขมร

05 ก.พ. 2554

ด่านอรัญประเทศเหงา ผู้ค้าชาวเขมรห่วงสินค้ายอมเข้ามาเปิดร้านค้าในตลาดโรงเกลือ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ 80 % เผย เหตุปะทะไทย-กัมพูชา ส่งผลถึงชาวกัมพูชา เร่งกักตุนสินค้า

(5ก.พ.) เวลา 07.00 น. ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านปอยเปต กรุงปอยเปต อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย ของประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดประตูด่านพรมแดนอรัญประเทศ บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ฝั่งไทย ตามปกติ โดยมีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และกรรมกรชาวกัมพูชามารอเวลาเปิดด่านฯเพื่อเดินทางเข้ามาทำการค้าและรับจ้างในตลาดโรงเกลือ ฝั่งประเทศไทย ประมาณ 200 คนเศษ ทำให้บรรยากาศบริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ ดูเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติแล้วก่อนที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต จะเปิดเวลา 07.00 น.ของทุกวัน จะมีพ่อค้า แม่ค้า และกรรมกรกัมพูชา กว่า 8,000 คน   รอข้ามแดน ในวันธรรมดา และหากเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีการข้ามแดนกว่า  10,000   คน  แต่วันนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา

 อย่างไรก็ดียังมีผู้ค้าชาวกัมพูชาบางส่วนที่ยังห่วงสินค้าของตนที่อยู่ในอาคารร้านค้าในตลาดโรงเกลือ ได้เดินทางเข้ามาเพื่อดูสินค้า  ผู้ค้าชาวกัมพูชา กล่าวว่า ยังไม่ไว้ใจ หากเหตุการณ์รุกลามก็จะเดินทางกลับไปประเทศกัมพูชาได้ทันที

 ส่วนทางด้านกรุ๊ปทัวร์ที่พานักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเที่ยวในนครวัด-นครธม จ.เสียมราฐ ของกัมพูชา ซึ่งปกติจะมีวันละประมาณ 800-1000 คน ได้ถูกยกเลิกการเดินทางทำให้ทัวร์นักท่องเที่ยวชาวไทย เหลือไม่ถึง 100 คนที่เดินทางเข้าไปเที่ยวในกัมพูชา แม้แต่นักพนันชาวไทย ที่เดินทางเข้าไปเสี่ยงโชคในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ก็ไม่กล้าเดินทางไปฝั่งกัมพูชา เนื่องจากยังกลัวเหตุการณ์การสู้รบจะบานปลายจนถึงปิดด่านชายแดน

 นายสมบัติ จึงตระกูล  อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการค้าชายแดนไทย - กัมพูชา จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า หลังจากชาวกัมพูชาที่ทำงานอยู่ใน จ.จันทบุรี ทราบเหตุการณ์ปะทะกันที่ชายแดนด้าน จ.ศรีสะเกษ ทำให้ชาวกัมพูชาจำนวน เร่งเดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชา เพราะเกรงเหตุการณ์จะลุกลาม  และพบว่าในส่วนของผู้ประกอบการค้าชาวกัมพูชา   หวาดกลัวว่าจะมีการปิดพรมแดนไทย - กัมพูชา ที่จะมีผลมาถึงการค้าชายแดนโดยตรง 

 จากการตรวจสอบไปยังผู้ประกอบการค้าชาวกัมพูชาที่อยู่ใน จ.พระตะบอง , กรุงไพลิน ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับ จ.จันทบุรี ทราบว่า  ต่างวิตกต่อเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา  โดยชาวกัมพูชาที่อยู่ใน จ.พระตะบอง และกรุงไพลิน ต่างพากันกว้านซื้อน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซล ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยซื้อในลักษณะการกักตุนน้ำมันไว้ใช้ เนื่องจากเกรงหากเหตุการณ์มีการปะทะกันรอบใหม่ ราคาน้ำมันในกัมพูชาจะมีราคาสูงขึ้น   รวมทั้งต่างซื้อเสบียงอาหารกักตุนไว้ด้วย

 ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า แนวชายแดนตั้งแต่ จ.ศรีสะเกษ ถึง จ.สระแก้ว บรรยากาศซบเซาหมด เนื่องจากไทยและกัมพูชามีพื้นที่ชายแดนติดต่อกันยาวเกือบร้อยกิโลเมตร ที่ผ่านมาเปลี่ยนจากสนามรบเป็นสนามการค้า สนามการค้าเป็นสนามรบ ค่อนข้างบ่อยครั้ง ดังนั้นผู้ค้าจึงค่อนข้างจะชินกับสถานการณ์นี้ ด่านใหญ่ๆที่ จ.ศรีสะเกษ คือ ด่านช่องสะงำ แทบจะปิดเงียบ จ.สุรินทร์ ด่านกาบเชิง ตรงข้ามอุดรมีชัย กัมพูชา ก็นิ่งสนิท จ.สระแก้ว เป็นตลาดที่ค้าขายเกือบ 1 ใน 2 ของทั้งหมด ที่โรงเกลือก็ค่อนข้างซบเซา ส่วนด่านที่อยู่ห่างไกล เช่น จ.ตราด และ จ.จันทบุรี ก็ยังมีการส่งออกอยู่ เพราะกัมพูชาต้องพึ่งวัสดุก่อสร้างเชื้อเพลิงจากไทยเข้าไป ทั้งนี้ ได้มีการประสานใกล้ชิดกับทูตไทยที่พนมเปญและทูตพาณิชย์ โดยเฉพาะกัมพูชาเมืองหลวงยังไม่มีรายงานปัญหาใดๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการเตรียมการประชุมใหญ่เศรษฐกิจการค้าลงทุนที่พนมเปญ ซึ่งจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายอย่างไร และนายกฯจะได้พิจารณาเรื่องนี้ต่อไป

 ส่วนงานแสดงสินค้าที่กัมพูชาจะงดหรือไม่นั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ได้หารือกับ นายกฯ และรมว.พาณิชย์ แล้วบอกว่าให้ดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะไม่ใช่การแสดงสินค้าอย่างเดียว แต่เป็นการประชุมสภาการค้าเศรษฐกิจ และจัดคู่ธุรกิจ การเชื่อมสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งไทยและกัมพูชาถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านติดกันมีการค้ายขายปีหนึ่ง 5 หมื่นล้าน ดังนั้นการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจมีการเตรียมการหลายเดือนแล้ว หากงานครั้งนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ก็จะทำให้เสียโอกาส แต่เรื่องสำคัญที่สุดคือ การรักษาอธิปไตยและเอกราชของเรา แต่เรื่องเศรษฐกิจเราก็พยายามทะนุถนอม ทั้งนี้ ก็ขึ้นกับฝ่ายมั่นคงและกระทรวงต่างประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม ได้แต่ภาวนาว่าความสัมพันธ์สองประเทศจะคลี่คลายได้