ข่าว

ผู้ว่าฯ-แม่ทัพภาค2นั่งโต๊ะเจรจาเขมร

ผู้ว่าฯ-แม่ทัพภาค2นั่งโต๊ะเจรจาเขมร

05 ก.พ. 2554

กษิตชี้เหตุทหารไทย-เขมรปะทะส่งสัญญาณ"ยูเนสโก"ควรชะลอเรื่องต่างๆไว้ก่อน ผู้ว่าฯศรีสะเกษร่วมแม่ทัพภาค 2 นั่งโต๊ะเจรจาเขมรหลังเหตุปะทะยุติลง ด้าน ตร.งัดมาตรการป้องกันทรัพย์สินชาวบ้านเสียหาย หวั่นหัวขโมยอาศัยช่วงชุลมุนออกอาระวาด หวั่นเหตุปะทะบานปลาย”ช่องสะ

(4ก.พ.) นายกษิต ภิรมย์  รมว.กระทรวงต่างประเทศ  กล่าวก่อนเดินทางกลับประเทศไทยว่า  สถานการณ์การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ได้ยุติไปแล้วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด  เป็นเรื่องที่ฝ่ายกองทัพและรัฐบาล  ทั้งสองฝ่าย ต่างพยายามทำให้เรื่องอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้   ประเด็นสำคัญคือ เรื่องนี้ น่าจะบ่งบอกไปยัง ยูเนสโก และคณะกรรมการมรดกโลกว่า การจะดำเนินการใด ๆ โดยไม่คำนึงถึงความอ่อนไหวในเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา อาจนำไปสู่ความตึงเครียดได้  ยูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลก ควรชะลอการดำเนินการใดๆ ออกไปก่อน เพราะอาจนำไปสู่ความตึงเครียด และอ่อนไหวได้โดยง่าย  ต้องระมัดระวังมาก  ไม่อยากให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว   เพราะจะนำไปสู่ความเสียหายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นตลาดสินค้า และการท่องเที่ยว ระหว่างสองประเทศ  "
   
    "ไม่อยากให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว นำไปสู่การเผชิญหน้า   ต้องตั้งสติให้ดี ส่วนกรณี 7 คนไทยก็เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมและการเจรจา ส่วนเรื่องการเผชิญหน้ากันวันนี้ ทั้งไทยและกัมพูชา จะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงถึงเหตุการปะทะกัน เรื่องนี้ต้องทำอย่างระมัดระวัง " นายกษิต กล่าว

กัมพูชาสังเวยเหตุปะทะ 2 ศพ

 เมื่อเวลา 18.25 น. สถานีโทรทัศน์ซีทีเอ็น ของกัมพูชา รายงานว่ามีชาวกัมพูชาเสียชีวิตแล้ว 2 คน จากเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาบริเวณภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นอกจากนี้ ทหารไทยยังถูกฝ่ายกัมพูชาควบคุมตัวไว้ 4 นาย
 สื่อของกัมพูชาอ้างด้วยว่า ไทยใช้รถแทรกเตอร์ไถพื้นที่เข้าใกล้วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระก่อน ทหารกัมพูชาจึงยิงเข้ามายังเขตแดนไทย จนเกิดเพลิงไหม้ค่ายทหาร และได้จับทหาร 4 นายไว้เป็นตัวประกัน
 ขณะเดียวกัน นายอำเภอกันทรลักษ์ ได้สั่งอพยพประชาชนใน 4 หมู่บ้านหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา

ผู้ว่าฯ-แม่ทัพภาค2นั่งโต๊ะเจรจาเขมร

เมื่อเวลา 18.30 น. นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมด้วย พล.ท.ธวัชชัย   สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี พร้อมคณะได้เดินทางขึ้นไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บริเวณผามออีแดงเพื่อขึ้นไปเจรจากับผู้บัญชาการกองทัพกัมพูชา ถึงสาเหตุการปะทะของทหารทั้งสองฝ่ายในวันนี้  ซึ่งขณะนี้ผลการเจรจายังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นไปในลักษณะใด

 หลังจากเจรจาแล้วเสร็จ พล.ท.ธวัชชัย  สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2  ได้เดินทางไปที่ รพ.กันทรลักษ์ เพื่อเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะในวันนี้ โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน บอกเพียงสั้น ๆว่า  เป็นสถานการณ์ที่เปราะบาง ไม่ขอให้สัมภาษณ์อะไรในตอนนี้

 นางพยอม   ทองแท่ง อายุ 58 ปี  ชาวบ้านเสาธงชัย ม. 1  ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์  จ.ศรีสะเกษ  กล่าวขณะนั่งดมยาอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราว  ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ว่า  ก่อนเกิดเหตุการณ์ปะทะขึ้นตนกำลังทำงานอยู่ทุ่งนา  เมื่อได้ยินเสียงปืนจึงพากันวิ่งเข้ามาที่บ้าน และไปที่บังเกอร์โรงเรียนบ้านภูมิซรอล  ซึ่งในระหว่างที่หลบอยู่ในบังเกอร์นั้น ได้ยินเสียงปืนดังมาถี่มาก  ถ้ามาครั้งละนัดก็ยังไม่น่ากลัว  แต่นี่เสียงดังมาครั้งละ 10 - 20 นัด เป็นชุดมาเลย ทำให้พวกตนและเพื่อนบ้านที่หลบอยู่ด้วยกันต่างหวาดกลัวอย่างมาก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศให้ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่

 นางพะยอมกล่าวต่อว่า ด้วยความตกใจกลัวจึงออกจากบังเกอร์มาตัวเปล่า ไม่มีทรัพย์สินหรือผ้าห่มอะไรติดตัวมาด้วยเลย  บ้านก็ไม่ล๊อค แต่ก็ไม่เป็นห่วงเพราะทางการได้มีกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าดูบ้านเรือนให้อยู่ รวมทั้งผู้ชายในหมู่บ้านส่วนหนึ่งก็เฝ้าบ้านอยู่ไม่ได้มาหมดทุกคน และจากที่ได้โทรไปตรวจสอบแล้วว่าบ้านของตนไม่ได้รับความเสียหายจากการปะทะครั้งนี้  มีแต่โรงเรียนภูมิซรอล และ อบต.เสาธงชัยเสียหายถูกเพลิงไหม

 “วันนี้ตกใจมาก เกือบใจขาด  หายใจไม่ท้อง ลูกปืนดังมากเกิน หัวใจจะวาย แต่ก็คิดอยู่ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง  เพราะทางทหารเขาได้แจ้งเตือนมาตลอดให้เตรียมความพร้อมไว้หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมา ”   นางพะยอม กล่าว

 ด้านมาตรการป้องกันความเสียหายทางทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่เกิดเหตุ   พ.ต.ท. ทิพย์พงษ์      ทิพยเกสร  สวญ.สภ.บึงมะลู  อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็น สถานีตำรวจที่อยู่ติดชายแดนด้านเขาพระวิหารที่สุด  กล่าวว่า ในส่วนนี้ สภ.บึงมะลูได้มีมาตรการรองรับในเรื่องนี้อยู่แล้ว  โดยสถานการณ์เมื่อช่วงเย็นนี้ชาวบ้านบางส่วนได้อพยพมาที่ศูนย์อพยพที่อำเภอกันทรลักษ์ 

 ส่วนหนึ่งตนได้ประสานกับ อปพร.และคนหนุ่มในหมู่บ้านตามแนวชายแดน ซึ่งตอนนี้ในหมู่บ้านจะมีกำลังตำรวจ  อปพร. และชุด ชรบ.ดูแลความปลอดภัยอยู่ ความเสียหายเบื้องต้น ทราบว่าชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย บ้านเรือนถูกเผา 4 หลัง  โรงเรียนมัธยมภูมิซรอลอาคารเรียนขนาดใหญ่ถูกจรวดถล่มอาคารได้รับความเสียหาย และที่ทำการอบต.เสาธงชัย เสียหายบางส่วน

 "ส่วนชาวบ้านที่ติดอยู่ในหมู่บ้านที่ออกมายังไม่ได้ก็ได้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการ และจากข้อมูลตอนนี้ทราบว่าได้อพยพลงมาได้แล้วทั้งหมด 80 %"  สวญ.สภ.บึงมะลู กล่าว

หวั่นเหตุปะทะบานปลาย”ช่องสะงำ”ปิดด่าน

นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานการท่องเที่ยวนครวัดนครธมช่องสะงำ กล่าวว่าทางการให้เตรียมตัว หากมีเหตุการณ์ร้าย ประชาชนพร้อมสามารถเคลื่อนไหวอพยพทันที ส่วนบางคนก็รอเฝ้าสิ่งของ เพราเสียดายทรัพย์สินสิ่งของ ส่วนเหตุการณ์จุดการสู้รบอยู่ห่างไกลจุดผ่านแดนช่องสะงำ ประกอบกับพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่พิพาท ไม่เป็นพื้นที่สีแดง หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงบานปลายจุดนี้ปิดจุดผ่านแดนทันที

 นางบุญ เอ็ง ชาวอำเภอตระเปียงปราสาท จังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ที่ตลาดฝั่งกัมพูชาประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ดังกล่าวได้อพยพลงไปหมดแล้ว ตลาดเงียบกริบ ตนเองยังไม่อพยพกลับบ้านยังอยู่ที่ประเทศไทยก่อน เพราะตนเห็นว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยแล้วแต่ ที่ช่องสะงำยังไม่บานปลายถึงแต่อย่างใด

 ขณะที่ชาวบ้านแซรไปร หมู่ที่ 4 บ้านแซรไปรใต้ หมู่ที่ 8 ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้ายที่มีพื้นที่ติต่อกับชายแดนกัมพูชา อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย ยังดำเนินวิถีชีวิตยังปกติสุข ไม่เกิดการตื่นตระหนกแต่ประการใด ต่อเหตุการณ์การสู้รบของกองกำลังทหารไทยกับทหารกัมพูชา แต่ทางผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนำโดย นายเสถียร อ่อนคำอายุ 54ปี ผู้ช่วยฝ่ายปกครองได้ใช้หอกระจ่ายข่าวของหมู่บ้านแซรไปร หมู่ที่ 8 ประกาศข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ด้านการสู้รบทางด้านภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยไม่ให้ประชาชน ลูกบ้านเกิดความตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ อย่าเชื่อข่าวลืออย่าเกิดความแตกตื่น ให้ฟังทางผู้นำหมู่บ้านประกาศผ่านหอกระจายข่าว เรื่องการอพยพ เพื่อให้เป็นไปตามแผนด้วยการอพยพคนชรา ผู้หญิง ลูกเล็กเด็กแดงก่อน ส่วนผู้ชาย ชายฉกรรจ์เป็นแนวหน่วยเฝ้าระวังเวรยาม ดูแลความปลอดภัย ชีวิตทรัพย์สินของประชาชนไว้

ช่องจอม-โอร์เสม็ดตรึงเครียดชาวเขมรผวาปิดด่าน

 เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เขตติดต่อชมรมโอร์เสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา  ภายหลังได้เกิดการสู้กันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ทำให้สถานการณ์บริเวณชายแดน ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม ตรึงเครียดขึ้นมาทันที เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 2609  ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้รับคำสั่งให้พร้อมรบ เต็มอัตรา พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจ และให้คำแนะนำ ประชาชนชาวไทย ไม่ให้เดินทางเข้าไปยัง บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม

 เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ชายแดน ไม่น่าไว้วางใจ เกรงว่า จะเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา อาจมีการปิดประตูด่านชายแดนเกิดขึ้น และขณะนี้ได้แจ้งให้ชาวไทย ที่เข้าแสวงโชค ในบ่อนกาสิโน ที่ชุมชนโอร์เสม็ด ประเทศกัมพูชาให้เดินทางข้ามฝั่งเข้ามาในเขตไทย ทำให้นักแสวงโชคชาวไทยจำนวนมาก ได้พากันเดินทางออกจากบ่อนกาสิโน เพื่อข้ามแดนกลับมาในฝั่งไทยและขึ้นรถตู้เดินทางกลับบ้านโดยทันที

 ด้านชาวกัมพูชาที่เปิดร้านจำหน่ายสินค้า ที่ตลาดการค้าช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนลึกเข้ามาในเขตแดนไทย 3 กิโลเมตร ก็ได้พากันปิดร้านค้า และเดินทางกลับเข้าไปในฝั่งกัมพูชา เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดการสู้รบเกิดขึ้น และไม่ได้รับความปลอดภัย ทำให้ตลาดช่องจอมในวันนี้ปิดลงตั้งแต่เวลา 16.00 น.
ขณะที่สถานการณ์ชายแดน บริเวณปราสาทตาเมือนธม บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง  อ.พนมดงรัก และบริเวณปราสาทตาควาย  บ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ขณะนี้ทหารพราน ชุดเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้นำลวดหนาม ปิดกั้นเส้นทางที่จะเข้าไปยังบริเวณปราสาททั้งสองแห่ง

 โดยไม่ให้ประชาชนเข้าไปยังบริเวณปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย เนื่องจากขณะที่นี้ทหารไทยกับทหารกัมพูชา ได้วางกำลังทหาร ประจันหน้ากัน ใกล้กับปราสาททั้งสองแห่ง นอกจากนั้นยังพบว่า ที่ปราสาทตาเมือนธม ทหารกัมพูชา ได้นำอาวุธและกำลังพลประชิดบันไดทางขึ้นปราสาทตาเมือนธม ซึ่งทหารทพรานกองร้อยจู่โจมที่ 960 ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้วางกำลังประจัญหน้าซึ่งอาจเกิดการปะทะกันได้ตลอดเวลา
  
 เช่นเดียวกับทางด้านตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้แจ้งวิทยุด่วนไปยังสถานีตำรวจทุแห่งที่ติดกับชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้มีการเตรียมความพร้อมกำลังพลและห้ามออกนอกพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินแผนพิทักษ์ส่วนหลัง หากเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นตามแนวชายแดน