
จ่อออกหมายจับ"พ.อ."คนบงการลอบฆ่าองคมนตรี
จ่อออกหมายจับ"พ.อ."สั่งลอบฆ่าองคมนตรี พบทำงานอยู่ภาคเหนือ จ่ายค่าจ้าง 1.5 ล้าน "เทพเทือก"เชื่อเกมป่วนบ้านเมือง สั่งตำรวจขยายผลจับจอมบงการ ปัดคน ปชป.มีเอี่ยว หลังพบทีมสังหารพกนามบัตรลูกพรรค แฉ"พ.ต.เทียนชัย"เพื่อนร่วมรุ่น"ร.ท.ธวัชชัย"คดีคาร์บ๊อง วางแผนปาบึ้
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 8 เมษายน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 พนักงานสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 1 และจ.สมุทรปราการ ร่วมแถลงผลการจับกุม พ.ต.เทียนชัย หรือ อ๊อด เมืองจันทึก อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/936 ถ.พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. นายคมิก หรือ เหน่ง สุขกาญจนกาศ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 372/3 ซ.สายไหม 33/1 แขวงและเขตสายไหม กทม. นายภานุพงศ์ หรือ กอล์ฟ รัตนาไพบูลย์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/83 ซ.สุเหร่าคลองหนึ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. และนายศักดิ์ชาย หรือ แบงค์ แซ่ลิ้ม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/618 ม.1 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. ผู้ต้องหาลอบสังหารนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี
พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด .38 แบบลูกโม่ไทยประดิษฐ์ พร้อมกระสุนปืนขนาด .38 หัวระเบิด จำนวน 6 นัด และแบบธรรมดาอีก 4 นัด โพยกระดาษระบุข้อความพาหนะที่เป้าหมายนายชาญชัย ภรรยาและลูกสาว พร้อมบ้านเลขที่ แบบบันทึกการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่เตรียมไว้ใช้ก่อเหตุของ สน.ประชาชื่น ระบุวันที่ 5 เมษายน โดยมีชื่อนายภานุพงศ์ เป็นผู้ขับขี่
ด้าน พ.ต.อ.เพชรรัตน์ แสงไชย รอง ผบก.ศสส.ภ.1 กล่าวว่า คนร้ายได้รับสารภาพโดยระบุการวางแผนสังหารนายชาญชัย ไว้ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 52 โดยนายคมิก หรือจ่าหนึ่ง ได้นัดพบเพื่อวางแผนกับ พ.ต.เทียนชัย ที่คอนโดบ้านสวน ซ.พหลโยธิน 48 หลังจากนั้นได้เดินทางไปดูเป้าหมายที่บ้านนายชาญชัย ที่ อ.พระประแดง แต่ยังไม่ได้ลงมือ ต่อมาช่วงปลายเดือนมีนาคม นายคมิก ได้โทรศัพท์ติดต่อนายภานุพงศ์ บอกว่ามีงานยิงคน นายภานุพงศ์จึงตอบตกลง จากนั้นนายภานุพงศ์ ให้นายตั้ม ไม่ทราบนามสกุล จัดหามือปืน โดยในวันเดียวกัน พ.ต.เทียนชัย ได้โอนเงินเข้าบัญชีนายคมิก จำนวน 15,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย
พ.ต.อ.เพชรรัตน์ กล่าวว่า หลังจากนั้นในช่วงบ่ายวันที่ 31 มีนาคม นายภานุพงศ์ ได้นัดนายคมิก ที่ตลาดนัดคลองสอง จ.ปทุมธานี เพื่อดูปืนและได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารแป๊ะฮก เขต สภ.ประตูน้ำจุฬา และวันที่ 1 เมษายน นายคมิก นัดนายภานุพงศ์ ไปดูเป้าหมายอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้มอบภาพถ่ายและรายละเอียดของเป้าหมายให้นายภานุพงศ์ และขากลับพ.ต.เทียนชัย ได้นัดพบนายคมิก และนายภานุพงศ์ ที่ร้านอาหารมล หน้า สน.ดุสิต ซึ่งในวันเดียวกันได้มอบกระสุนปืนขนาด .38 และเงินจำนวน 3,000 บาท หลังจากนั้นวันที่ 4 เมษายน นายภานุพงศ์ และนายศักดิ์ชัย ได้เดินทางไปบ้านนายชาญชัยเพื่อที่จะลงมือสังหาร แต่เมื่อเข้าซอยบ้านเป้าหมายพบรถตำรวจจอดอยู่บริเวณใกล้บ้านจึงต้องยกเลิก จากนั้น 2 ชั่วโมงผ่านไปทั้งสองได้กลับมาที่บ้านนายชาญชัย อีกครั้งแต่ต้องยกเลิกอีกเพราะตำรวจยังอยู่ที่เดิม
"พอช่วงเช้าวันที่ 5 เมษายน ทั้งสองคนมาดูลาดเลาอีกครั้งก็เจอตำรวจอีกเหมือนเดิม ก็เลยขี่รถมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน แต่ถูกตำรวจ สน.ประชาชื่น ที่ตั้งด่านเรียกตรวจแล้วยึดรถไว้ตรวจสอบ แต่ปล่อยให้ทั้งสองคนกลับบ้าน หลังจากนั้นทั้งสองคนตัดสินใจเอาเรื่องนี้ไปบอก พ.ต.อ.วีระศักดิ์ มีนะกนิตย์ จน พ.ต.อ.วีระศักดิ์ ประสานให้ข้อมูลกับ พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ชุดสืบสวนจึงควบคุมตัวมือปืนทั้งสองมาสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนแน่นหนา ก่อนจะขออนุมัติหมายศาลจนจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด" พ.ต.อ.เพชรรัตน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาที่จับกุมได้ครั้งนี้ พบว่านายภานุพงศ์ เคยต้องคดีใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ที่ สน.ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 40 และศาลพิพากษาจำคุก แต่ได้ลดหย่อนโทษเหลือ 10 ปี 6 เดือน และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 50 หลังจากนั้นได้มาทำงานเป็นพนักงานส่งเอกสารที่ บริษัทบางกอกมาสเตอร์ และขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่วินวัดหลักสี่ และรู้จักกับนายศักดิ์ชายที่นี่ ส่วนนายศักดิ์ชาย เคยต้องโทษคดีเสพยาบ้า ที่ สน.หลักสอง ศาลพิพากษาจำคุกตั้งแต่ 2534-2535 โดยถูกส่งตัวไปอยู่บ้านเมตตาประมาณ 3 เดือน หลังพ้นโทษได้ถูกตำรวจ สน.เพชรเกษม จับกุมในข้อหาเดียวกันเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จำคุกนาน 3 เดือน ก่อนจะมาขี่จักรยานต์รับจ้างวินเดียวกับนายภานุพงศ์
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้บงการใหญ่ที่จ้างวานฆ่านายชาญชัยนั้น ผู้ต้องหาสารภาพว่าเป็นนายทหารยศ "พ.อ." อยู่ทางภาคเหนือ โดยประสานงานกับ พ.ต.เทียนชัย ผ่านลูกน้องคนสนิทชื่อ นายแจ๊ค ซึ่งเป็นอดีต รปภ.ของบริษัท เกรียงไกรทีวีการ์ด และมีนายตำรวจคนหนึ่งเป็นเจ้าของบริษัท จึงถือเป็นคัตเอาท์สำคัญที่จะสาวไปถึง พ.อ.ผู้อยู่เบื้องหลังการจ้างวานฆ่านายชาญชัย แต่อยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับบุคคลทั้งสอง
ด้าน พล.ต.ท.ฉลอง กล่าวว่า หลังจากนี้ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังขยายผลเพื่อหาพยานผู้เกี่ยวข้องกับแผนสังหารนายชาญชัย ทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเสร็จสิ้นได้เมื่อใด อาจจะได้ตัวทั้งหมดภายในคืนนี้ก็ได้ จากประเด็นการสังหารเท่าที่สอบปากคำผู้ต้องหาทราบว่า ได้รับการว่าจ้างมาว่าเป็นนักธุรกิจทางภาคเหนือเท่านั้น แต่เบื้องลึกตัวผู้ต้องหาก็ไม่ทราบ เพราะรับต่อกันมาเป็นทอด โดยได้ค่าจ้างวานทั้งหมดเป็นเงิน จำนวน 1.5 ล้านบาท โดย พ.ต.เทียนชัย มาจ้างนายคมิก จำนวน 6 แสนบาท นายคมิก ไปจ้างนายภานุพงศ์ อีก 1.4 แสนบาท นายภานุพงศ์ ก็ไปบอกนายศักดิ์ชาย ว่าได้มา 8 หมื่นบาทแบ่งกันคนละ 4 หมื่นบาท ซึ่งมีการหักหัวคิวมาตลอดจึงไม่ทราบประเด็นที่แท้จริง รู้เพียงว่าคนที่ให้ไปฆ่าเป็นนักธุรกิจเท่านั้น ส่วนจะเป็นประเด็นที่นายชาญชัย เดินทางไปไปร่วมหารือที่บ้านนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานบริษัท แปซิฟิคคอร์ปเปอร์เรชั่นยังไม่ทราบเช่นกัน แต่ประเด็นทางการเมืองและเรื่องส่วนตัวก็ยังอยู่ในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้สอบปากคำนายชาญชัย
เมื่อถามถึงการการลอบวางเพลิงธนาคาร พล.ต.ท.ฉลอง กล่าวว่า เป็นการพูด แต่ยังไม่หลักฐานยืนยันชัดเจน ผบ.ตร.สรุปว่ากลุ่มนี้เป็นพวกรับจ้าง งานทุกงานเขารับหมด เพื่อเงิน
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการสอบประวัติ พ.ต.เทียนชัย หรือไม่ว่ามีสายโยงใยกับกลุ่มการเมืองหรือว่าข้าราชการทางการเมือง พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้ นายสุเทพ ได้สั่งการให้ตั้งชุดสืบสวนสอบสวน คิดว่าพยานหลักฐานจะพยายามรวบรวมให้ครบถ้วน เพื่อขยายผลให้เร็วที่สุด ส่วนจะโยงไปถึงใครยังไม่สามารถพูดอะไรได้ กลุ่มนี้เป็นผู้รับจ้างเพื่อมาลอบสังหาร จึงไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ การจะขยายไปถึงผู้บงการจึงอยู่ที่พยานหลักฐาน
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะต้องลงมือสังหารนายชาญชัย ก่อนวันที่ 7 เมษายนนั้นจะเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า คงต้องมีการสอบรายละเอียดก่อน ส่วนการจัดกำลังดูแลบุคคลสำคัญในช่วงนี้ ตำรวจได้จัดกำลังไว้แล้วทั้งหมด
ขณะที่ นายสุเทพ กล่าวว่า ด้านความมั่นคงเราได้จับกระแสข่าวทุกกระแสที่จะเป็นต้นเหตุให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง รัฐบาลและตำรวจถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องปกป้องประชาชน เพราะฉะนั้นเมื่อมีกระแสข่าวก็ไม่ได้ประมาท จะเห็นได้ว่าภายในซอยบ้านนายชาญชัย มีตำรวจลาดตระเวนตรวจเหตุตลอดเวลา เมื่อมือปืนจะเข้าไปลงมือก็พบตำรวจจนต้องหนีออกมาหลายครั้ง และได้ให้กำลังใจตำรวจที่ทำหน้าที่แข็งแรงและคนร้ายลงมือไม่สำเร็จ รวมทั้งเกาะติดกระแสข่าวสืบสวนสอบสวนขยายผลจนจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ โดยให้การสารภาพที่เป็นประโยชน์ในการขยายผลต่อไป ซึ่งตนได้ให้ ผบช.ภ.1 ตั้งชุดสืบสวนสอบสวนมาเป็นพิเศษ
“เป็นที่น่าสังเกตุว่าการจ้างวานให้ลงมือครั้งนี้ มีการพูดถึงเวลาในการทำงาน จึงฝากถึงประชาชนว่ามีผู้ประสงค์ให้เกิดเหตุร้าย เหตุรุนแรงในประเทศไทยขณะนี้จริงๆ และมีแผนเลวร้ายมากมายหลายอย่าง จึงขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสกับตำรวจ และไว้วางใจว่าตำรวจจะทำทุกอย่างให้บ้านเมืองสงบสุขให้ได้” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการพบบัตรสมาชิกพรรคประชาธิปปัตถ์ในบ้านคนร้ายจริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ทราบมาจากไหน เพราะที่ขอให้มีการแถลงข่าวในวันนี้เพราะไม่ต้องการให้มีการเผยแพร่ข่าวลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตระหนก หรือรัฐบาลกับตำรวจสร้างเรื่องขึ้น กรุณาเชื่อในข่าวที่แถลง เพราะเราทำงานอย่างเปิดเผย และแจ้งให้ประชาชนทราบโดยไม่เสียรูปคดี โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ตำรวจดูแลเป็นพิเศษทั้งประธานองคมนตรี องคมนตรี บุคคลสำคัญทุกคน เพราะเห็นแล้วว่ามีผู้ประสงค์ร้ายต่อองคมนตรีชาญชัย และถือว่าโชคดีที่ตำรวจทำงานสำเร็จ ระวังเหตุร้ายไว้ได้ เราจะไม่ประมาท และจะขยายผลต่อไป
เมื่อถามว่าทำไมจึงมีเหตุจ้างฆ่าองคมนตรีในช่วงนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นคำถามที่ดีว่าทำไมถึงมีการลอบฆ่าองคมนตรี ทำไมถึงมีการพูดถึงการว่าจ้างลอบวางเพลิง นั่นก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องทำต่อไป
รายงานข่าวจากชุดจับกุมแจ้งว่า ก่อนที่ พ.ต.เทียนชัย จะถูกจับ นายแจ๊ค ได้โทรศัพท์ไปบอกให้ พ.ต.เทียนชัย มารับระเบิดเพื่อไปก่อเหตุระเบิดป่วนบริเวณชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง และยังสั่งการให้ไปเผาธนาคารกรุงเทพฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ 10 แห่ง ขณะที่ตรวจค้นในกระเป๋าสตางค์ยังพบนามบัตรเลขาของ ส.ส.คนหนึ่งในพรรคประชาธิปัตย์ โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า ส.ส.คนนี้ มักนิยมการทำงานในทางลับ
สำหรับ พ.ต.เทียนชัย นั้น เป็นนายทหารชั้นประทวนมาก่อน ในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ก่อนเข้าเรียนเป็นนายร้อยทหารบกอบรมรุ่นที่ 25 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ อดีตผู้ต้องหาในคดีคาร์บอม จบมาเป็นนายทหารสัญญาบัตร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายทหารบรรณารักษ์ ประจำศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้ากองทัพบก



