
สุวัจน์นำส.ส.รวมชาติพัฒนาพบป๋าเปรม
"สุวัจน์" นำทีม ส.ส.รวมชาติพัฒนาเข้าพบ ป๋าเปรม.ที่บ้านไร้กังวลโคราช นานกว่า 1 ชม. แต่ปฏิเสธนัยทางการเมืองระบุข่าวดูดส.ส.เข้าพรรคต่างๆเป็นการสร้างราคาการตลาด ชี้ทหารยุคนี้คงไม่ปฏิวัติ
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 ก.พ. ที่บ้านแม่ทัพ หรือบ้านไร้กังวลเดิม ตั้งอยู่ปากซอยสืบศิริ 32 ถ.สืบศิริ หน้ากองบัญชาการช่วยรบที่ 2 อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรครวมชาติพัฒนาพร้อมด้วย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน หน.พรรครวมชาติพัฒนา,นายประเสริฐ บุญชัยสุข และนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.พรรครวมชาติ ,พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ,พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3,นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา,นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา รวมทั้งคณะนายทหารและนายตำรวจระดับสูง ได้เข้าหารือและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษภายในบ้านไร่กังวลนาน กว่า 1 ชั่วโมง ภายหลังจากที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดถนนร่วมเริงไชย ซึ่งเทศบาลนครนครราชสีมาได้ใช้พื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 จัดสร้าง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง ระยะทาง 1.7 กม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากร่วมรับประทานอาหารที่อาคารรับรองภายในบริเวณบ้านหลังรับประทานอาหารเสร็จ พล.อ.เปรมฯได้เดินเข้าไปยังบ้านพัก โดยเชิญนายสุวัจน์ฯเข้าหารือส่วนตัวประมาณ 15 นาที ก่อนที่นายสุวัจน์ฯ พร้อมด้วย พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะจะกลับออกมา
นายสุวัจน์ กล่าวภายหลังจากการเข้าพบพล.อ.เปรมฯว่า การหารือกับ พล.อ.เปรมก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่ พล.อ.เปรมฯท่านกลับมาโคราชมาเป็นประธานเปิดถนนร่วมเริงไชยที่ตัดใหม่ ซึ่งท่านพูดคุยมีความห่วงใยเรื่องน้ำท่วมโคราช อยากจะให้ทุกคนทุกฝ่ายช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับเมืองโคราชและท่านยังพูดเรื่องการช่วยเหลือคนจนที่ต้องช่วยกันแก้ไข ต่อข้อถามถึง พล.อ.เปรมฯได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะทางการเมืองและสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายสุวัจน์ฯตอบว่า ท่านไม่ได้พูดเรื่องการเมืองอะไร เพราะท่านเคยอยู่โคราช ท่านห่วงเรื่องน้ำท่วม เรื่องคนจนว่า ช่วยกันทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งผู้ว่าฯเองก็ได้รายงานให้พล.อ.เปรมฯทราบและเกรงว่าถ้าฝนตกหนักเหมือนปีที่แล้วในปีหน้าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์บ้านเมืองโดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดง กลุ่มเสื้อเหลือง และกลุ่มเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ และปัญหาไทย-กัมพูชาเพิ่มเข้ามาอีก ที่หลายฝ่ายเกรงว่าจะเหมือนกับอียิปต์ มองอย่างไร นายสุวัจน์ ตอบว่า ตนคิดว่าคงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะอียิปต์กับไทยไม่เหมือนกัน เพราะไทยยังอยู่ในสถานการณ์ที่ทุกคนก็รับทราบกันดีอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งเร็วๆนี้ ฉะนั้นเป็นเรื่องของการรอคอยกติกาที่ชัดเจนว่า รธน.จะออกมาอย่างไร และสถานการณ์ภาพรวมต่างๆซึ่งนายอภิสิทธิ์ฯนายกรัฐมนตรีก็ได้ส่งสัญญาณค่อนข้างขัดเจน ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เป็นอย่างประเทศอื่นคงไม่มีอะไร เพียงแต่ว่าช่วงนี้ตนอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ของบ้านเมืองให้เรียบร้อย
"ส่วนเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ จะยุบสภาเดือนเมษายนนี้เหมาะสมหรือไม่ ถ้า รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกติกาที่จะต้องใช้สำหรับการเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรื่อง รัฐธรรมนูญไม่มีประเด็นอะไรแล้วก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายก เพราะถือว่าองค์ประกอบพร้อม ส่วนปัญหาพิพาทดินแดนไทย-กัมพูชา จนมีการชุมนุมของกลุ่มประชาชนบางฝ่ายจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเร็วกว่าที่นายกฯ อภิสิทธิ์ คิดไว้หรือไม่นั้น เรื่องนี้ก็เป็นปัจจัยหลายๆอย่าง อย่างนายก.อภิสิทธิ์ฯคิดว่า วันไหนจะยุบสภาท่านก็ต้องดูปัจจัยหลายอย่างประกอบ ฉะนั้นเหตุการณ์อะไรที่มันเกิดขึ้นใหม่ๆ หรือเป็นเหตุการณ์อะไรที่มันตรึงเครียดมันก็เป็นปัจจัยที่ประกอบการตัดสินใจได้ทั้งนั้น แต่ว่าพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือกติกาการเลือกตั้ง เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่เรากำลังมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญอย่างน้อย รัฐธรรมนูญต้องได้ข้อสรุปก่อนจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้เชื่อว่าทุกคนก็พร้อมกันอยู่แล้ว เพราะสัญญาณที่ส่งมาก็หลายครั้งแล้ว และชัดเจน ฉะนั้นถ้าเกิดจะมีการยุบสภาก็เป็นเรื่องที่ทุกคนคงจะพร้อมกันแล้ว"นายสุวัจน์ กล่าว
ส่วนกรณีกระแสข่าวการปฏิวัติของทหารมองอย่างไร นายสุวัจน์ บอกว่า ตนเห็นทุกฝ่ายออกมาปฏิเสธอยู่แล้ว ตนก็อยากให้ทุกคนได้สบายใจ ไม่น่าจะมีอะไร และบ้านเมืองก็เดินหน้ามามากแล้ว เราก็ประคับประคองผ่านเหตุการณ์ที่รุนแรงที่เราหวั่นเกรงกันมากมากแล้ว ตนดูสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นคงไม่มีอะไรที่จะไปสู่จุดนั้น แต่ที่สำคัญที่สุดผู้ใหญ่ของบ้านเมืองโดยเฉพาะ ฝ่ายทหารหลายท่านก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจน ฉะนั้นตนว่า เราไม่ต้องกังวลกันแล้ว เพราะถ้าเกิดมันเป็นข่าวลือข่าวอะไรที่เกิดขึ้นบ่อยๆมันก็กระทบความรู้สึก กระทบการลงทุน ฉะนั้นเมื่อผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งหลายได้มายืนยันแล้วตนว่าเราก็เดินหน้าบ้านเมืองกันต่อไป ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เตรียมการเลือกตั้งกันไปน่าที่จะเรียบร้อยดี
ส่วนตัวเลขสูตร 375 + 125 พรรครวมชาติพัฒนายอมรับได้แค่ไหนเพียงไร นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนว่า รธน.เป็นเรื่องของเสียงส่วนใหญ่ ตนว่าออกมาอย่างไรทุกคนก็ต้องยอมรับกันอยู่แล้ว มันไม่ใช่ประเด็นอะไรที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งแล้ว เพียงแต่ว่ามันจะออกมาเหมือนกับหวยจะออกเบอร์ไหน จะออกมาที่เบอร์ไหนเท่านั้นเอง แต่ว่าจะออกเบอร์ไหนวันนี้มันไม่ใช่เป็นประเด็นที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง และอีกอย่างหนึ่งนักการเมืองก็ต้องเล่นตามกติกาอยู่แล้ว อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงรอวัน เวลา ว่า 11 กุมภาพันธ์ จะเลือกตัวเลขไหนกันมากกว่า
ส่วนเรื่องกระแสข่าวการย้ายพรรค อย่างข่าวนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ,และกลุ่มนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.รวมชาติพัฒนาจะย้ายไปภูมิใจไทย และพรรคการเมืองอื่นนั้น นายสุวัจน์ฯกล่าวว่า ตอนนี้เป็นบรรยากาศของการเข้าสู่สนามเลือกตั้งแล้ว ฉะนั้นการที่จะตัดสินใจย้ายพรรคการเมืองของ ส.ส. ใครจะอยู่พรรคไหนมันจะเป็นเหตุการณ์ปรกติแล้ว เพียงแต่ว่าบังเอิญที่โคราชเป็นจังหวัดใหญ่ เป็นจังหวัดเป้าหมาย แต่จริงๆทุกเขตเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองก็มีการขยับเรื่องนี้กันอยู่แล้วโดยธรรมชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่มีพรรคการเมืองบางพรรคจะใช้เงิน 40 ล้านซื้อตัว ส.ส.ไปร่วมทีม นายสุวัจน์ ตอบว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า จริงหรือไม่จริง มันก็เป็นข่าวปล่อย ข่าวลือ ข่าวสร้างราคา ข่าวการตลาดหรือเปล่า ตนไม่ทราบ และตนก็ไม่ทราบว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่จริง แต่ว่าในฐานะที่เคยอยู่ในวงการการเมือง เคยเลือกตั้งมา ตนคิดว่าเราต้องช่วยกัน อย่าให้ผลของการเลือกตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เราคิดว่า มาจากเรื่องเงิน แล้วมันจะทำให้การเมืองมันไม่จบ มันทำให้ขาดความชอบธรรม หลังจากมีการเลือกตั้งแล้วเดี๋ยวจะนำไปสู่การไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองก็จะไม่เรียบร้อยอีก ฉะนั้นตนคิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองต้องช่วยกันสร้างความถูกต้องในระบบการเลือกตั้งและไม่ควรที่จะให้มีข่าวเรื่องการใช้เงินหรือการซื้อตัวผู้แทนฯ ซึ่งมันไม่เป็นเรื่องที่ดี เราต้องช่วยกันให้สิ่งนี้จบไป ให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้ง และยอมรับในกระบวนการของการได้มาซึ่งผู้แทนฯ อันนี้มันเป็นพื้นฐานที่ทำให้เรายอมรับในรัฐบาลหลังการเลือกตั้งด้วย ต่อข้อถามถึง ในส่วนของพรรครวมชาติพัฒนาสมัยหน้ายังจะเหลือ ส.ส.หรือ ผู้สมัครของพรรคฯครบหรือไม่นั้น นายสุวัจน์ฯตอบว่า ตนคิดว่าทุกพรรคการเมืองจะไปรู้คำตอบก็หลังยุบสภา นายสุวัจน์ฯกล่าว



