ข่าว

กษิตเหน็บพูดง่ายให้วีระ-ราตรีไร้มลทิน

กษิตเหน็บพูดง่ายให้วีระ-ราตรีไร้มลทิน

04 ก.พ. 2554

"กษิต" เหน็บ "จำลอง" พูดง่าย ให้ "วีระ-ราตรี" กลับไทยอย่างไร้มลทิน ระบุต้องดูเหตุและที่มา ด้าน "ฮอร์ นัมฮง" ยันไม่มีเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ปัดย้ายธงลั่นวัดแก้วอยู่ในอธิปไตยเขมร

(4ก.พ.) นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมาธิการความร่วมมือทวิภาคี(เจซี)ไทย-กัมพูชาร่วมกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา โดยก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้น นายกษิตได้หารือสองต่อสองกับนายฮอร์ นัม ฮง เป็นเวลาราว 20 นาที และให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การพูดคุยเรื่องปัญหาบริเวณปราสาทพระวิหาร เรื่องการปลดธง และเรื่องวัดแก้วสิขาคีรีสะวาระแล้วหรือไม่ ว่า ได้พูดกันหมดแล้วว่าเรื่องอย่างนี้ทำให้เกิดความร้อนแรงหรือเกิดเตือนขึ้นมา แต่ทำกลับไปกลับมา มันไม่ได้มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้โกรธกันเท่านั้น อะไรที่เลิกรากันได้ก็ทำกันไปเพราะมันไม่เป็นประเด็นและไม่อยากให้มาเป็นประเด็นปัญหา 

 "คุยกันแล้วว่าอยากให้มันสงบๆ ตกลงกันในหลักการว่าจะไม่ทำให้เกิดความหวั่นไหวโต้ตอบกันไปมา หลีกเลี่ยงการกระทำอะไรที่จะเป็นการปลุกระดม ปลุกเร้า สร้างความเข้าใจผิด หรือสร้างความตึงเครียด ทั้งสองฝ่ายต้องเพียรพยายามบอกคนของเราว่าให้บรรเทากันไว้ ผมบอกท่านว่ามีอะไรก็ให้โทรศัพท์หากันโดยเร็วเพื่อไม่ให้มันลามปาม" นายกษิต กล่าว
 
 เมื่อถามถึงการที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ยื่นเส้นตายให้นายวีระและน.ส.ราตรีกลับไทยภายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ โดยไม่มีคดีติดตัว นายกษิต กล่าวว่า คนพูดมันก็พูดง่าย แต่ต้องดูเหตุและที่มาที่ไปเสียก่อน รัฐบาลพยายามให้ความช่วยเหลือทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ดี การนำตัวคนทั้งสองกลับมาก็อยู่ที่ทั้งสองด้วยว่าจะเอาอย่างไร

  ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่แม่ทัพภาค 2 ระบุว่าฝ่ายกัมพูชาตอบรับในหลักการที่จะให้ไทยนำเอาสระตราวและโบราณสถานโดยรอบพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกและบริหารจัดการร่วมกับฝ่ายไทย นายกษิต กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ประเด็นเหล่านี้่มีคณะกรรมการระดับชาติที่ดูแลอยู่แล้ว ที่สำคัญคือเรื่องนี้ต้องให้รัฐบาลสองฝ่ายเห็นชอบ จะว่ากันฝ่ายเดียวไม่ได้

  ขณะที่นายนัมฮง ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมมีการสานต่อปัญหาหลายเรื่องที่สำคัญคือ หารือเรื่องการค้ามนุษย์ที่ีคนกัมพูชาถูกหลอกลวงเข้าไปค้าแรงงานในไทยและถูกจับกุม ซึ่งอยากให้ฝ่ายไทยช่วยดูแลโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน หากคนกัมพูชาทำผิดก็สามารถจับกุมได้แต่อย่าใช้วิธีรุนแรงเช่นถูกยิงแต่ให้ดำเนินการการไปตามกฎหมาย การทำเอ็มโอยูเรื่องราคาสินค้าเกษตร นอกจากนี้ยังได้หารือกันถึงการเปิดด่านใหม่นอกเหนือจากที่มีอยู่เพื่อเป็นช่องทางให้คนสองประเทศไปมาหาสู่กันได้สะดวกมากขึ้น 

 นายนัมฮง กล่าวว่า ในส่วนปัญหาชายแดนนายกษิตได้แจ้งว่าจะมีการดำเนินการเรื่องเจบีซีให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้เอ็มโอยูทั้ง 3 ฉบับผ่านการพิจารณาของรัฐสภาก่อนเพราะมีอย่างน้อย 3 ประเด็นที่สามารถทำได้ก่อนคือ การทำภาพถ่ายทางอากาศเพื่อหาหลักเขตทั้งหมด ควบคู่กับการให้ผู้เชี่ยวชาญลงตรวจสอบพื้นที่ทางบก ซึ่งขณะนี้มีหลักหมุดที่หาเจอแล้ว 33 หลักเขต ที่ยังถกเถียง 15 หลัก และหาไม่เจอ 25 หลัก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับการแก้ไขปัญหาเรื่องเขตแดน ทั้งนี้เห็นว่าการประชุมเจบีซีเร็วขึ้นจะช่วยลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่าตามแนวชายแดนเกิดความตึงเครียดเพราะมีการเสริมกำลังทหาร นายนัมฮง กล่าวว่า ไม่มีความตึงเครียดเลย สถานการณ์ก็ยังธรรมดาอยู่ แต่ที่ผ่านมาฝ่ายไทยได้เอาอาวุธมาฝึกตามแนวชายแดน กัมพูชาจึงต้องนำอาวุธไปฝึกตามแนวชายแดนเหมือนกัน ฝั่งไทยนั้นกัมพูชาไม่รู้แต่ฝั่งเราก็ต้องเตรียมตัวไว่ก่อน แต่ตนเชื่อมั่นว่า ณ เวลานี้จะไม่มีการปะทะกันตามแนวชายแดน
 
 เมื่อถามว่าได้มีการพูดถึงเรื่องวัดแก้วฯและข้อเรียกร้องให้ปลดธงหรือไม่ นายนัมฮง กล่าวว่า วัดแก้วฯอยู่ในดินแดนภายใต้อธิปไตยกัมพูชา เรื่องจะย้ายธงไปตรงไหนไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะที่นั่นคือดินแดนของเรา