
สทบ.ดึงอัยการสูงสุดปั้นหมอความติวกฎหมายตัวแทนกองทุนหมู่บ้าน
สทบ.จับมืออัยการสูงสุด เดินสายให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ตัวแทนกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหมอความช่วยทั้งเรื่องการไกล่เกลี่ยคดีนอกศาลและช่วยป้องปรามไม่ให้สมาชิกหรือกรรมการรู้ถึงโทษของการเบี้ยวหนี้ เผยปัจจุบันมีหนี้ค้างจ่ายประมาณ 10% หรือ 1.3 หมื่นล
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายกับตัวแทนกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศในคดีที่มีข้อพิพาทของกองทุน
นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการ สทบ. เปิดเผยว่า ความร่วมมือดังกล่าวสำนักอัยการสูงสุดจะส่งเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ทางกฎหมายกับตัวแทนกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยเริ่มกับตัวแทนกองทุนหมู่บ้านเริ่มต้นที่ 3,000 คนก่อน หลังจากนั้นจะขยายผลไปยังกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ 7.92 หมื่นแห่งในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการป้องปรามให้สมาชิกกองทุนตระหนักว่าการกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านและไม่ยอมชำระหนี้มีโอกาสถูกดำเนินการตามกฎหมาย เพราะมีการประสานงานใกล้ชิดระหว่างกองทุนและอัยการ หรือหากกรรมการกองทุนหมู่บ้านกระทำผิดเสียเองก็ต้องถูกดำเนินคดีทันที
"ผู้ที่เข้าอบรมจะเหมือนหมอชาวบ้านที่ทำหน้าที่ปฐมพยาบาลให้ชาวบ้านเบื้องต้น แต่กรณีนี้จะทำหน้าที่เป็นหมอความแทน เช่น ไกล่เกลี่ยและประนอมหนี้สินของสมาชิกกับกองทุน ซึ่งจะช่วยลดภาระของศาลในการพิจารณาคดีฟ้องร้องหรือฉ้อโกงในคดีที่เกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้าน" นายนทีกล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านมีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 1.3 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นหนี้สินค้างชำระหรือจ่ายหนี้ไม่ตรงตามกำหนด 10% หรือประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท และมีหนี้เสียไม่เกิน 1% โดยในจำนวนนี้มีการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งกับสมาชิกที่ไม่ยอมชำระหนี้ 5.08 พันคดี ค่าเสียหายวงเงิน 66 ล้านบาท และเป็นการฟ้องอาญา เช่น กรรมการฉ้อโกงกองทุน หรือปลอมเอกสารในการทำสัญญาเงินกู้กองทุน 724 คดี ความเสียหายวงเงิน 180.4 ล้านบาท



