
ต้นกล้ายางขาดขาใหญ่กว้านซื้อฟันธงในช่วง3ปีราคาพุ่งไม่ต่ำกว่าต้นละ50บาท
ราคาต้นกล้ายางพุ่งพรวด แถมไม่พอความต้องการ ฟันธงช่วง 3 ปีนี้ไม่ต่ำกว่าต้นละ 50 บาท ชี้นักลงทุนรายใหญ่กว้านซื้อไว้ล่วงหน้าในราคา 30 บาท แถมลาวยังข้ามมาซื้อในราคาสูงอีกด้วย สกย.เตรียมถกแนวทางจัดหาต้นกล้าในโครงการปลูกยาง 8 แสนไร่
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายใน 3 ปีนี้ ราคาต้นกล้ายางมีแนวโน้มสูงขึ้นและไม่น่าจะต่ำกว่าต้นละ 50 บาท จากปัจจุบันราคาก็สูงมากถึงต้นละ 40-50 บาทเช่นกัน ขณะที่ปริมาณก็ไม่เพียงพอ เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่วางเงินมัดจำเพื่อรับซื้อกล้ายางไว้ตั้งแต่ฤดูที่แล้ว ในราคาต้นละ 30 บาท หรือประมาณ 60-70% ของราคาจริง อีกทั้งมีผู้ประกอบการในประเทศลาวข้ามมาซื้อต้นกล้าในไทยในราคาสูง
ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการสำนักงานกองทุนการทำสวนยาง (สกย.) ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ จึงเตรียมเสนอให้พิจารณาแนวทางการจัดหาต้นกล้ายางในโครงการขยายพื้นที่ปลูกยางจำนวน 8 แสนไร่ ซึ่งมีเงื่อนไขให้ สกย.จัดหากล้ายางในราคาต้นละ 18 บาทเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดหาต้นกล้าได้ แม้เกษตรกรบางส่วนพร้อมจ่ายส่วนต่างของราคาต้นกล้ายางเอง
“ต้นกล้าที่แพงขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะกรมวิชาการเกษตรกรมีการปรับราคาตอตาเขียวขึ้นเช่นกัน ทำให้กล้ายางของเอกชนขึ้นราคาตาม ประกอบกับเกษตรกรที่ขยายพื้นที่ปลูกจำนวนมาก เพราะราคายางในตลาดจูงใจ ทำให้ต้นกล้าขาดตลาด แต่การขยายพื้นที่ปลูกจำนวนมากนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคายางในอนาคต เพราะความต้องการใช้ของต่างประเทศยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าราคายางจะไม่ตกต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาทจากปัจจุบันมีราคากิโลกรัมละ 160 บาท“ นายอุทัยกล่าว
นายพนัส แพชนะ นักวิชาการเกษตร ชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปริมาณความต้องการตอตาเขียวเพื่อนำไปผลิตต้นยางชำถุงปีนี้มีปริมาณความต้องการมากเกินกำลังที่ผู้ผลิตจะทำการผลิตส่งให้ผู้ผลิตยางชำถุงได้ทันตามที่กำหนดภาย หลังจากภาครัฐตัดสินใจเดินหน้าโครงการยาง 8 แสนไร่ ส่งผลให้เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปหันมาปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ผลิตกล้ายางเร่งระดมกว้านซื้อตอตาเขียวที่มีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ถึงตอละกว่า 15 บาท ไปผลิตต้นยางชำถุง
นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า ในการเข้าพบนายกรัฐมนตรีของนายโชชิ อารากาวา ประธานคณะกรรมการบริหารประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานบริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุนของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ให้ความเห็นว่า แนวโน้มราคาน้ำมันและยางพารากระทบต่อการผลิตยางรถยนต์ ซึ่งนายกฯได้ย้ำนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางพารา เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น



