ข่าว

เอกชนยังข้องใจศูนย์ค้าไทย-จีนนัดถกผลกระทบ

เอกชนยังข้องใจศูนย์ค้าไทย-จีนนัดถกผลกระทบ

04 ก.พ. 2554

ส.อ.ท.นัดหารือผลกระทบจากศูนย์ค้าส่งไทย-จีน มองรัฐยังชี้แจงไม่ชัดเจน เผยผู้ประกอบการเชียงใหม่เตรียมต้านศูนย์กระจายสินค้าจีนที่เชียงใหม่เช่นกัน รับโมเดลอี้อูดีแต่รัฐต้องลงทุนเอง

 นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ส.อ.ท.จะหารือแนวทางรับผลกระทบจากโครงการศูนย์การค้าส่งนานาชาติไทย-จีน โดยจะเชิญกลุ่มอุตสาหกรรมประมาณ 20 องค์กร มาประชุมร่วมกัน เพื่อหาข้อสรุปเสนอให้นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณา เนื่องจากเห็นว่าข้อมูลที่ภาครัฐชี้แจงกับเอกชนยังไม่มีความชัดเจนและไม่ตรงกับการเสนอข่าวของสื่อจีน

 ด้านนายจิรบูลย์ วิทยาสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมการติดตามผลกระทบจากโครงการดังกล่าว ซึ่งควรมีการพิจารณาสิทธิประโยชน์ที่บริษัทจีนจะได้รับให้เหมาะสมไม่มากเกินไป รวมทั้งมาหาแนวทางให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์จากการตั้งศูนย์กระจายสินค้า และภาครัฐควรจะมีแนวทางรองรับการเข้ามาลงทุนของจีนให้ดี เพราะจะมีการตั้งศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าวที่เชียงใหม่เช่นกัน

 "ขณะนี้สมาคมการค้าในเชียงใหม่ 3-4 องค์กร ไม่เห็นด้วยที่จะมีการตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่เชียงใหม่ และกำลังเสนอเรื่องให้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. พิจารณาข้อร้องเรียนของผู้ประกอบการในเชียงใหม่เพื่อเสนอให้กับภาครัฐ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการดูแลก็อาจจะมีการชุมนุมของกลุ่มผู้ประกอบการในเชียงใหม่" นายจิรบูลย์กล่าว 

 นายจิรบูลย์กล่าวด้วยว่า ภาคเอกชนเคยเสนอให้ภาครัฐใช้โมเดลของอี้อู เพราะจะเป็นแหล่งกระจายสินค้าให้ผู้ประกอบการไทย แต่ภาครัฐของไทยต้องเป็นผู้ลงทุนเอง เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์มากกว่า ไม่ใช่ให้เอกชนจีนเข้ามาลงทุนอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยขณะนี้เอกชนไทยและจีนได้มีการลงนามเอ็มโอยูกันแล้วเพื่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าขนาด 1 แสนตารางเมตร เงินลงทุน 3,000 ล้านบาท โดยจะมีการนำสินค้าจากเมืองอี้อูมาจำหน่ายเช่นเดียวกับศูนย์กระจายสินค้าที่ถนนบางนา-ตราด