ข่าว

หัวอกคนชายแดน

หัวอกคนชายแดน

04 ก.พ. 2554

สงครามปากข้ามแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังไม่จบง่ายๆ ความคิดเห็นของผู้คนในสังคมก็แยกออกเป็นสองฝักสองฝ่าย

 ขณะที่คนกลุ่มหนึ่งแสดงความห่วงใยในการรักษาอธิปไตยของชาติ แต่คนจำนวนไม่น้อยกลับเห็นว่า สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่นั้นเป็นอาการของลัทธิคลั่งชาติ

 ส่วนรัฐบาลอภิสิทธิ์ยังถนัดในการเล่นบทลอยตัวอยู่เหนือปัญหา และพยายามรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐ เพื่อรอเวลาการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

 ที่น่าสนใจคือชาวบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว สถานที่เกิดเหตุ "7 คนไทยถูกทหารกัมพูชา" ถูกลากเข้ามาสู่การเคลื่อนไหวในประเด็นร้อนเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา

 ฝ่ายหนึ่งเพิ่งมาพบนายกฯ อภิสิทธิ์ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีหลักเขตแดน บริเวณสระน้ำที่ 7 คนไทยถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553 ซึ่งตั้งอยู่หลักเขตแดนที่ 46 และ 47

 ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มนั้นบอกว่า เดิมทีพื้นที่ดังกล่าวเป็นของประเทศกัมพูชา คนไทยที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนส่วนใหญ่จะเข้าไปทำกินในพื้นที่ได้ ไม่มีปัญหา กระทั่งปี 2518 เกิดการสู้รบของทหารเขมรกู้ชาติกับทหารเวียดนามที่หนุนหลังรัฐบาลหุ่นเฮงสัมริน เกิดบ้านแตกสาแหรกขาด มีคนอพยพสู่ชายแดนนับแสนคน ทางสหประชาชาติจึงได้สร้างค่ายอพยพชาวกัมพูชาเป็นที่พักพิงชั่วคราว

 ตัวแทนชาวบ้านฟากนี้สะท้อนถึงหัวอกคนชายแดนที่ต้องเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างปี 2518-2530 จึงเรียกร้องให้ฝ่ายผู้ชุมนุมในกรุงเทพฯ ได้คิดถึงพวกเขาที่อยู่ "หน้าแนว" หากเกิดการสู้รบขึ้นอีก

 ฝ่ายชาวหนองจานอีกกลุ่มหนึ่งก็เข้าพบนายกฯ อภิสิทธิ์ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ความช่วยเหลือกรณีถูกคนกัมพูชายึดพื้นที่ทำกินในพื้นที่ ทั้งที่มีเอกสารสิทธิในพื้นที่อย่างถูกต้อง

 ชาวบ้านกลุ่มนั้นได้นำเอกสารสิทธิพื้นที่ทำกิน เช่น น.ส.3 ก. ส.ค.5 และเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (บภท.5) มาแสดงให้เห็นว่าที่ดินคนหนองจานจำนวน 2,000 ไร่ ถูกกัมพูชาเข้ามายึดครองตั้งแต่ปี 2518 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดใกล้เคียงกับ 7 คนไทยถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวไป

 คนหนองจานที่สูญเสียไร่นาได้ร้องทุกข์ผ่านเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองมาหลายรัฐบาล แต่ก็มิเคยมีรัฐบาลไหน? นักการเมืองคนใด? ให้ความสนใจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพวกเขา

 ระหว่างการชุมนุมปกป้องแผ่นดินไทยของกลุ่มพันธมิตร ชาวบ้านที่โดนเขมรยึดที่นาก็เดินทางไปขึ้นเวทีพันธมิตร เพื่อบอกเล่าปัญหาที่ไม่มีใครเหลียวแลมานานนับสิบๆ ปี

 จะว่าไปแล้วรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ก็ทำนิ่งดูดายไม่ใส่ใจจะแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชาวหนองจาน จึงไม่แปลกที่เขาจะตัดสินใจฝากผีฝากไข้ไว้กับ วีระ สมความคิด แห่งเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน

 ผมเองเห็นใจและเข้าใจคนหนองจานทั้งสองกลุ่ม เพราะในอดีตก็เคยสัมผัสวิถีชีวิตคนไทยที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.นาจะหลวย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ระหว่างปี 2527-2529

 คนชายแดนอุบลใต้ต้องเสียสละไร่นาให้เป็น "ที่ตั้ง" ของกองกำลังกู้ชาติเขมร จะพูดอะไรก็พูดไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่บ้านเมืองบอกให้ "ปิดปากเงียบ" เพื่อความมั่นคง หากเราไม่ยอมให้ทหารเขมรมาอาศัยในบ้านเรา ก็ไม่มีใครเป็นด่านแรกต้านทหารเวียดนามผู้รุกราน

 โดยที่รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ป่าวประกาศว่า ไม่มี "กองกำลังติดอาวุธต่างชาติ" มาพักพิงในดินแดนไทย เราก็เชื่อตามนั้น หรือหากไม่เชื่อก็ทำเป็นมองไม่เห็น
 สมัยนั้นเรารักชาติแบบว่า ใช้ทหารเขมรแดง ทหารเขมรขาว (ทหารเขมรเสรี) เป็น "กันชน" แต่วันนี้ สถานการณ์เปลี่ยน เรารักชาติโดยไม่ยอมให้เขมรกลุ่มใดมารุกล้ำแผ่นดินไทย และไม่ยอมเสียดินแดนแม้เท่ารอยตีนไก่

 ความรักชาติของพวกเรา ในบางเวลาก็มี "เงื่อนไข" ที่ทำให้พูดความจริงไม่ได้

แคน สาริกา