ข่าว

รถตู้ลูกศิษย์หลวงตาชนพ่วงดับ5เจ็บ10

รถตู้ลูกศิษย์หลวงตาชนพ่วงดับ5เจ็บ10

03 ก.พ. 2554

รถตู้ญาติธรรมหลวงตามหาบัวทั้งพระ แม่ชี และชาวบ้านจากสุรินทร์ เดินทางไปกราบนมัสการสรีระศพ เกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ตาย 5 เจ็บ 10 ราย วัดป่าบ้านตาดต้องทุบกำแพงเปิดทางให้เข้าทำบุญได้สะดวก

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 ก.พ. พ.ต.ท.พงศ์พันธ์ นาขวา สารวัตรเวร สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บริเวณยูเทิร์น กม.ที่ 73-74 ถนนมิตรภาพขอนแก่น-อุดรธานี ขาเข้า ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก หลังจากรับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญทราบทราบ แล้วรุดออกไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.กุมภวาปี ,กู้ชีพ ,มูลนิธิ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง

  ที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบอรนซ์ หมายเลขทะเบียน ฮฉ 939 สระบุรี จอดอยู่ขวางถนนเลนด้านใน สภาพรถพังยับเยิน ข้าวของภายในรถกระจัดกระจายเกลื่อนถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดเหล็กตัดชิ้นส่วนรถด้านข้าง เพื่อนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลจำนวน 10 คน ส่วนผู้เสียชีวิตคาที่มีอยู่ 5 คนอยู่ที่ด้านหน้าคนขับ 2 คนและเบาะหลังแถว 2 อีก 3 คน

  ฝั่งตรงข้ามถนนพบรถยี่ห้อฮีโน่พ่วง 18 ล้อบรรทุกปูนซีเมนต์หมายเลขทะเบียน 70-2657 สระบุรี จอดอยู่ สภาพรถด้านซ้ายของท้ายรถพังเสียหาย  ในที่เกิดเหตุพบนายไพฑูรย์ จันทวี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 9 ต.นากอก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร โชเฟอร์ขับรถบรรทุกยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่

 นายไพฑูรย์ ให้การว่า ตนขับรถบรรทุกปูนมาจาก จ.สระบุรี เพื่อมาส่งให้ร้านขายวัสดุก่อสร้างที่ อ.กุมภวาปี ขณะกำลังจะกลับรถ รู้สึกว่ารถกระเทือนไปถึงตัวแม่ที่ตนขับอยู่ เมื่อหันกลับไปดูพบว่า รถตู้คันดังกล่าวที่ขับตามหลังรถตนมา ชนเข้าที่ด้นท้ายตัวพ่วงของรถตน และรถหมุนปัดอยู่บนถนน และลงรถมาดูก็พบว่ามีคนตายและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งรถตนเจ้าของบริษัทฯทำประกันไว้ คงไม่น่ามีปัญหาใด

  สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวถูกเหมามาที่วัดป่าบ้านตาด โดยมีพระ แม่ชี และชาวบ้านเดินทางมาด้วยกันจาก จ.สุรินทร์ ถึงที่เกิดจังหวะที่รถพ่วงจะกลับรถ รถตู้ซึ่งขับมาด้วยความเร็ว หักหลบตัวพ่วงที่ยังไม่พ้นเลนด้านขวา รถตู้จึงหักหลบแต่ไม่พ้น พุ่งเข้าชนท้ายรถพ่วงเต็มที่ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายไพฑูรย์ฯ ไว้ โดยแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุ ให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และถึงแก่ความตาย
 
 ผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทราบว่าคือ 1. นายดิษฐา ทองดาประเสริฐ อายุ 24 ปี คนขับรถตู้ อยู่ที่ 219 ม.2 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ 2. นางทองเย็น กรวยทอง อายุ 52 ปี อยู่ที่ 12 ม.10 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ 3.นางเบ้า แสงสุวรรณ ไม่ทราบที่อยู่ อายุประมาณ 75 ปี 4.พระภิกษุยุ่ง อายุประมาณ 40 ปี ไม่ทราบวัด 5.หญิงไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 65 ปี

  ส่วนรายชื่อผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกุมภาวาปี 8 ราย 1.พระสาร สมหวัง อายุ 86 ปี อยู่ที่ 1 ม.1 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ 2.นางทองทิพย์ ตระการดี อายุ 40 ปี อยู่ที่ ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ 3.นายอภิชัย มูลราช อายุ 62 ปี อยู่ที่ 63 ม.10 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ 4.นางสมใจ คงศรี อายุ 54 ปี อยู่ที่ 28 ม.10 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ 5.นางบุญ ศิลาอ่อน อายุ 63 ปี อยู่ที่ 1 ม.1 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ 6.นางทองยุ้น แก้วดี อายุ 47 ปี อยู่ที่ 42 ม.6 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ 7.นางสำเนียง พาสนพัฒน์ อายุ 61 ปี อยู่ที่ 91 ม.2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 8.นางจิตนา สุทธินา อายุ 40 ปี อยู่ที่ 19 ม.6 ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์

  และรายชื่อผู้รับบาดเจ็บสาหัส ส่งทำการรักษาตัวยังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี 2 คน คือ แม่ชีทองมา อายุประมาณ 60 ปี ไม่ทราบที่อยู่ และนายสงคราม กุลศิริ ไม่ทราบอายุและที่อยู่

 พุทธศาสนิกชนเรือนแสนยังคงไปกราบหลวงตา 

เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน รองเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ หรือวัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้นำคณะสงฆ์ออกบิณฑบาต ที่บริเวณถนนหน้าวัด โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมารอทรงบาตร ตั้งแต่เวลา 06.40 น. โดยมีนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าฯ จ.อุดรธานี พล.ต.ศักดิ์ศิลป์ กลั่นเสนาะ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้ารับเสด็จ และมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมใส่บาตรเป็นจำนวนมาก
 
 หลังพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเช้าที่ชั้นล่างของศาลาการเปรียญหลังเก่าเสร็จ พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี ได้เทศน์โปรดแก่บรรดาศรัทธาญาติโยม ภายในศาลาการเปรียญ โดยเน้นให้ศิษยานุศิษย์ของพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด  ให้ยึดมั่นในการปฏิบัติธรรมตามคำสอนของหลวงตามหาบัวอย่างเคร่งครัด จากนั้นจึงอนุญาตให้เหล่าพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศขึ้นไปกราบหลวงตามหาบัวบนศาลาการเปรียญชั้น 2 และเข้าไปกราบไหว้กุฏิของหลวงตามหาบัว และทางเดินจงกรม ที่หลวงตามหาบัวเคยปฏิบัติกิจของสงฆ์ โดยคณะกรรมการวัดป่าบ้านตาดได้ทุบกำแพงวัดทางทิศตะวันออก กว้างประมาณ 5 เมตร เพื่อเปิดช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปทำบุญภายในวัดได้อย่างสะดวก
 
 ส่วนความคืบหน้าการสร้างเมรุชั่วคราวนั้น ยังไม่มีการตั้งงบประมาณ ซึ่งรูปทรงจะมีลักษณะแบบวงกลม สูง 3 ชั้น ชั้นแรกวงพื้นสูง 20 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 44 เมตร ชั้นสองวงพื้นสูงขึ้นอีก 1 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 เมตร และชั้นที่สาม วงพื้นสูงอีก 1 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 16 เมตร มีกลดขนาดใหญ่อยู่ด้านบน ลักษณะคล้ายกลดของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร แต่ยังไม่สรุปว่ามีเสาเดียว หรือ 4 เสาโยงสลิง

 พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดกำลังทหารมณฑลทหารบกที่ 24  วันละ 200 นาย ผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปดูแลเรื่องน้ำ เรื่องการรักษาพยาบาล เรื่องคนแก่ที่มากันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะยาดม ยาหม่องต่างๆ แจกจ่ายไป รวมทั้งช่วยขนย้ายสิ่งต่างๆ ที่เตรียมการในส่วนนี้ ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 2 ขอเป็นเจ้าภาพในคืนวันที่ 4 มีนาคม ก่อนวันพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 5 มีนาคม เพราะหลวงตามหาบัวไม่อยากให้เก็บสรีระของท่านไว้นาน และให้ทำแบบเรียบง่าย โดยบอกไว้ว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ รวมทั้งทองคำให้หลอมเป็นทองคำแท่งแล้วส่งมอบให้คลังหลวงทั้งหมด