ข่าว

 ปืนจ่อหัว...บังคับลาว"ฆ่าเสี่ย"ยัดถัง

ปืนจ่อหัว...บังคับลาว"ฆ่าเสี่ย"ยัดถัง

04 ก.พ. 2554

ความช่างสังเกตและความละเอียดรอบคอบในการตั้งด่านตรวจค้นป้องกันเหตุของ "สภ.บางเลน" จ.นครปฐม สามารถนำไปสู่การคลี่คลายฆาตกรรมโหด!!

 ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจค้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ตพ 2109 กรุงเทพมหานคร ซึ่ง นายศักดา บุญบำรุง อายุ 33 ปี อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร เป็นผู้ขับขี่ โดยมี นายปอง เกตุแก้ว อายุ 20 ปี สัญชาติลาวร่วมเดินทางมาด้วย เมื่อตรวจค้นพบอาวุธปืนเถื่อน 1 กระบอก จึงแจ้งข้อหาครอบครองและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบนำบุคคลต่างด้าวเข้าเมือง

 แต่ทั้งสองยังแสดงอาการลุกลี้ลุกลนผิดสังเกต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นภายในรถกระบะอย่างละเอียด ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ เพิ่มเติม แต่พบร่องรอยของคราบเลือดจำนวนมากอยู่บริเวณท้ายรถกระบะ

  เมื่อสอบถามถึงที่มาของคราบเลือดนายศักดา และนายปอง พยายามเบี่ยงประเด็นต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ปักใจเชื่อมากนัก จึงนำข้อมูลของรถกระบะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถัง และหมายเลขทะเบียนรถยนต์ โทรศัพท์ประสานงานเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้แก่ พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รองผบก.ตปพ. ช่วยตรวจสอบข้อมูล ก่อนประสานกับ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. จัดทีมสืบสวน ได้แก่ พ.ต.อ.วรนิตย์ สวนคร้ามดี ผกก.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.อรรถพร สุริยเลิศ รองผกก. และชุดสืบสวนเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูล

 จนทราบว่า รถกระบะคันดังกล่าวเป็นของ นายบุญช่วย บุญนา อายุ 49 ปี ผู้รับเหมาระบบไฟฟ้าตามสถานที่ก่อสร้างอาคารต่างๆ ล่าสุดรับเหมางานระบบไฟฟ้าที่สถานที่ก่อสร้างอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ สน.ดุสิต ได้หายตัวไประหว่างเดินทางกลับบ้านพักตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม ซึ่งญาติได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สน.ดุสิต

 พ.ต.อ.วรนิตย์ และ พ.ต.ท.อรรถพร พร้อมชุดสืบสวน จึงเดินทางไปตรวจสอบยังสถานที่ก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ เพื่อสืบสวนหาเบาะแส สืบทราบว่า ช่วงสายวันที่ 22 มกราคม มีคนได้ยินเสียงคนงานก่อสร้างทะเลาะกัน ระหว่างนี้ก็ประสานการทำงานกับตำรวจในพื้นที่ จ.นครปฐม ประสานงานผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนครปฐม เพื่อขอเข้าไปสอบถามนายศักดา และนายปอง ซึ่งน่าจะรู้เห็นการหายตัวไปของนายบุญช่วย

 "นายศักดาไม่ให้ความร่วมมือ แต่นายปองให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน โดยระบุว่า วันที่ 22 มกราคม ร่วมกับนายวันศรี ชาวลาว อายุ 25 ปี ร่วมกันฆ่านายบุญช่วย เพราะนายศักดา ต้องการรถกระบะของนายบุญช่วย นายศักดารู้ว่านายบุญช่วย จะมาที่สถานที่ก่อสร้าง สั่งให้นายปอง และนายวันศรี ช่วยกันทำร้ายร่างกาย โดยใช้ค้อน และไม้หน้าสามทุบตีที่ศีรษะและตามร่างกายจนเสียชีวิตแล้วนำศพไปซ่อนไว้ในห้องห้องหนึ่งในสถานที่ก่อสร้างโดยใช้เชือกมัดมือมัดเท้าไว้ รอจนกระทั่งมืดและปลอดคนจึงยกร่างของนายบุญช่วยใส่ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ลงมาใส่ท้ายรถกระบะ ซึ่งนายศักดา เป็นผู้ขับไปที่ จ.กำแพงเพชร พร้อมกับนายปอง และนายวันศรี ระหว่างทางเข้าเขต อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ก็ช่วยกันยกถังน้ำมันที่มีร่างของนายบุญช่วย ทิ้งลงเหว" พล.ต.ต.รณศิลป์กล่าวและให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า หลังเกิดเหตุนายศักดานำรถกระบะไปขายให้คนรู้จัก แต่คนซื้อเกิดสงสัยที่มาที่ไปของรถจึงไม่รับซื้อ ทำให้ต้องตระเวนขายรถกระบะ แต่มาถูกตั้งด่านเรียกตรวจค้นพบอาวุธปืนเถื่อน และพบคราบเลือดเสียก่อน

 ทันทีที่ได้ข้อมูลครบ ชุดปฏิบัติการที่ 2 บก.สส.บช.น. ประสานไปยังชุดสืบสวนของ บช.ภ.6 ตามหาศพตามพิกัดการทิ้งถังน้ำมันที่บรรจุร่างของนายบุญช่วย จนพบถังน้ำมันทิ้งไว้ในก้นเหว เมื่อวันที่ 31 มกราคม โดยนายบุญช่วย อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยแล้ว

 อย่างไรก็ตาม การติดตามจับนายวันศรี ชาวลาวที่ร่วมกันก่อเหตุเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชุดสืบสวนพยายามตรวจสอบประวัติของนายวันศรี จนกระทั่งพบเบาะแสว่านายวันศรี เคยมีประวัติถูกจับในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองที่ จ.กำแพงเพชร แล้วตำรวจที่นั่นพอรู้จักว่านายวันศรี มีความสนิทสนมกับบุคคลหนึ่งเหมือนญาติ จึงเชิญมาสอบสวน จนกระทั่งทราบว่า หลังเกิดเหตุ นายวันศรี หลบหนีไปทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.อุทัยธานี ชุดสืบสวนจึงติดตามไปจับกุมตามหมายจับ

 "ผมและนายปองหนีเข้าเมืองไทยมาทำงานเป็นคนงานก่อสร้างได้ 1 ปีแล้ว โดยจะเปลี่ยนนายจ้างไปเรื่อยๆ เพิ่งมาทำงานอยู่กับนายศักดา 15 วัน ก็ถูก นายศักดาเอาปืนจ่อหัวบังคับให้ลงมือฆ่านายบุญช่วย ที่เพิ่งรู้จักกันและไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน นายศักดาสั่งให้ผมผลักนายบุญช่วยจนล้ม แล้วใช้ค้อนกระหน่ำตีที่หัว ส่วนนายปองใช้ท่อนไม้หน้าสามตีซ้ำจนนายบุญช่วยเสียชีวิต" นายวันศรีรับสารภาพ