ข่าว

ดึงโอบาม่าเยือนไทยเสริมภาพลักษณ์

ดึงโอบาม่าเยือนไทยเสริมภาพลักษณ์

03 ก.พ. 2554

ไทยกำลังโน้มน้าวให้ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ มาเยือนไทยเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์

(3ก.พ.) ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาหันมาให้ความสนใจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้น พันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดอย่างประเทศไทย กำลังติดต่อเพื่อเชิญให้ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า มาเยือนประเทศไทย เพื่อพยายามลบล้างภาพลักษณ์ความรุนแรงทางการเมืองเมื่อปีที่แล้ว    
 
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ส่งทูตพิเศษไปเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี ในสัปดาห์นี้ เพื่อพยายามโน้มน้าวให้บรรดาผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐ มั่นใจว่า ราชอาณาจักรไทยกำลังกลับคืนสู่เสถียรภาพ และจะเปลี่ยนภาพของการเมืองที่ประทุง่ายอยู่ตามถนน ไปสู่หีบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแทน

รองศาสตราจารย์ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยต่อสำนักข่าว AFP ว่า ภารกิจของการเป็นทูตพิเศษของนายกรัฐมนตรีคือ การแจ้งต่อสหรัฐว่า ประเทศไทยได้กลับคือภาวะปกติแล้ว

รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ทำงานเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรของสหรัฐ แต่ได้ถูกละเลยไปก่อนหน้านี้ ด้วยเพราะสหรัฐมัวแต่ให้ความสนใจต่อประเด็นอัฟกานิสถานและตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโอบาม่าได้สัญญาว่า จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกในคราวหน้า ที่มีกำหนดจะจัดขึ้นที่บาหลี ของอินโดนีเซีย ในเดือนตุลาคมนี้ และอีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ผู้นำสหรัฐ ก็จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับบรรดาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปยังบ้านเกิดของเขาที่ฮาวายเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด

ร.ศ. ปณิธาน กล่าวว่า ประเทศไทยยินดีต่อความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างสหรัฐกับอินโดนีเซียที่รัฐบาลสหรัฐ มองว่า เป็นหุ้นส่วนทางอุดมคติในฐานะประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก และก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างรวดเร็ว แต่ประเทศไทยก็พยายามจะให้ประธานธิบดีโอบาม่า แวะเยือนไทยด้วยเช่นกัน และกำลังใช้ความพยายามอย่างหนักเนื่องจากการเยือนของผู้นำสหรัฐ จะเป็นสิ่งที่เยี่ยมมาก และในช่วงนั้น ไทยก็ควรจะมีรัฐบาลใหม่แล้วเช่นกัน
 
ร.ศ. ปณิธาน ได้กล่าวเป็นนัยว่า รัฐบาลสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในปีนี้ และเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งจะเป็นที่น่าพอใจจากความสำเร็จในการทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว และการเลือกตั้งจะมีความสำคัญในประเด็นที่สามารถนำการเมืองกลับคืนสู่สภาฯ ไม่ใช่อยู่ตามท้องถนนอีก ส่วนกรณีที่ผู้สังเกตการณ์ต่างชาติ อาจคิดว่า ประเทศไทยมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องภายในนั้น เขาคิดว่า ไทยยังคำนึงถึงบทบาทบนเวทีสากลด้วย เช่น การส่งทหารไปรักษาสันติภาพที่ดาฟูร์ 

สหรัฐ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ยืนหยัดอยู่เคียงข้างประเทศไทย ในขณะพยายามเสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งทางทหารและการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งอินโดนีเซีย และศัตรูเก่าอย่างเวียดนาม ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว สหรัฐก็เพิ่งรับปากว่าจะช่วยเหลือกองทัพเรือฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรที่สำคัญต่อสหรัฐ เช่นเดียวกับไทย

แต่ประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐในเอเชีย และไทยในสมัยที่ยังใช้ชื่อว่า สยาม ก็เคยเสนอให้ช้างแก่ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น เพื่อนำไปใช้ในสงครามกลางเมืองของสหรัฐ