
สร้างสัมพันธ์ไทย-พม่าเพื่อการค้าท่องเที่ยว
รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เผยเน้นสร้างสัมพันธ์ไทย-พม่า เพื่อการค้าและการท่องเที่ยว เตรียมทุ่ม 30ล. ปรับปรุงถนนสายห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม และสายบ้านท่าข้าม-เสาหิน อ.แม่สะเรียง พม่า-กะเหรี่ยง ต่างฝ่ายต่างเสริมกำลังทหารบริเวณชายแดนด้าน อำเภอพบพระ จังกหวัดตาก เผยพม
นายธานินทร์ สุภาแสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการค้าชายแดนไทย-พม่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 1 / 2554 จังหวัดแม่ฮ่องสอน เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อการค้าและการท่องเที่ยวบริเวณช่องทางบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง ช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งในปัจจุบันช่องทางดังกล่าวมีการซื้อค้าขายสินค้ากันเป็นประจำ และในปี 2555 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ตั้งงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงถนนสายห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม และสายบ้านท่าข้าม-เสาหิน อ.แม่สะเรียง
ในขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ขอความร่วมมือสำนักงานโยธาธิการและฝังเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนดำเนินการวางฝังเมืองชายแดน เนื่องจากอนาคตจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนด้านจังหวัดจะเปิดเป็นด่านพรมแดนถาวร โดยจะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่า จะมีการแข่งขีนกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์และเดินทางไปเยืยนประเทศพม่า
ด้านนางสาวเยาวเรศ แซ่โค้ว พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ภาวะการค้าชายแดนด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2553 มีมูลค่าการค้ารวม 382,914,202 . 42 บาท แยกเป็นการนำเข้าสินค้า 222,949,550.35 บาท สินค้าส่งออก 159,964,652.12 บาท เมื่อเทียบกับปี 2552 มูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 74.28 นำเข้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,116.25 ส่งออกลดลง ร้อยละ 20.53 สินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่ ไม้สักพม่าแปรรูป โค-กระบือมีชีวิต พริกแห้ง สินแร่ดีบุก สินแร่พลวง สินค้าออกได้แก่ รองเท้าแตะฟองน้ำ น้ำมันเชื้อเพลิง ข้าวสารชัยนาท 35% สินค้าอุปโภค-บริโภค น้ำอัดลม
จากสถานการณ์การปิดด่านพรมแดนด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฏาคม 2553 เป็นต้นมา ส่งผลมีสินค้าบางส่วนเปลี่ยนมาส่งออกทางด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ สุราต่างประเทศ เบียร์กระป๋อง เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำมันเชื้อเพลิง
กะเหรี่ยง-พม่าต่างฝ่ายต่างเสริมกำลังทหาร
ทหารรัฐบาลพม่าได้เสริมกำลังทหารไปบริเวณตรงข้ามบ้านมอเกอร์ไทย หมู่ที่ 1 ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ทั้งนี้เพื่อยึดพื้นที่บริเวณหมู่บ้านชายแดนริมฝั่งแม่น้ำเมย และกำลังรวบรวมกำลังกำลังพลและอาวุธ เตรียมเข้าโจมตีฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ที่อยู่ลึกจากชายแดนพม่าประมาณ 4 กิโลเมตร ขณะที่ฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ได้เสริมกำลังเช่นกัน โดยนำกำลังจากด้านตรงข้ามอำเภออุ้มผางเข้าไปเสริม
ขณะที่ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า จำนวน 89 คน ที่หนีมาจากฝั่งพม่าตรงข้ามบ้านมอเกอร์ไทย ยังคงอยู่ในความดูแลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) สำหรับสถานการณ์ทั่วไปยังคงสงบนิ่ง แต่ชาวพม่าที่ลี้ภัยยังคงกระจัดกระจายไปในหมู่บ้านวาเล่ย์เหนือ , บ้านวาเล่ย์ใต้ และบ้านมอเกอร์ไทย หลายร้อยคน เพราะไม่กล้าข้ามไปยังฝั่งพม่า เพราะเห็นว่า สถานการณ์ยังไม่สงบ



