
ตั้ง5หมื่นแจ้งเบาะแสยิงไทยพุทธดับ5
คนร้ายก่อเหตุสลดกราดยิงชาวบ้านไทยพุทธดับอนาถ 5 เจ็บ 4 ขณะซื้อของเตรียมทำบุญในวันพระ นอภ.ปะนาเระส่งจนท.ดูแลเป็นพิเศษไม่ให้เกิดความขัดแย้งด้านศาสนา ด้านสมาพันธ์ครูใต้ฉุนรัฐดับไฟใต้เหลวศึกษานิเทศก์ปัตตานีสังเวยชีวิตอีก 1 ส่วนกอ.รมน.ภาค4 ปูพรมเขาท่าน้ำล่าแนวร
กลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงสร้างความสะเทือนขวัญและหวาดระแวงให้แก่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการกราดยิงชุมชนไทยพุทธปัตตานี ขณะเดินทางไปทำบุญทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
เหตุการณ์เศร้าสลดและสะเทือนใจอีกครั้งได้รับการเปิดเผยเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3กุ มภาพันธ์ พ.ต.อ.วัลลภ จำนงอาษา ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายหลายศพและเจ็บหลายคนในหมู่บ้านริมถนนสาย ต.ท่าข้าม-ต.น้ำบ่อ หมู่ 1 บ้านใหญ่ ต.คอกกระบือ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง 50 นาย พบชาวบ้านมุงดูผู้เสียชีวิตนอนเรียงรายอยู่ข้างถนน เลือดสาดกระจายไปทั่ว มีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปะนาเระแล้ว
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนอาก้า เอ็ม 16 เอชเค และ 11 มม. ตกเกลื่อนอยู่ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายพงษ์ศักดิ์ เพ็ชร์ อายุ 53 ปี ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1 ปัตตานี, นายนิพนธ์ เสริมกลิ่น อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 1 ข้าราชการบำนาญชลประทาน, นางพิกุล เสนหนู อายุ 43 ปี เป็น อสม.หมู่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 31/1 หมู่ 1 บ้านใหญ่, นายนุ่ม บุญมาก อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 1, นางลดาวัลย์ ยอดแก้ว อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 1 ทั้งหมดมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวและศีรษะ
ส่วนผู้บาดเจ็บมี ด.ช.ภูริกรณ์ คอร์ อายุ 12 ปี นักเรียนโรงเรียนปะนาเระ, นายสมเพียร รัตน์ศรีจันทร์ อายุ 54 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนบ้านท่าข้าม อ.ปะนาเระ, นางซิ้ม ตัณฑพงษ์ อายุ 79 ปี มารดานายก อบต.คอกกระบือ, นายพงษ์ศักดิ์ ยอดแก้ว อายุ 60 ปี ผู้บาดเจ็บมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณแขน ลำตัว ส่งโรงพยาบาลปะนาเระ แต่นายพงษ์ศักดิ์และ ด.ช.ภูริกรณ์ อาการสาหัส ต้องนำตัวส่งต่อโรงพยาบาลปัตตานี
โจรใต้ซิ่งยิงผ่าเมืองปะนาเระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นริมถนนผ่าใจกลางหมู่บ้านชาวไทยพุทธ หลังจากที่ชุดชรบ.เฝ้าหมู่บ้านทั้งคืนแล้วก็ได้แยกย้ายกันกลับ แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดเข้าดูแลต่อทำให้เกิดช่วงว่างขึ้น โดยช่วงเกิดเหตุชาวบ้านส่วนใหญ่ทั้งข้าราชการ เด็กนักเรียน ต่างกำลังจับจ่ายซื้ออาหารสำเร็จรูปกันเพื่อไปทำบุญที่วัด ขณะนั้นมีคนร้ายจำนวน 6 คน นั่งรถปิกอัพอีซูซุ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับมาจอดบริเวณที่มีคนจำนวนมาก จากนั้นคนร้าย 2 คนลงมาจากรถ ส่วนที่เหลือในรถได้ใช้อาวุธสงครามกราดยิงเป็นจุดๆ ทำให้ชาวบ้านประมาณ 50 คนต่างหนีกันไปคนทิศคนละทาง ส่งผลชาวบ้านเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีก 4 คน ก่อนที่คนร้ายจะกระโดดขึ้นรถขับหนีไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างที่คนร้ายขับรถหนีไปราว 200 เมตร ถึงหน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)คอกกระบือ คนร้ายยังได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงซ้ำข้างทางอีกครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มทันที 2 คน จากนั้นได้เหยียบคันเร่งหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในชายแดนใต้
ว่าที่ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุชาวบ้านบางส่วนซึ่งกำลังจะเข้าวัดไปทำบุญวันพระ บางรายกำลังออกกำลังกายหน้าบ้าน รวมถึงบางคนที่นั่งอยู่ภายในบ้านก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วย พฤติกรรมของคนร้ายถือว่าโหดเหี้ยมทารุณอย่างมากเท่าที่เคยพบเห็น เนื่องจากมีการกราดยิงชาวบ้าน บ้านเรือนราษฎร ร้านน้ำชา ตลอดเส้นทางในหมู่บ้านเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร จึงเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งคนแก่และเด็ก
สเก็ตช์ภาพคนร้ายกลุ่มอาร์เคเค
พ.ต.อ.วัลลภ เปิดเผยว่า ได้มีการสนธิกำลัง 3 ฝ่ายนำกำลังตรวจค้นปิดล้อมพื้นที่หมู่บ้านป่าทุ่ง เขตรอยต่อระหว่าง อ.ปะนาเระกับสายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมทั้งตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาพยานหลักฐานไปตรวจพิสูจน์ว่าตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไหนบ้าง จากการสอบปากคำพยานทำให้สามารถสเก็ตช์ภาพคนร้ายแล้ว เมื่อนำภาพมาตรวจในสารบบปรากฏว่าเป็นคนร้ายที่อยู่ในกลุ่มอาร์เคเค กลุ่มป่าทุ่ง เจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมออกหมายจับ ขอเวลา 1-2 วันต้องจับคนร้ายให้ได้
นอกจากนี้ เมื่อกลางดึก (2 ก.พ.) ที่ผ่านมา คนร้ายยังได้ก่อกวนในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี จำนวน 7 จุด ได้แก่เผารถยนต์และเผาตู้โทรศัพท์บริเวณใกล้วัดบ้านดี ต.บาราโหม ใกล้โรงเรียนศาสนูปถัมภ์ ต.บานา, หน้าสถานีอนามัย ต.ตะลูโบ๊ะ, ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา บ้านสะนิง, บริเวณปากทางเข้าเมือง ต.ดอนรัก, หน้าหมู่บ้านเจริญนคร ถนนนาเกลือ และหน้าสุสานจะบังติกอ ต.จะบังติกอ เชื่อว่าเป็นการก่อกวนสร้างสถานการณ์ให้บ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตระเวนดูแลความเรียบร้อยเข้มงวดมากขึ้น
นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ นายอำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า คนร้ายต้องการโหมกระแสความระแวงระหว่างชุมชนให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุในพื้นที่ อ.ปะนาเระ มาแล้วถึง 5 ครั้ง ครั้งนี้สะเทือนขวัญและเศร้าสลดมากที่สุด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนไทยพุทธ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องความรู้สึกจนนำไปสู่สถานการณ์บานปลาย
สมาพันธ์โวยรัฐเหลวคุ้มครองครูใต้
นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต1 เปิดเผยว่า นายพงษ์ศักดิ์ นับเป็นบุคลากรทางการศึกษารายที่ 139 ที่สังเวยความรุนแรงให้แก่ปัญหาความไม่สงบตั้งแต่ปี 2547 โดยปกติแล้วจะมีบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเมืองปัตตานี แต่เนื่องจากในระยะหลังมีความจำเป็นต้องเดินทางไปกลับระหว่างปัตตานี-ปะนาเระ เพื่อดูแลมารดาที่สุขภาพไม่แข็งแรงเนื่องจากอายุมาก ทำให้ทุกวันผู้ตายต้องเดินทางไปเช้า-กลับเย็น และมาถูกยิงตายขณะจะมาทำงาน
นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยของรัฐที่ล้มเหลว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาและทบทวนตัวเองอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่อุกอาจและสร้างความหวาดผวาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกหากชาวบ้านไทยพุทธส่วนที่เหลือจะหวาดกลัวไม่เชื่อมั่นใจเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องทบทวนแผนงานต่างๆ ให้ชัดเจนและจริงจังมากขึ้น
ศอ.บต.ตั้งรางวัล5หมื่นเบาะแสมือยิง
นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.เปิดเผยว่า ได้แจ้งขอความร่วมมือเครือข่ายวิทยุที่อยู่ในพื้นที่ประมาณ 30 สถานี แจ้งเบาะแสของกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุโดยจะมีรางวัลให้ 5 หมื่นบาท หลังจากที่ในปี 2553 ช่องทางการแจ้งเบาะแสของรัฐสามารถยับยั้งเหตุระเบิดได้ถึง 53 ครั้งจากเหตุระเบิดทั้งหมด 251 ครั้ง
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บทุกราย ก่อเหตุในครั้งนี้มีการเลือกพื้นที่เป้าหมายซึ่งมีผลต่อความรู้สึกและจิตวิทยามวลชนในระดับพื้นที่ เพื่อโหมความรุนแรงและนำมาสู่ประเด็นความหวาดระแวงและขัดแย้งของชาวบ้านที่นับถือศาสนาที่ต่างกัน หรือที่เรียกว่าแผน "ก่อเหตุด้านการทหาร หวังผลการเมือง" ขณะนี้ได้มีการสนธิกำลังร่วมกัน 3 ฝ่ายเพื่อปิดล้อมและตรวจค้นพื้นที่ในรัศมี 2 กิโลเมตร เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะยังกบดานในพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณเชิงเขาท่าน้ำที่อยู่ใกล้กับพื้นที่เกิดเหตุ
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะไทยพุทธในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างประชาชน 2 ศาสนา ซึ่งจะนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างประชาชน 2 ศาสนา ก็จะทำให้มีการนำประเด็นนี้เข้าสู่เวทีสากล หรือดึงองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาแก้ปัญหา
มาร์คสั่งตั้งด่านตรวจเข้มรถในพื้นที่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษจึงได้สั่งการนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ให้ดูแลเข้มงวดในเรื่องของด่าน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นรถกระบะที่เข้ามาสร้างความรุนแรงขึ้น และตอนนี้ประชาชนเริ่มจะหวั่นไหวเราต้องดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา โดยเฉพาะครูในพื้นที่วันนี้ตนจะคุยกับพล.ท.อุดมชัย เรื่องการคุ้มครองครูซึ่งเขามีการทบทวนเป็นระยะอยู่แล้ว ทีนี้ถ้าทางสมาพันธ์ครูเห็นว่าจะต้องการมาตรการเปลี่ยนแปลงวิธีการอะไรเพิ่มเติมขอให้แจ้งมาได้เลย เช่นการคุ้มครองในช่วงวันหยุดที่เป็นช่องว่างก่อนหน้านี้เป็นต้น
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อเสนอของกลุ่มขบวนการอาร์เคเค จำนวน 3 ข้อ โดยให้รัฐบาลแก้ไขพ.ร.บ.อิสลาม พ.ศ.2540 และให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐที่ทำงานในพื้นที่อาจจะเป็นผู้สร้างปัญหาให้เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ว่า ยังไม่ได้ยินข้อเสนอดังกล่าว แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้เป็นคนสร้างปัญหา เพราะในช่วงรัฐบาลนี้กวดขันดูแลมาก รวมทั้งมีกฎหมายว่าด้วยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมาใหม่ หากเจ้าหน้าที่คนใดที่มีปัญหาเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)มีอำนาจ โยกย้ายออกนอกพื้นที่ได้ทันที จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร



