ข่าว

แฮคเกอร์โจมตีเว็บข่าวสารรบ.อียิปต์

แฮคเกอร์โจมตีเว็บข่าวสารรบ.อียิปต์

03 ก.พ. 2554

กลุ่มสนับสนุนประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค พุ่งเป้าเล่นงานผู้สื่อข่าวต่างชาติ รองปธน.อียิปต์ บอกจะไม่เจรจาจนกว่าการประ ท้วงยุติ ด้านสหรัฐวอนสอบเหตุปะทะในไคโร ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการจลาจลในอิยิปต์มีอย่างน้อย 3 คน เจ็บกว่า 1,500 คน

(3ก.พ.) กลุ่มแฮคเกอร์ที่เป็นนักเคลื่อนไหวนานาชาติและใช้ชื่อว่า "อะนอนิมัส" ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเว็บไซต์ของทางราชการอียิปต์เมื่อวาน ทันทีที่รัฐบาลอียิปต์ได้ยกเลิกการบล็อกอินเตอร์เน็ตในวันเดียวกัน หลังจากได้ทำให้ประเทศถูกตัดขาดทางอินเตอร์เน็ตอย่างสิ้นเชิงไปหลายวันเพื่อหวังยับยั้งการปลุกระดมทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ในการนัดชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก

กลุ่มอะนอนิมัสได้โจมตีเว็บไซต์ของกระทรวงข่าวสาร และพรรคประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล จนทำให้เวบดังกล่าวใช้งานไม่ได้ พร้อมกับประกาศยอมรับผ่านทางทวิตเตอร์ว่าเป็นการกระทำเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงชาวอียิปต์ที่ชุมนุมมาตลอดกว่าหนึ่งสัปดาห์ เมื่อเดือนที่แล้วกลุ่มนี้ก็ได้โจมตีเว็บไซต์ของรัฐบาล และตลาดหลักทรัพย์ในตูนิเซีย ที่มีผู้ประท้วงชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีเผด็จการได้สำเร็จ

และก่อนหน้านั้นในช่วงปลายปีที่แล้วกลุ่มอะนอนิมัสได้ปฏิบัติการสิ่งที่สมาชิกบางคนเรียกว่า สงครามไซเบอร์ เพื่อสนับสนุนเว็บไซต์วิกิลีคส์ เว็บไซต์ที่เปิดโปงข้อมูลเอกสารลับทางการทูตของสหรัฐ โดยกลุ่มนี้ได้โจมตีเวบไซต์ของทางราชการหลายประเทศ และบริษัทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทบัตรเครดิต และผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ที่พยายามตัดขาดกับวิกิลีคส์ด้วยการระงับการโอนเงินบริจาคของลูกค้าเข้าบัญชีของวิกิลีคส์หรือปิดแอคเคานต์เวบไซต์วิกิลีคส์ เป็นต้น

กลุ่มหนุน'มูบารัค'เล่นงานสื่อต่างชาติ

สำนักข่าว CNN รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงที่ออกมาสนับสนุนประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค ของอิยิปต์ ได้มีเป้าหมายเล่นงานผู้สื่อข่าวที่อยู่ตามท้องถนนในกรุงไคโร โดยเมื่อวันพุธ กลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมูบารัค ได้จับตัวผู้สื่อข่าวชาวเบลเยียมรุมทำร้ายและกล่าวหาว่าเป็นสาย ลับ ที่เมืองโชบรา ติดกับกรุงไคโร ส่วนผู้สื่อข่าวชาวอิยิปต์ที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จับตัวได้ที่จตุรัสทาห์รีร์ ถูกรุมทุบตีอย่างรุนแรงนานหลายชั่วโมง

 มีรายงานว่า ผู้สื่อข่าวของ BBC, ABC News และ CNN ก็ถูกทำร้ายเช่นกัน ในจำนวนนี้ คือแอนเดอร์สัน คูเปอร์ และ ฮาลา โกรานี่ ผู้สื่อข่าวของ CNN ด้านนายโมฮัมเหม็ด อับเดล เดย์เอม ผู้ประสานโครงการในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้สื่อข่าว ระบุว่า รัฐบาลอิยิปต์อยู่เบื้องหลังการกระทำของคนเหล่านี้ โดยเป็นการใช้ยุทธศาสตร์กำจัดพยานด้วยการกระทำต่าง ๆ ทั้งเซ็นเซอร์สื่อ , การข่มขู่คุกคาม และล่าสุด คือ การส่งม็อบไปเล่นงานผู้สื่อข่าว

 คูเปอร์ บอกว่า เขาถูกผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมูบารัคคนหนึ่ง ต่อยที่ศีรษะ ส่วนโกรานี่ บอกว่าเธอถูกชายคนหนึ่งตะคอกใส่หน้าในระยะประชิด ขณะพยายามจับภาพและรายงานข่าวความโกลาหล ในช่วงที่ชายกลุ่มหนึ่งขี่ม้าและอูฐเข้าไปในกลุ่มผู้ประท้วงเมื่อเช้าวันพุธ ซึ่งเธอคิดว่าคนกลุ่มนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร หรือถูกใครส่งมาก็ตาม แต่เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนว่าต้องการเล่นงานช่างภาพ , ผู้สื่อข่าว และใครก็ตามที่อาจจะเป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งบางคนหยาบคายเหมือนพวกอันธพาล ที่ดูแล้วมีเจตนาเข้าไปหาเรื่อง

 คูเปอร์ บอกว่า ตัวเขา กับแมรี่แอนน์ ฟ็อกซ์ โปรดิวเซอร์ และช่างภาพอีกคนหนึ่ง ถูกทำร้ายที่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ในขณะที่พวกเขาพยายามจะฝ่าเข้าไปตรงกลางระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและต่อต้านประธานาธิบดีมูบารัค และทั้งที่พวกเขาพยายามเดินกันอย่างสงบ แต่กลุ่มที่สนับสนุนประธานาธิบดีมูบารัค ก็ยังรัวหมัดเข้าใส่ ทั้งยังเตะและยังพยายามจะจับตัวด้วย แต่พวกเขาก็พยายามเดินหนีไปหาที่ปลอดภัยและพยายามเกาะกลุ่มกันไว้

 มีผู้สื่อข่าวอีกหลายคนที่ถูกเล่นงานหนักกว่านี้ ในจำนวนนี้คือ อาห์เหม็ด อับดุลลาห์ ผู้สื่อข่าวของอัล อาราบิย่า ที่หายตัวไป 3 ชั่วโมงเมื่อวันพุธ ก่อนที่บรรณาธิการของเขาจะยืนยันว่าพบตัวแล้ว และต้องนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากบาดเจ็บรุนแรง เพราะถูกรุมทำร้าย

 ฌอง-ฟรังซัวส์ ชุยลาร์ด เลขาธิการของกลุ่มผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ระบุว่า การใช้ความรุนแรงต่อบุคคลากรในวงการสื่อ เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง พวกที่ทำร้าย ทำตัวเป็นราวกับต้องการแก้แค้นสื่อต่างชาติ ที่ถ่ายทอดข่าวการประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมูบารัคลาออก ซึ่งทางกลุ่มขอเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติ ตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้รัฐบาลอิยิปต์ พึงตระหนักถึงหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายและรื้อฟื้นความปลอดภัยให้กับ
ทุกคน รวมทั้งบุคลากรในด้านสื่อด้วย

 ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ยังได้เรียกร้องให้ปล่อยตัว เซอร์เก ดูมงต์ ผู้สื่อข่าวชาวเบลเยียม ที่ทำข่าวให้สื่อหลายแห่งของยุโรป รวมทั้ง เล ซัวร์ ที่บ้านเกิดของเขาด้วย ซึ่งเขาได้ติดต่อไปยังบรรดาบรรณาธิการของสื่อที่เขาทำงานด้วย และบอกว่า เขาถูกต่อยที่ใบหน้าหลายครั้งเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกสนับสนุนนายโมฮัมเหม็ด เอล บาราได เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ที่ชื่อของเขากำลังโดดเด่นขึ้นมา ในฐานะที่อาจจะได้ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ในอนาคต

 ดูมงต์ บอกด้วยว่า เขาถูกพาไปที่ค่ายทหารนอกกรุงไคโร และให้ดื่มน้ำที่ตักจากแม่น้ำไนล์ซึ่งผู้ที่จับตัวเขาบอกว่า ต้องการให้เขาติดเชื้ออหิวาตกโรค โดยมีชายสองคน พร้อมอาวุธปืนคาลาชนิคอฟควบคุมตัวเอาไว้ และได้รับแจ้งว่า จะถูกส่งตัวไปหน่วยข่าวกรองในฐานะที่เป็นสายลับ

 ด้านนายโอมาร์ สุไลมาน ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานาธิบดีอียิปต์ได้ไม่กี่วัน ประกาศเมื่อค่ำวานว่า คำร้องของของประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ที่ให้เปิดการเจรจากับฝ่ายค้านจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าการประท้วงจะยุติและผู้ชุมนุมออกไปจากท้องถนนให้หมดเพื่อบ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งจะทำให้สามารถเจรจากันได้ภายใต้บรรยากาศที่ดี

 คำแถลงของเขามีขึ้นหลังกลุ่มผู้สนับสนุนและต่อต้านประธานาธิบดีมูบารักปะทะกันอย่างหนักในบริเวณจตุรัสทารีห์ในกรุงไคโรเมื่อวาน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คนและบาดเจ็บกว่า 1,500 คน และมีข่าวว่าผู้สนับสนุนบางคนของประธานาธิบดีขี่ม้าและอูฐ รวมทั้งใช้แส้ในการขับไล่ฝูงชนผู้ต่อต้านประธานาธิบดี มี ไม้ ปืน และมีดเป็นอาวุธ และในกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมีตำรวจที่แต่งกายด้วยชุดพลเรือนรวมอยู่ด้วย ซึ่งผู้ต่อต้านประธานาธิบดีได้ดึงตัวลงจากหลังม้าและยึดบัตรประจำตัวตำรวจได้ แต่โฆษกกระทรวงมหาดไทย ได้ปฏิเสธข่าวนี้ โดยบัตรอาจถูกขโมยไปหรือทำปลอมขึ้น

 ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้โทรศัพท์ถึงรองประธานาธิบดีอียิปต์เรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ที่ผู้สนับสนุนรัฐบาลใช้กำลังกับผู้ประท้วงรัฐบาล เธอได้ประณามเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น และขอให้รัฐบาลอียิปต์หาตัวผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้

 ส่วนรัฐบาลหลายชาติในยุโรปเรียกร้องให้อียิปต์เริ่มต้นการปฏิรูปการเมืองทันทีและยุติการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วง นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษ บอกว่าหากปรากฏว่ารัฐบาลอียิปต์มีส่วนสนับสนุน หรือนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง และเป็นภาพที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำอีก นอกจากนี้นายกุยโดเวสเตอร์เวลล์ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี บอกว่า การปะทะรุนแรงในไคโรทำให้ยิ่งสงสัยว่าผู้นำการเมืองในอียิปต์เข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูประชาธิปไตยหรือไม่

 นอกจากนี้นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในอียิปต์ใช้ความอดทนอดกลั้น และขอประณามการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมอย่างสันติ

 สำนักข่าว CNN รายงานว่า การปะทะกันบนถนนในกรุงไคโร ของอิยิปต์ ระหว่างผู้สนับสนุนและผู้ประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนบาดเจ็บกว่า 1,500 คนแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายได้ขว้างปาก้อนหิน , อิฐตัวหนอน และระเบิดเพลิง(Molotov cocktails) เข้าใส่กัน ในช่วงก่อนรุ่งเช้าของวันนี้ หลังจากปะทะกันอย่างดุเดือดที่ใจกลางกรุงไคโร มาก่อนหน้านี้แล้ว

 มีเสียงปืนดังอย่างต่อเนื่อง กึกก้องและสะท้อนไปทั่วจตุรัสทาห์รีร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมูบารัคลาออก มานานถึง 9 วันแล้ว และกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล ได้ปักหลักนั่งประท้วงกันอยู่หลังสิ่งกีดขวางที่สร้างขึ้นมาเองภายในจตุรัสและบริเวณด้านนอก ใกล้กับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกจู่โจมจากฝ่ายตรงข้าม ที่รวมทั้งตำรวจนอกเครื่องแบบด้วย

 ผู้ประท้วงคนหนึ่ง บอกว่า ฝ่ายตรงข้ามได้เข้าไปพร้อมกับอาวุธและทำให้ความรุนแรงแพร่ขยายออกไป ทั้งที่พวกเขาประท้วงกันอย่างสันติมาตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว และเพิ่งจะได้ลิ้มรสของปฏิกิริยาตอบโต้ที่รุนแรงในวันนี้ ด้านทหาร ซึ่งบรรดาผู้บัญชาการทหาร ได้ให้คำมั่นเมื่อวันจันทร์ว่า จะไม่ใช้กำลังเข้าจัดการกับการประท้วงอย่างสันติ ได้แต่ยืนประจำการตลอดทั้งวัน แต่ไม่ได้เข้าแทรกแซงใด ๆ

 มีรายงานว่า ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมูบารัค ได้ใช้ม้าและอูฐในการพุ่งเข้าใส่และสลายฝูงชน แต่มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ถูกดึงตกจากอานและถูกทุบตี สถานที่โทรทัศน์ของทางการอ้างว่า ผู้ที่ขี่อูฐและม้าเข้าไปในกลุ่มผู้ประท้วง เป็นคนงานในพีรามิดที่ต่อต้านการประท้วงที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

 ผู้สื่อข่าว CNN รายงานว่า ในช่วงกลางคืน ได้มีเสียงปืนดังกึกก้องทั่วจตุรัสทาห์รีร์ ซึ่งเป็นภาษาอาหรับมีความหมายว่า การปลดปล่อย ( Liberation ) ผู้ที่ไปร่วมชุมนุมใช้ทั้งถ้อยคำที่เผ็ดร้อน ระเบิดเพลิง หรือที่เรียกกันว่า ระเบิดของประชาชน เพราะสามารถทำกันเองได้ก้อนหิน , แท่งเหล็ก , ไม้ , รองเท้า หรือ อะไรก็ตามที่หาได้ เป็นอาวุธที่ใช้ในการขว้างปาเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม มีบางคนฝ่าวิถีกระสุนไปรื้ออิฐตัวหนอนตามทางเดิน มาเป็นอาวุธด้วย

 เมื่อช่วงบ่าย ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมูบารัค ได้พยายามจะเข้าไปยังบริเวณศูนย์กลางการประท้วง มีการพลิกรถทหาร กันสาดและบริเวณทางเข้า-ออกของอาคารหลายแห่งถูกจุดไฟเผา ทำให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบลอยขึ้นไปในอากาศ แต่ไม่แน่ชัดว่า มีการเผชิญหน้ากันที่ไหนอีกบ้าง แต่เมืองอื่นที่ติดกับกรุงไคโรนั้นเงียบสงบ ส่วนการชุมนุมที่อเล็กซานเดรียเมืองใหญ่เป็นอันดับสองนั้น ดำเนินไปอย่างสันติ

 ฝ่ายตรงข้ามของประธานาธิบดีมูบารัค ได้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันที่จตุรัสทาห์รีร์ เรียกร้องให้เขาลาออกโดยทันที แม้ว่าผู้นำวัย 82 ปี จะประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะดำรงตำแหน่งตามวาระที่เหลืออีก 7 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่า จะมีการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ แต่ผู้ประท้วงก็ยังไม่พอใจ และประกาศจะกดดันต่อไปจนกว่าเขาจะลาออก

 วิกฤติการประท้วงที่บานปลายเป็นความรุนแรง ทำให้เศรษฐกิจของอิยิปต์กลายเป็นอัมพาตธนาคารต้องปิดทำการ , รถไฟหยุดให้บริการและโรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน , ตลาดกำลังขาดแคลนอาหารที่จำเป็นขั้นพื้นฐาน และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการไปร่วมประท้วงของประชาชนส่วนใหญ่

 ผู้ประท้วงคนหนึ่ง บอกว่า ไม่มีขนมปังและอาหารเพียงพอจะประทังชีวิต สถานีโทรทัศน์ ไนล์ทีวี ที่เป็นของรัฐบาล พยายามอ้างว่า เหตุจลาจลที่เกิดขึ้น เป็นแผนการของต่างชาติ และถูกกระตุ้นโดยผู้สื่อข่าวนานาชาติ แต่แม้จะมีเสียงปืน แต่ผู้สื่อข่าวของไนล์ ทีวี ก็ไม่ยอมรับว่ามีการยิงกันเกิดขึ้น รวมถึงไม่รายงานข่าวเหตุการณ์รุนแรงที่จตุรัสทาห์รีร์ ด้วย เพียงแต่รายงานว่า สมาชิกของกลุ่มมุสลิมภารดรภาพ (Muslim Brotherhood) ได้มุ่งหน้าไปที่จตุรัส และขว้าง
ลูกไฟเข้าไป อันเป็นจุดเริ่มต้นของจลาจลและความรุนแรง

 มีรายงานว่า ในกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมูบารัค ที่ออกไปลุยกับผู้ประท้วง เป็นตำรวจที่แต่งกายด้วยชุดพลเรือน ด้านโฆษกกระทรวงมหาดไทย ได้ปฏิเสธรายงานที่ว่า มีการยึดบัตรตำรวจได้จากคนเหล่านี้ด้วย โดยอ้างว่า อาจถูกขโมยไปหรือไม่ก็ทำปลอมขึ้น