
คุก8ปีวีระไม่รอ!
ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประเทศกัมพูชา ได้ออกนั่งบัลลังก์ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อ่านคำพิพากษาโดยสั่งจำคุกนายวีระ สมความคิด 8 ปี ปรับเป็นเงิน 1,800,000 เรียล ขณะที่ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์
สั่งจำคุก 6 ปี ปรับ 1,200,000 เรียล โดยโทษจำคุกไม่รอลงอาญา ดังนั้น ทั้งคู่ต้องกลับไปยังเรือนจำไปรซอว์ ในคืนนี้ แม้ น.ส.ราตรี ได้รับอนุญาตประกันตัวมาก่อนหน้านี้ ก็ต้องกลับเข้าคุกเช่นกัน โดยมีระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ 1 เดือน นี่ย่อมเป็นคำตอบในการต่อสู้ในเวทีที่มีแต่พ่ายแพ้สถานเดียว
ความมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นธรรม และยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะของนายวีระ สมความคิด ใช้ไม่ได้ผลในเขตอำนาจศาลกัมพูชา
นายวีระ เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับการประกันตัว แม้เขาจะมีปัญหาสุขภาพ และต้องไปอยู่ในที่คุมขังซึ่งสกปรกเต็มไปด้วยแมลงสาบและหนูก็ตาม หากคนไทยทั้งห้า ไม่รวม น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ถูกศาลกัมพูชาสั่งจำคุก ด้วยเชื่อว่าคนไทยบุกรุกเข้าไปในดินแดนเขมรจริง นายวีระ และน.ส.ราตรี ซึ่งพ่วงข้อหาประมวลข่าวสาร หรือสายลับเข้าไปด้วย ย่อมไม่พ้นความผิด โดยเฉพาะนายวีระ สมความคิด ซึ่งกัมพูชาเชื่อว่าเจตนาบุกรุกเพื่อให้ถูกจับ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยถูกจับฐานล้ำแดนเขมรมาแล้ว ในทางคดีก็มีความเป็นไปได้ที่ศาลกัมพูชา จะพิพากษาลงโทษจำคุกนายวีระ โดยไม่รอลงอาญา
ในสังคมไทย นายวีระ สมความคิด มีต้นทุนความเป็นคนจริงจัง และรักความเป็นธรรมสูง ผลงานของเขา ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ซึ่งรวบรวมและส่งข้อมูลให้ ป.ป.ป. ตรวจสอบการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ
จนกระทั่งพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องพ้นจากตำแหน่งตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และยุติบทบาททางการเมือง 5 ปี เป็นงานสร้างชื่อวีระ สมความคิด ให้เป็นที่รู้จักในสังคมไทย และจากวันนั้น นายวีระก็แสดงบทบาทเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลต่างๆ ในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะเคลื่อนไหวในประเด็นการจับ 7 คนไทย ในลักษณะแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ กับกองทัพธรรมแห่งสันติอโศก พันธมิตรนั้นอาจจะมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่าง เพราะวีระ สมความคิด กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ต้องเรียกว่าผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ จากการออกมากล่าวหาว่านายสนธิยักยอกเงินบริจาค ภายหลังการตั้งพรรคการเมืองใหม่
แต่กับกองทัพธรรม ต้องถือว่าจริงใจและแนบแน่นกับนายวีระ สมความคิด ในฐานะศิษย์ ผู้เรียนรู้ธรรมกับสมณะโพธิรักษ์ ระยะเวลาหนึ่งที่นายวีระออกมาจากป่า จึงไม่แปลกที่ท่าทีของสมณะโพธิรักษ์ ในการต่อสู้เรื่องนี้ จะยืนหยัด ชัดเจน โดยไม่มีวาระอื่นแอบแฝง เหมือนกลุ่มเคลื่อนไหวที่แปรรูปเป็นพรรคการเมืองไปแล้ว
ชะตากรรมของนายวีระ สมความคิด ที่ศาลกัมพูชาตัดสินในวันนี้ ไม่ได้เกินความคาดหมาย เพราะนี่มิใช่คำตัดสินของศาล แต่เป็นแค้นของฮุน เซน
จักร์กฤษ เพิ่มพูล



