
อาวุธร้ายของฮอนด้า
กว่าที่สินค้าแต่ละตัวจะครองใจผู้บริโภคได้ หรือกว่าจะสามารถทำยอดจำหน่ายสูงจนกลายเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ นอกจากจะต้องอาศัยความแข็งแกร่งของตัวสินค้าแล้ว ยุทธวิธีทางการตลาดที่นำมาใช้ และตัวบุคคลผู้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธวิธี ต่างล้วนสมควรถูกนำมากล่าวถึงด้วยกันท
การค้ามอเตอร์ไซค์ในประเทศไทยมีการแข่งขันกันรุนแรงตลอดมา เริ่มตั้งแต่ยุคสมัยที่ ยามาฮ่า กับ ซูซูกิ แย่งกันเป็นเบอร์หนึ่งหัวแถว โดยมี ฮอนด้า ตามมาคอยช่วงชิงจังหวะ ช่วงเวลาก่อนปี พ.ศ.2530 ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ทุกราย หันไปทุ่มเทให้แก่เครื่องยนต์สองจังหวะกันสุดตัว
มีเพียง ฮอนด้า เท่านั้นที่ยังคงแบ่งรับแบ่งสู้ และมีทีท่าว่าจะเอาจริงเอาจังกับเครื่องยนต์สี่จังหวะอยู่แต่ผู้เดียว ถึงขั้นที่จับเอาดารานักร้องที่กำลังรุ่งพุ่งแรง อย่าง นันทิดา แก้วบัวสาย มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เครื่องยนต์สี่จังหวะ จากกรุงเทพฯ ไประยองด้วยการใช้น้ำมันเพียงแค่สองลิตร
แถมยังโหมกระหน่ำตลาดด้วยการเอารถ ฮอนด้า ดรีม ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบผู้หญิงมีกระบังลมหน้า เครื่องยนต์สี่จังหวะเพียงรุ่นเดียวในประเทศไทยเวลานั้น มาพ่นสีขาวทั้งคันแล้วส่งเข้าไปขายราคาพิเศษ ให้แก่สวัสดิการครูในสังกัดคุรุสภา จนเป็นที่มาของชื่อ ฮอนด้า คุรุสภา
เมื่อทานกระแสความนิยมรถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สองจังหวะในตลาดไม่ไหว ฮอนด้า จึงเริ่มเข็นเอารถสปอร์ต รุ่นไฟเตอร์ และรถวิบาก รุ่นเอ็มทีเอ็กซ์ ที่มีเครื่องยนต์สองจังหวะออกมาสู้กับคู่แข่งรายอื่นๆ บ้าง และแม้จะมีระบบที่ทันสมัยกว่ายี่ห้ออื่นๆ แต่ก็ดูทีท่าว่าโฉลกของ ฮอนด้า ยังไม่ถูกชะตากับตลาดเมืองไทยมากนัก
ราวปี พ.ศ.2532 ฮอนด้า ในสมัยนั้นจับเอารถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า ลีด รถสกู๊ตเตอร์เครื่องยนต์สองจังหวะเกียร์อัตโนมัติคันแรกในประเทศไทย เข้ามาสู่ตลาดเมืองไทยท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่สื่อมวลชนยุคนั้นที่ยังไม่คุ้นกับรถมอเตอร์ไซค์แบบนั้นดีนัก ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นเวลานี้รับรองได้ว่ารถรูปทรงแบบ ฮอนด้า ลีด ที่เป็นสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ มีช่องเก็บหมวกกันน็อกล็อกได้มิดชิด จะกลายเป็นรถที่อยู่ในเทรนด์ทันที
แต่ด้วยเวลาที่ไม่เหมาะสมทำให้ ฮอนด้า ลีด หรือคนที่ซื้อ ฮอนด้า ลีด มาขี่ใช้งานอย่างผม กลายเป็น “คนแปลก, คนโง่” หรือคนที่เข้าข่าย “บ้า หรือเปล่าวะ” ไปง่ายๆ และ ฮอนด้า ลีด ก็จบตัวเองลงไปอย่างชนิดที่ไม่มีใครอยากจำ หรือพูดซ้ำขึ้นมาให้เสียบรรยากาศอีกเลย
จังหวะเวลา “ขาขึ้น” ของ ฮอนด้า มาถึงเมื่อ ฮอนด้า มีอาวุธร้ายสามประการอยู่ในมือ หนึ่งคือสินค้าที่เหมาะสมลงตัว สองคือกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม สามคือบุคคลที่ทำหน้าที่ควบคุมความเป็นไปของสินค้า และวิธีทางการตลาดได้อย่างกลมกลืน คราวหน้ามาดูกันว่าอาวุธร้ายสามประการนั้นมีรายละเอียดอย่างไรครับ



