ข่าว

สงครามเนี่ยสนุกตายล่ะ

สงครามเนี่ยสนุกตายล่ะ

03 ก.พ. 2554

คนจำนวนไม่น้อยอาจจะไม่เคยชินกับสงครามจริงๆ แต่มักจะมองทุกสิ่งด้วยกรอบของสงคราม อาทิ เรื่องของสงครามธุรกิจ สงครามความรัก

 ตามไปถึงการมีกองทัพธรรม ฯลฯ เข้าไปโน่น

 ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่คาดเดาไม่ได้เอาเสียเลย เนื่องจากเราถูกสั่งสอนกันมาโดยไม่ได้ตั้งใจว่า สงครามนั้นสามารถนำไปสู่ความรุ่งเรืองได้ อาทิ การอธิบายเรื่องของอารยธรรมผ่านเรื่องของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แล้วไปรุกรานคนอื่น

 พูดอีกด้านก็คือ เราไม่ค่อยได้เรียนวิชาอารยธรรม ผ่านมุมมองของคนที่ถูกรุกราน ถูกยึดครอง หรือสิ้นชาติ

 สงครามคืออะไรกันแน่ ทำไมคนจำนวนไม่น้อยชอบอ้างอิงการเข้าใจและเปลี่ยนโลกผ่านสงคราม?

 คำตอบหนึ่งก็คือ สงครามนั้นมักถูกนิยามว่าเป็นเรื่องของการเมืองแบบหนึ่ง เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่จะเผชิญหน้าและตัดสินปัญหากันด้วยกำลังเช่นนี้ เนื่องจากในโลกนี้ไม่มีใครที่มีอำนาจมากที่สุดที่ทุกคนยอมฟัง ดังนั้นการตกลงกันมักจะขึ้นกับว่าใครมีอำนาจที่แท้จริง

 ถ้ามองเช่นนี้ เราก็อาจจะพอเข้าใจกันได้มากขึ้น ว่าทำไมจึงมีความพยายามที่จะรวมตัวกัน หรือเจรจาต่อรองกันของประเทศหลายประเทศ ที่อาจจะไม่ได้แข็งแรงมากนัก เพื่อป้องกันการรุกรานจากประเทศอื่น หรือหากติกาที่จะอยู่ร่วมกัน

 ในอีกด้านหนึ่ง เรื่องของสงครามนั้นก็อาจไม่ใช่เรื่องดุเดือดไร้ศีลธรรมไปซะทั้งหมด เพราะเรื่องของสงครามนั้นเป็นเรื่องของการบริหารจัดการความรุนแรง หรือเป็นเรื่องของความรุนแรงที่จะต้องถูกบริหารจัดการ (organized violence)

 ในความหมายนี้ สงครามจึงไม่ใช่เรื่องของความบ้าคลั่งทำลายล้างเสียทั้งหมด แต่หมายถึงการพยายามบริหารจัดการความรุนแรง เพื่อเป้าหมายบางประการ

 ถ้าเราพิจารณาในแง่นี้ เราก็จะต้องเข้าใจว่านี่คือเหตุผลหนึ่งที่เรามีกองทัพ และมีทหารประจำการ เพราะการทำสงครามนั้นต้องมีการฝึกฝน ฝึกซ้อม และวางแผน

 ที่สำคัญ ในการทำสงครามนั้น มีเงื่อนไขและสนธิสัญญามากมาย ที่จะต้องไม่ละเมิด อาทิ การไม่ขยายวงความรุนแรงไปถึงพลเรือน หรือในพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับการรักษาพยาบาลเป็นต้น

 นี่คงเป็นส่วนหนึ่งที่เราพบว่าสงครามโลกครั้งที่สองนั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงมหาศาลให้แก่โลกและโลกทัศน์ ด้วยว่าระเบิดทำลายล้างนั้นทำลายพลเรือนที่ไม่รู้เรื่อง และในแง่ของการสังหารหมู่ทางเชื้อชาติกับคนที่ไม่ใช่ทหารของอีกฝ่ายหนึ่ง

 ในเรื่องสุดท้ายนั้น เรื่องของสงครามยังเกี่ยวเนื่องกับผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนไปอีกยาวนาน เป็นเรื่องของความทรงจำที่ถูกกระทบกระเทือนและอาจต้องใช้เวลายาวนานในการฟื้นฟูรักษา

 ที่เขียนมาทั้งหมดไม่ได้จะบอกว่าสงครามนั้นเป็นสิ่งที่เลวหรือดี แต่พยายามจะบอกว่าสงครามนั้นมีความใกล้ชิดกับตัวเรามากกว่าที่เราคิด ขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงสงครามนั้น เราก็ไม่ได้จะต้องหมายถึงการทำลายล้างอย่างบ้าคลั่งหรือไร้รูปแบบ เพราะในสงครามนั้นก็มีความเป็นอารยะ และเงื่อนไขการใช้และไม่ใช่ความรุนแรงอยู่มากเช่นกัน

 เอาเป็นว่าต้องตั้งสติให้ดีครับผม