ข่าว

 เด็กวัดฆ่า.."พระครู"ปมลวนลาม..ชิงทรัพย์

เด็กวัดฆ่า.."พระครู"ปมลวนลาม..ชิงทรัพย์

03 ก.พ. 2554

หลังจาก พระครูสมุห์สุวิทย์ ปัญญาวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดตาลทุ่งศรีสะอาด ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงจนกระทั่งมรณภาพคากุฏิ แนวทางการสืบสวนเบื้องต้น หลักฐานแวดล้อมในที่เกิดเหตุทำให้ตำรจอ่านออกทันทีว่าไม่น่าจะใช่แค่ชิงทรัพย์ แต่อาจต้องการเบี่ยงเบนปร

 การมรณภาพของพระครูสมุห์สุวิทย์ อายุ 38 ปี ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเหล่างิ้ว หมู่ 1 ต.จังหาร อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด และชาวบ้านละแวกใกล้เคียง รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางท่านให้ความสนใจ เจ้าอาวาสรูปนี้เป็นพระหนุ่มนักพัฒนา และเป็นศิษยานุศิษย์หลวงปู่สมชายฐิตวิริโย พระเกจิชื่อดังวัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี ที่มรณภาพไปแล้ว พระครูสมุห์สุวิทย์เข้ามาเป็นเจ้าอาวาสกว่า 4 ปี มีญาติโยมให้ความเคารพนับถือศรัทธาเป็นจำนวนมาก มีการบริจาคปัจจัยเข้ามาบูรณะวัดอย่างต่อเนื่อง ก่อนมาถูกฆาตกรรมภายในกุฏิ

 เมื่อเวลา 7 โมงครึ่ง วันที่ 31 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุมรณภาพของเจ้าอาวาสรูปนี้ พ.ต.อ.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ รองผบก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด, พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก., พ.ต.ท.ไพโรจน์ รอดคูบอน สว.สส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.จังหาร เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในกุฏิเจ้าอาวาส พบร่างไร้วิญญาณ เลือดเปรอะไปทั่วผืนจีวรของพระครูสมุห์สุวิทย์ อยู่บนพื้นใกล้ประตูทางเข้า ตามร่างกายมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่บริเวณราวนมซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ 6 แผล บริเวณแผ่นหลัง 3 แผล และหัวแม่มือขวาอีก 1 แผล คาดว่ามรณภาพมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง

  เมื่อตรวจสอบภายในกุฏิพบถุงมือสีดำตกอยู่ 1 ข้าง และมีรอยเลือดหยดเป็นทางยาวจนถึงหน้าประตูและลูกบิดประตู ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง ขณะที่ด้านข้างประตูกุฏิพบกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กตกอยู่ที่พื้น 1 ใบ ส่วนย่ามประจำตัวเจ้าอาวาสที่ใส่ของมีค่า เช่น เงินสด เอกสารสำคัญ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือสูญหายไป

 "ค่อนข้างมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะได้รับบาดเจ็บระหว่างที่ต่อสู้ หรือระหว่างที่ฆาตกรรมเจ้าอาวาส เพราะร่องรอยของหยดเลือดทำให้สันนิษฐานได้เช่นนั้น แต่เมื่อตรวจสอบลักษณะความเป็นอยู่ของเจ้าอาวาส ปกติแล้วท่านมักไม่ให้ใครหรือแม้กระทั่งพระเลขาฯ ขึ้นมาบนกุฏิ แต่กลับพบว่า ลักษณะที่นอนมีหมอนข้างเหมือนไม่ได้จัดไว้นอนแค่รูปเดียว ที่สำคัญพบหลักฐานบางอย่างที่สำคัญ (ขอไม่เปิดเผย) ที่ทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจว่าการมรณภาพครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่คนร้ายต้องการชิงทรัพย์ ซึ่งพระลูกวัดบอกว่าเจ้าอาวาสพกเงินสดติดตัวไม่มากนัก ส่วนเงินที่ญาติโยมบริจาคก็อยู่ในธนาคารโดยมีคณะกรรมการวัดดูแล" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน ระบุ

 แหล่งข่าวในชุดสืบสวน ระบุอีกว่า พยานหลายปากยังให้การสอดคล้องกันว่า ก่อนเจ้าอาวาสมรณภาพ ช่วงค่ำของวันที่ 30 มกราคม เห็น "นายโด่ง" อายุประมาณ 25 ปี คนใกล้ชิดเจ้าอาวาส ทำหน้าที่ขับรถยนต์พาไปธุระตามกิจนิมนต์ที่มีอยู่เป็นประจำ ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้ากุฏิ โดยพยานอ้างว่าเห็นนายโด่งสวมถุงมือสีดำ จึงได้เชิญตัว "นายโด่ง" "นายหมี" "นายเบลล์" และ "นายเท่ห์" มาสอบสวน ซึ่ง 1 ใน 4 ผู้ต้องสงสัยยังให้การวกวนไม่สอดคล้องเหมือนปกปิดบางเรื่องอยู่

 จนช่วงดึกของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ชุดสืบสวนได้พยานปากสำคัญมาให้ข้อมูลแก่ชุดสืบสวนว่า "นายเท่ห์" อายุ 18 ปี คือผู้ลงมือฆ่าเจ้าอาวาส หลังจากที่มีความสนิทสนมกับเจ้าอาวาสเพียงแค่ 3 เดือน

 คำให้การของพยานทำให้ "นายเท่ห์" รับสารภาพว่า ฆ่าเจ้าอาวาสจริง โดยช่วงดึกก่อนเกิดเหตุเจ้าอาวาสโทรศัพท์มาหา บอกว่าให้มาหาที่กุฏิ โดยให้ปีนเข้าทางรั้วข้างวัดแล้วเข้ากุฏิทางประตูด้านหลัง พอเข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาสก็พาเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง แล้วพยายามล่วงเกิน จึงนำมีดพกที่ติดตัวอยู่เป็นประจำจ้วงแทงจนกระทั่งมรณภาพ จากนั้นก็หนีโดยหยิบย่ามของเจ้าอาวาสติดตัวไป ระหว่างที่หนีได้นำย่ามไปทิ้งไว้ข้างทาง แล้วไปนั่งดื่มสุราปรึกษากับเพื่อนสนิทถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

 "แนวทางการสอบสวนและข้อสันนิษฐานของชุดสืบสวนเริ่มชัดเจนในบางประเด็นที่สงสัย มีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไว้หลายปากที่ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบหลังจากที่คลี่คลายคดีสำเร็จ ทันทีที่ได้พยานปากสำคัญ ก็รีบสอบปากคำนายเท่ห์เพิ่มเติมจนกระทั่งรับสารภาพ แล้วพาไปยังจุดที่ทิ้งย่าม รวมถึงกล้องถ่ายรูปของเจ้าอาวาสที่ซ่อนอยู่ที่บ้าน ส่วนโทรศัพท์มือถือคนใกล้ชิดของนายเท่ห์นำไปทิ้งในแม่น้ำ ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนการชี้จุดทุกจุดที่เกี่ยวข้องกับคดีมีการบันทึกวิดีโอเทปไว้ทั้งหมด" พ.ต.อ.สุวัฒน์ ระบุ