
"กษิต"บินหารือสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
"กษิต" ทวิต บอกกลับถึงไทยแล้ว 3ก.พ.บินประชุมเสียมราฐ หารือสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ภาพรวม "ผบ.ทบ."สั่งทหารชายแดนพร้อมป้องอธิปไตยชาติ จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
(2ก.พ.) นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้ทวิตข้อความผ่านเว็บไซต์ twitterว่า "ตอนนี้ผมกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว อยากจะบอกว่าท่าเรือที่สโลวีเนียที่ผมไปเยี่ยมชม เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่น่าสนใจ เป็นเส้นทางสู่ยุโรปกลางและยุโรปตะวันตก ซึ่งเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในภายหน้า พรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปประชุมที่เสียมราฐ และจะได้หารือความสัมพันธ์กับกัมพูชาในภาพรวม"
ภายหลังที่นายกษิต หลังจากเดินถึงประเทศไทยได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกครั้งว่า ได้เตรียมเดินไปร่วมประชุม คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 7 หรือ เจซี ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์นี้ ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศ กัมพูชา มี 2 ประเด็นหลักในการประชุม คือเป็นการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม เกี่ยวกับร่วมมือช่วยเหลือระหว่างไทย-กัมพูชา ในทุกเรื่อง
รวมทั้งทบทวนเรื่องความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลุงทุน การท่องเที่ยวในกรอบของเจซี ขณะเดียวกันจะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ในการเสริมสร้างกระชับความสัมพันธ์ในภาพรวมระหว่างไทย-กัมพูชา และแก้ไขปัญหา รวมทั้งขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ต่อไป ซึ่งเป็นเรามีชายแดนติดกัน ต้องเร่งที่จะแก้ไขปัญหาและส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน รวมทั้งใทนกรอบที่จะขับเคลื่อนประชาคมอาเชี่ยนอีกด้วย
นายกษิต กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีวัดแก้วสิขาสาวาระนั้น ยืนยันว่า รัฐบาลจะยึดแนวทางการแก้ไขปัญหาภายใต้กรอบเจบีซี ขณะที่ในระดับท้องถิ่น ทั้งฝ่ายทหารก็มีการหารือกันอยู่ ทั้งนี้ ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงประเด็นที่จะทำให้เพิ่มปัญหาบริเวณชายแดน ขณะที่ประเด็นที่ยังคงค้างคาจะใช้วิธีเจรจา ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
นายกษิต ระบุว่า ส่วนที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ตอบโต้ไทยกรณีวัดแก้วสิขาคีรีสวาระนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือต่อไป และไม่อยากให้ออกถ้อยแถลงที่นำไปสู่ความตรึงเครียด และหลักเลี่ยงการทำสงครามสื่อ ทั้งนี้ ยืนยันจะไม่มีการตอบโต้กลับ แต่เป็นการชี้แจงเรื่องเขตแดน ตามข้อเท็จจริงและกฏหมายระหว่างประเทศ ขณะที่มีการพูดคุยกับเอกอัคราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง และได้สั่งการให้เอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ในการหารือกับกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว ถือเป็นภาระหน้าที่ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามในการเดินทางไปประชุมเจซีจะไปพบกับนายวีระ สมความคิด ที่เรือนจำเปร์ซอ ที่กรุงพนมเปญ จะหารือถึงแนวทางที่จะให้นายวีระกลับประเทศไทยอย่างไรต่อไป
"ผบ.ทบ."สั่งทหารชายแดนพร้อมป้องอธิปไตย
เมื่อเวลา 15.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)เป็นประธาน ว่า ในที่ประชุมได้พูดถึงสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศขณะนี้ ซึ่งกองทัพบกโดยกองกำลังชายแดนได้เฝ้าติดตามและวางมาตรการในการดูแลไว้อย่างรัดกุมเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันไม่ให้มีการลุกล้ำอธิปไตย รวมทั้งดูแลให้ประชาชนตามแนวชายแดนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
“ผบ.ทบ.กำชับให้ทุกหน่วยทบทวนและเตรียมแผนการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อมในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกได้รับมอบหมาย ในขณะเดียว ผบ.ทบ.ได้แสดงความห่วงใยในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในทุกระดับ จึงได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยวางมาตรการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับกำลังพลในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งเรื่องอุปกรณ์ป้องกัน การทักษะความชำนาญของกำลังพล การตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น สำหรับการปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผบ.ทบ.ได้มุ่งหวังให้ทุกหน่วยปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เน้นมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่”พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว
"นายกฯ"ถกกอ.รมน.คาดถกปมชายแดน
เมื่อเวลา 16.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)ที่ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น 3 อาคารรัฐสภา3 โดยมีีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพนำโดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หน่วยงานด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งคาดว่าวาระการประชุมจะเป็นในเรื่องของปัญหาบริเวณพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะไทย-กัมพูชา และปัญหาความไม่สงบใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้
"ถวิล-พีระพันธุ์"ยันกอ.รมน.ไม่ได้ถกปัญหาไทย-กัมพูชา
เมื่อเวลา 17.30 น. ภายหลังการประชุมกอ.รมน. ที่อาคารรัฐสภา 3 นายอภิสิทธิ์ เดินออกจากห้องประชุมพร้อมกับพล.อ.ประวิตร โดยนายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมและบอกว่าให้พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ดีกว่า แต่ปรากฏพล.อ.ประวิตรก็บอกว่าให้นายกฯพูดดีกว่า แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ด้านนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวเพียงว่าไม่มีการพูดถึงปัญหาชายแดนไทยกัมพูชามีคุยเฉพาะเรื่องแผนปฏิบัติงานอำเภอแม่ลาน 54 ตามพ.ร.บ.ความมั่นคง เช่นเดียวกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ที่ระบุว่าไม่มีการคุยเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา แต่คุยเรื่องมาตรา 21 ตามพ.ร.บ. ความมั่นคง
ผบ.ตร.เตรียมเยี่ยมกำลังพลซ้อมรับมือพธม.
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล บริเวณระหว่างประตู 1 และ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จังหวัดสระบุรีและจังหวัดชัยนาทจำนวน 200 นาย ซึ่งรับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล ได้ทำการซักซ้อมการใช้หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เชี่ยวชาญให้การอบรม เป็นเวลาประมาณ 30 นาที ทั้งนี้มีรายงานว่าในเวลา 19.00 น. พล.ต.อ.วิเชียร พจโพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร.) จะเดินทางมาดูการซักซ้อมแผนดังกล่าว ที่คาดว่าจะมีการใช้แก๊สพิษในการซักซ้อมแผนการปฏิบัติการจริง



