
สื่อจีนเผยตรุษจีนคึกเปิดฉากที่กทม.
ไฟไหม้รับตรุษจีนนครศรีธรรมราชผลาญวอด 4 คูหา เหตุไหว้เจ้าแล้วทิ้งบ้าน-ตร.เตรียมเรียกบ้านต้นเพลิงสอบ ไหม้บ้านทาวเฮ้าส์ในชุมชนคลองเรียนกลางเมืองหาดใหญ่ ขณะเจ้าของบ้านออกไปไหว้เจ้าต่างอำเภอ ที่ตลาดอินโดจีนแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดมุกดาหารเกิดเกิดเหตุ
สำนักข่าวแห่งประเทศจีนรายงานว่า บ่ายวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดฉากกิจกรรม "ตรุษจีนเริงร่า" ที่กรุงเทพฯปี 2011 กิจกรรม "ตรุษจีนเริงร่า" ปีนี้ร่วมกันจัดขึ้นโดยกระทรวงวัฒนธรรมจีน สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไทยและกรุงเทพมหานคร คณะศิลปินจากหลายมณฑลของจีนเช่น ซินเจียง มองโกเลียใน ปักกิ่ง กว่างซีและเสฉวนจำนวน 180 คน จะจัดการแสดงเป็นเวลา 10 วัน มีการแสดงที่หลากหลาย เช่น ระบำ กายกรรม หุ่นเชิดไม้ กังฟู
ไฟไหม้หลายแห่งรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้
เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 2 ก.พ.54 เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในร้าน “ อาร์ตพิค ” เลขที่ 1051 ถ.กะโรม ต.คลัง อ.เมือง หลังจากนั้นจึงปล่อยรถดับเพลิงออกปฏิบัติหน้าที่ โดยมีนาย สมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เข้าทำการอำนวยการดับเพลิงในที่เกิดเหตุ และ ดร. กณพ เกตุชาติ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เข้าประสานให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นและประสานกับ พ.ต.ท. อภิชาต คชเวช พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองนครศรีธรรมราชเข้าทำการสอบสวนทันที
ในที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงกำลังโหมลุกไหม้เรือนแถวพาณิชย์ริมถนนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องกระจายรถดับเพลิงเข้าทำการฉีดน้ำสกัดทั้งด้านหน้าและหลังแนวเรือนแถวอย่างจ้าละหวั่นใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงสามารถสกัดควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนเรือนแถวทั้ง 4 คูหาเสียหายอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตามพยานรายหนึ่งเข้าไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าต้นเพลิงอยู่ที่ร้าน “ อาร์ตพิค ” ที่รับทำกรอบรูป เนื่องจากเห็นว่าเจ้าของร้านได้จุดธูปเทียนไหว้เจ้า และเจ้าที่ภายในบ้าน หลังจากนั้นได้ปิดร้านออกไปไหว้เจ้าที่ร้านของญาติอยู่ห่างไปไม่ไกลนักเมื่อกลับมาอีกทีพบว่าเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างหนักแล้วจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการดับเพลิง แต่เพลิงได้ลุกลามสร้างความเสียหายอย่างหนักทั้งสิ้นค้าเครื่องสมุนไพร กระดาษ ไม้กรอบรูป ซึ่งเป็นธุรกิจที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว
พ.ต.ท. อภิชาต คชเวช พนักงานสอบสวน เปิดเผยว่าเบื้องต้นนั้นต้องสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และประสานกับเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานว่าต้นเพลิงเกิดจากจุดใดกันแน่ ก่อนที่จะดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมาย
ไฟไหม้ทาวเฮ้าส์กลางเมืองหาดใหญ่
เมื่อเวลา 13.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 71 ซอย 2 / 1 ถ.คลองเรียน เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านทาวเฮ้าส์สองชั้น ตั้งอยู่ในชุมชนคลองเรียน โดยไฟในลุกไหม้ขึ้นบริเวณห้องโถงชั้นล่าง แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถเข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิงไว้ได้ก่อนที่จะลุกไหม้ลามไปยังชั้นที่สองและส่วนต่างๆของบ้านโดยเวลาประมาณ 15 นาที
จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณโซฟาและเพดานห้องรับแขกชั้นล่างถูกไฟไหม้เสียหายและยังลุกลามไปติดรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างบ้านริมหน้าต่างเสียหาย 1 คันคาดว่าไฟจากผ้าม่านปลิวไปติด โดยขณะเกิดเหตุไม่มีใครพักอยู่ในบ้านโดย นายศิริชัย อัศวรัตนจินดา เจ้าของบ้านได้ออกไปประกอบพิธีไหว้เจ้าต่างอำเภอ
เบื้องต้นพบว่าสาเหตุไฟไหม้มาจากไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากต้นเพลิงเกิดจากแผงวงจรควบคุมไฟฟ้าที่ติดอยู่บริเวณฝาผนังของห้องรับแขก
ไฟไหม้ตลาดอินโดจีนมุกดาหาร
เมื่อเวลาประมาณ 03 .05 น.เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณตลาดอินโดจีน ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ร้านเสงี่ยมที่เป็นร้านจำหน่ายสินค้าอินโดจีนที่ใหญ่ที่สุดในตลาดอินโดจีนในเขตเทศบาลเมืองจังหวัดมุกดาหารเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสินค้าที่วางจำหน่ายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีประกอบกับได้รับแรงลมกระโชกรุนแรงที่ขึ้นมาจากแม่น้ำโขง
เพลิงได้ลุกลามไปยังอาคารจำหน่ายสินค้าอินโดจีนทั้งที่ตั้งอยู่ด้านหลังและด้านข้างอีกจำนวน 20 อาคาร ซึ่งแต่ละอาคารมีสินค้าที่เป็นเชื้อเพลิงเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ชุดดับเพลิง ภายใต้การสั่งการของ นางสาวสมหมายปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารซึ่งมาอำนวยการดับเพลิงด้วยตนเอง ได้ระดมรถน้ำมาจากทุกพื้นที่ในจังหวัดมุกดาหารรวมแล้วมากว่า 2 0 คันแต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงแคบได้
จึงเป็นเหตุให้เพลิงโหมลุกไหม้ต่อไปยังอาคารพาณิชย์ 5 ชั้นที่อยู่ในย่านเดียวกันอีก 5 คูหาซึ่งแต่ละชั้นเป็นที่เก็บสินค้าเต็มไปหมดยิ่งทำให้เพลิงโหมลุกไหม้ขึ้นไปอย่างรวดเร็วเจ้าหน้าที่จึงทำได้เพียงฉีดน้ำกันอาคารพาณิชย์คนละฟากถนนไว้เท่านั้นโดยเพลิงได้โหมลุกไหม้นานกว่า 2 ชั่วโมง โชคดีที่ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตคาดความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาททั้งนี้ นับเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ รับเทศกาลตรุษจีน ที่สร้างความเสียหายอย่างมาก
รองผู้ว่าฯพิจิตรสั่งทุกหน่วยงานเฝ้าระวังไฟไหม้
ที่จังหวัดพิจิตร ตั้งแต่เช้าเป็นต้นมา พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะในตลาดเทศบาลเมืองพิจิตร ที่มีคนไทยเชื้อสายจีนอยู่จำนวนมากของจังหวัด พากันตื่นแต่เช้าโดยหลายคนที่ไม่ได้ไปทำงานก็จะสวมชุดสีแดงหรือสีชมพูเพื่อความเป็นสิริมงคล ออกมาเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง รวมถึงศาลเจ้าอย่างศาลเจ้าปุนเท่ากง-เจ้าพ่อหลวงกง ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมกันสร้างได้อย่างสวยงามและเป็นที่เคราพบูชา ชาวไทยเชื้อสายจีน พากันนำเครื่องเซ่นไหว้จำนวนมาก มาเซ่นไหว้ พร้อมทั้งอธิฐานขอพร ให้ในปีต่อไปทำมาหากินได้คล่องตัว และสิ่งที่มีผู้อธิฐานจำนวนมากก็คือ ขอให้เมืองไทย เกิดความสงบสุข ไม่แบ่งแยก
นอกจากนั้นคนไทยเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่ยังได้ทำการเผากระดาษเงิน กระดาษทองเพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้กับผู้ล่วงลับ โดยส่วนใหญ่เลือกเผาในเตาเผา ซึ่งทางศาลเจ้ามีการจัดสถานที่จัดไว้ให้อย่างมิดชิดและสวยงาม เนื่องจากเกรงว่า จะเศษกระดาษจะปลิวไปกับลมและเกิดอัคคีภัยขึ้นได้
ในขณะที่นางอัจฉราภรณ์ บุญญรังสี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังอัคคีภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันไหว้ ประชาชนจะจุดธูป เทียน เพื่อประกอบพิธีในการไหว้ และมีการจุดประทัด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยหากไม่ระมัดระวัง
สำหรับอัคคีภัยที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน บางครั้งต้องสูญเสียชีวิต จังหวัดพิจิตรมีการเกิดอัคคีภัยอยู่เสมอทั้งช่วงเทศกาลและภาวะปกติ ซึ่งเหตุก็จะเกิดทั้งบ้านเรือนประชาชน และสถานที่ราชการโดยเฉพาะโรงเรียน เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงที่เสี่ยงต่ออัคคีภัยเนื่องจากจะมีการจุดธูป เทียนมากเป็นพิเศษ การเฝ้าระวังจึงมีความสำคัญ โดยทางราชการเองได้เตรียมการเรื่องของการบรรเทาเหตุหากมีเหตุการณ์อัคคีภัยเกิดขึ้น ส่วนประชาชนก็ขอให้ระมัดระวังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอัคคีภัยซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการป้องกัน
นายกท่องเที่ยวภูเก็ตเผยนทท.จีนกว่า4หมื่นเที่ยวภูเก็ต
นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้นๆ โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์นี้ มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนบินตรงเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตประมาณ 40,000 คน โดยมาจากเมืองต่างๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง ฮ่องกง เป็นต้น ทำในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนนี้ห้องพักต่างๆมีอัตราการจองห้องพักค่อนข้างสูง บางโรงแรมสูงถึง 100%
“ปัจจุบันในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวจีน นอกจากจะมากันเป็นกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่แล้วยังมีนักท่องเที่ยวดังกล่าวอีกประมาณ 10% ที่เดินทางมาด้วยตนเอง และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเห็นได้จากการจับจ่ายซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เป็นจำนวนมาก”
นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองต่างๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ส ในช่วงตรุษจีนนี้ยังมีนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนของประเทศต่างๆ เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากเช่นกัน อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี เวียดนาม เป็นต้น ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเดินทางไปทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
ซึ่งในช่วงประมาณเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตก็ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตเดินทางไปทำกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือโรดโชว์ที่งานไอทีบี ประเทศเยอรมัน และในช่วงประมาณเดืนเมษษยนก็จะไปโรดโชว์ที่เมืองเซี่ยงไฮ และกรุงปักกิ่งด้วย ซึ่งก็จะมีการนำเสนอสินค้าและกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆ ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย
สุราษฎร์คึกจีนบินตรงกวางโจว-สมุย10เที่ยว
นายภาณุ วรมิตร ผอ.ททท.สำนักงานสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีนปีนี้การท่องเที่ยวคึกคักมากโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลเกาะสมุย,เกาะพะงันและเกาะเต่า โดยมีนักท่องเที่ยวจีนเช่าเหมาลำบินตรงจากกวางโจว-เกาะ สมุย 10 เที่ยวบินกว่า 2,000 คน โดยกระจายตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงันรวมทั้งดำน้ำที่เกาะเต่า คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวบนบกตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งเขื่อนรัชชประภาและอุทยานแห่งชาติเขาสก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคนไทยเชื้อสายจีนที่มาท่องเที่ยว โดยจองห้องพักประมาณ 70 % เงินสะพัดประมาณ 5 ล้านบาท หากเปรียบเทียบตรุษจีนปีนี้กับปีที่แล้วในส่วนของนักท่องเที่ยวคนไทยเชื้อสายจีนถือว่าเที่ยวน้อยมาก
ในขณะที่ตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลเมื่อเปรียบเทียบปีนี้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเช่าเหมาลำบินตรงมาเกาะสมุยเพิ่มมากกว่าปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 10 %
ด้านนางวรรณี ไทยพานิช นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การท่องเที่ยวของเกาะพะงันตรุษจีนปีนี้นักท่องเที่ยวต่างประเทศโดยเฉพาะคนจีนให้ความสนใจเข้ามาจำนวนมาก โดยมีทั้งมาดำน้ำและพักผ่อนสัมผัสบรรยากาศชายทะเล ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยก็ให้ความสนใจเช่นเดียวกันแต่ยังน้อย อย่างไรก็ตามถือว่าคึกคักพอสมควร
ตรังคึกไทยเชื้อสายจีนเซ่นไหว้องค์ศักดิ์สิทธิ์แน่น
บรรยากาศตรุษจีนที่บริเวณศาลเจ้าท่ามก๋งเฮี๋ย ซึ่งตั้งอยู่ ถ.เพลินพิทักษ์ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ได้มีชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วสารทิศ ได้นำสิ่งของเซ่นไหว้ บูชา ไปกราบไหว้ ขอพรต่อองค์ศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้าท่ามก๋งเฮี๋ย เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ดอกไม้ ขนมต่างๆ หลากสี รวมทั้งหมูย่าง ที่ชาวตรังเชื้อสายจีน มีความเชื่อว่า สิ่งศักดิ์ศาลเจ้าท่ามก๋งเฮี๋ยจะรับคำขอ จึงเป็นที่ศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวต่างชาติประเทศใกล้เคียง เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมทั้งชาวใต้หวัน ได้มีการเช่าเหมารถทัวร์ มาขอพรกราบไหว้องค์ศักดิ์สิทธิ์ท่ามก๋งเฮี๋ยอยู่บ่อยครั้ง
นอกจากนั้นชาวตรังเชื้อสายจีน ยังมีความเชื่อว่า เมื่อได้มากราบไหว้ ขอพรองค์ศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าท่ามก๋งเฮี๋ยแล้ว จะทำให้มีชีวิตที่ดี ฐานะทางการงานมั่นคง มีความก้าวหน้าในการงาน ครอบครัวอยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะการนำหมู่ย่างมากราบไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะรับคำขอขอผู้ที่นำหมู่ย่างมาเซ่นไหว้ จึงทำให้ช่วงเช้าของวันนี้ มีชาวตรังเชื้อสายจีน ซึ่งมีความศรัทธาต่อศาลเจ้าท่ามก๋งเฮี๋ย นำมาหมู่ย่างมาเช่นไหว้และบูชาต่อศาลเจ้าท่ามก๋งเฮี๋ย ไม่ต่ำกว่า 50 ตัว
อย่างไรก็ตาม เนื่องในเทศกาลตรุษจีน เป็นวันมหามงคลของชาวจีน หลายคนได้มีการเสี่ยงโชค เช่น ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีพ่อค้านำมาขายบริเวณด้านหน้า ปรากฏว่าขายดีเป็นอย่างมาก และบางคนได้มีการเสี่ยงเซียมซี โชคชะตาตัวเอง รวมทั้งบางคนได้นำลูกหลาน มาขอพรจากศาลเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เด็ก เนื่องวันวันตรุษจีน ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของชาวจีน ขณะที่หลายคนได้สวมใส่เสื้อผ้าสีแดง ทำให้ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า ที่ได้นำเสื้อผ้าสีแดง มาขายให้กับลูกค้าช่วงนี้ มีความคึกคักเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะปีร้านค้าเสื้อผ้า ได้นำเสื้อผ้ามีสีแดง มีลวดลาดแบบจีนเป็นแฟชั่นสมัยใหม่มาจำหน่ายด้วย
ไทยเชื้อสายจีนโคราชเซ่นไหว้ในวันตรุษจีนคึก
บรรยากาศวันไหว้เทศกาลตรุษจีนที่จังหวัดนครราชสีมาว่า บรรยากาศตั้งแต่เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ศาลเจ้าทุกแห่งในจังหวัดนครราชสีมา อย่างเช่นที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองโคราช ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีชาวไทยเชื้อสายจีนนำหัวหมู ไก่ เป็ด และผลไม้ มาเป็นของเซ่นไหว้เทพเจ้าเนื่องในวันตรุษจีน ส่งผลให้ศาลเจ้าทุกแห่งคึกคักไปด้วยประชาชนและกลิ่นหอมของธูปเทียนที่จุดไหว้เทพเจ้า เพื่อขอพรให้เทพเจ้าช่วยดลบันดาลให้ครอบครัวและหน้าที่การงานประสบความสำเร็จและมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
ขณะที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี วีรสตรีของชาวโคราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวโคราชต่างเคารพนับถือ ชาวไทยเชื้อสายจีน ต่างพาครอบครัวมาเซ่นไหว้ สักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ของเซ่นไหว้ที่ประชาชนนำมาไหว้เทพเจ้าส่วนใหญ่จะเน้นความประหยัด อาหารคาวจำพวกหมู เป็ด ไก่ ก็จะซื้อนำมาไหว้เพียงบางส่วน แทนการซื้อแบบทั้งตัวเนื่องจากช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ราคาของเซ่นไหว้พาเหรดกันปรับขึ้นราคา ทำให้แต่ละครอบครัวจึงเน้นของเซ่นไหว้เทพเจ้าแบบประหยัดที่จำเป็นเท่านั้น
อุทัยธานีไหว้ตรุษจีนคึกคัก
ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุทัยธานี พาครอบครัวนำเครื่องเซ่นไหว้ หมู เป็ด ไก่ ผลไม้มงคล ขนม น้ำชา เหล้า เซ่นไหว้ให้กับเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ที่ศาลเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมไหว้รำลึกถึงบรรพบุรุษ และขอพรจากเทพเจ้า เจ้าพ่อ เจ้าแม่ เทพยาดาฟ้าดิน ในวันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่จีน ซึ่งถือเป็นวันเริ่มต้นการดำเนินชีวิตที่ดี ราบรื่น มีความสุข สมหวัง สุขภาพดี ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายดี ร่ำรวย รวมถึงขอให้คนชาติเกิดความสามัคคี มีความปองดองกัน และให้ประเทศชาติเดินต่อไปข้างหน้า เศรษฐกิจดี เจริญรุ่งเรือง และเนื่องในปีนี้เป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เดินทางไปไหว้เจ้าในวันตรุษจีน ยังได้ขอพรต่อเทพเจ้า เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ที่ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้า และศักดิ์สิทธิทั้งหลาย ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน อีกด้วย
ตำรวจทางหลวงออกแผนบริการประชาชนช่วงตรุษจีน
พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.)ได้ออกมาตรการอำนวยความสะดวกการจราจรและป้องกันภยันตรายในวันตรุษจีนซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนที่จะเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติ กราบไหว้บรรพบุรุษ และถือโอกาสเดินทางไปกราบไหว้ศาลเจ้าหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในคราวเดียวกัน โดยในวันดังกล่าวจะมีประชาชนใช้ทางหลวงเป็นเส้นทางสัญจรเป็นจำนวนมากทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุในการใช้ทางหลวงได้หรืออาจก่อให้เกิดอาชญากรรมอื่น ๆ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกองบังคับการตำรวจทางหลวงจึงได้วางแผนอำนวยความสะดวกดังกล่าวขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย เชียงใหม่ ขอนแก่น อุบลราชธานี ชลบุรี นครปฐม นครศรีธรรมราช และภูเก็ต
พล.ต.ต.นรบุญ กล่าวว่า แผนอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะใช้เส้นทางหลวงในวันตรุษจีนปีนี้ก็จะเป็นแผนเดียวกับที่ใช้ปฏิบัติในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่จะมีการปรับแผนเพื่อความเหมาะสมเนื่องจากสภาพการจราจรคงน้อยกว่าช่วงปีใหม่ โดยจะอำนวยความสะดวกด้านการจราจรกับผู้ใช้ทางหลวงในเส้นทางสายหลักทั้งหมดแต่จะมุ่งเน้นไปที่จังหวัดที่มีความหนาแน่นด้านการจราจรเป็นหลัก ซึ่งมีด้วยกัน 2 ระดับ คือ ระดับหนาแน่นมาก เช่น ชลบุรี สระบุรี ส่วนระดับที่ 2 หนาแน่นรองลงมา ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครปฐม เป็นต้น
ผบก.ทล. กล่าวด้วยว่า นอกจากการดูแลการจราจรแล้วตำรวจทางหลวงก็ยังคงกวดขันวินัยจราจรตามมาตรการ 3 ม. 2 ข. 1 ร. 1 ย. คือ เมาไม่ขับ มอเตอร์ไซค์ปลอดภัย สวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย มีใบขับขี่ ไม่ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และการขับรถย้อนศร แต่จะเน้นเรื่องเมาไม่ขับ เนื่องจากเป็นเทศกางเฉลิมฉลอง ทั้งนี้นอกจากถนนหลวงแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังดูแลประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง รวมทั้งตามสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ด้วย
พล.ต.ต.นรบุญ ยังกล่าวด้วยว่า ด้านการติดต่อสื่อสารในการให้บริการประชาชนของตำรวจทางหลวงนั้น นอกจากช่องทางติดต่อปกติ เช่น สายด่วน 1193 แล้วตำรวจทางหลวงได้เพิ่มช่องทางการติดต่อและให้บริการประชาชนเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นโดยทำแอพพริเคชั่นของตำรวจทางหลวง หรือ Highway Police (Thailand) สำหรับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล เช่น ไอโฟน ไอแพด แล้ว ขณะนี้ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 บน Appstore ในหมวด Travel



