ข่าว

ผู้ลี้ภัยพม่ายังอยู่ในความดูแลยูเอ็นฯ

ผู้ลี้ภัยพม่ายังอยู่ในความดูแลยูเอ็นฯ

02 ก.พ. 2554

ผู้ลี้ภัยพม่ายังอยู่ในความดูแลของยูเอ็นเอชซีอาร์. ยังไม่สามารถกลับไปได้ แม้เสียงปืนสงบ ส่วนทหารไทยยังตรึงกำลัง เผยหลุมหลบภัยโรงเรียนชายแดนแค่ท่อคอนกรีตใช้ดินกลบทับเสี่ยงระเบิดสูง แถมไกลจากอาคารเรียนทำนักเรียนไม่กล่าวิ่งฝ่าดงกระสุน ผอ.รร.แม่โกนเกน ผวาตายหม

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ผู้ลี้ภัยสงครามชาวพม่าที่ลี้ภัยเข้ามายังบ้านมอเกอร์ไทย หมู่ที่ 1 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ยังคงอาศัยอยู่บริเวณบ่อลูกรังบ้านมอเกอร์ไทย ห่างจากกองร้อยทหารราบที่ 1743 ประมาณ 500 เมตร ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่สามารถกลับไปได้ เพราะเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยภัยจากการสู้รบระหว่างทหารพม่ากับ ฝ่ายกะเหรี่ยง เพราะยังมีการเผชิญหน้าระหว่างกำลัง 2 ฝ่าย

 ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) ได้ประสานกับองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ.) ไปให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องนุ่งห่ม ขณะที่โรงพยาบาลพบพระ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลการรักษาพยาบาล และการป้องกันโรค อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชาวไทยบ้านมอเกอร์ไทยได้เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านส่วนใหญ่แล้ว ฝ่ายทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด ยังคงตรึงกำลังทหารอยู่ในหมู่บ้าน

เผยหลุมหลบภัยร.ร.ชายแดนแค่ท่อคอนกรีต

 นายสมพงษ์ กาญจนคงคา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า  โรงเรียนบ้านแม่โกนเกนเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในฝั่งประเทศพม่า ที่ผ่านมาเคยมีกระสุน ปืนใหญ่ข้ามมาตกอยู่หลายครั้ง ขณะที่หลุมหลบภัยที่มีอยู่ก็อยู่ในสภาพที่ไม่มั่นคงปลอดภัย โดยหลุมหลบภัยที่ใช้ อยู่เป็นท่อคอนกรีตสองท่อนวางต่อกันมีดินกลบทับด้านบน และเนื่องจากสร้างมาหลายปีทำให้ดินที่กลบท่อถูกฝน ชะล้างไปเกือบทั้งหมด ส่วนภายในท่อยังมีเศษโคลนและหญ้าขึ้นเกือบเต็มท่อ

 นอกจากจากนี้ทางเข้าออกทั้งสองด้านของหลุมหลบภัยแบบท่อคอนกรีตยังเปิดโล่งเสี่ยงต่อสะเก็ด ระเบิดที่อาจกระเด็นเข้าไปภายใน ขณะที่ระยะทางระหว่างอาคารเรียนกับหลุมหลบภัยยังห่างกันกว่า 200 เมตร ทำ ให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นทั้งครูและนักเรียนที่มีอยู่กว่า 400 คน ไม่กล้าวิ่งออกนอกอาคารเรียนเพราะไม่รู้ว่ากระสุนปืน ใหญ่จะตกลงมาระหว่างทางหรือไม่

  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน กล่าวว่า หากมีการจัดสร้างหลุมหลบภัยใหม่ควรสร้างให้ใกล้อาคาร เรียนมากที่สุดและต้องมีความมั่นคงแข็งแรงไม่เสี่ยงทั้งกระสุนและสะเก็ดระเบิดเหมือนแบบเดิม และต้องมีอายุการ ใช้งานได้นานเพื่อไม่ต้องเสียงบประมาณซ้ำซาก ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและครูเป็นสำคัญ

ของบซ่อมหลุมหลบภัย29โรงเรียนชายแดน

 นายทองสุข อยู่ศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 กล่าวว่า ขณะนี้ โรงเรียนบ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งมีกระสุนปืนใหญ่ตกลงมาด้านหลังโรงเรียนเมื่อวันที่ 1 ก.พ.  ยังคงปิดการเรียนการสอนไม่มีกำหนดเพื่อความปลอดภัยของครูและนักเรียน ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบระหว่าง ทหารพม่ากับกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอยังไม่สงบ โดยได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการโรงเรียนประเมินสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด

 สำหรับโรงเรียนมอเกอร์ไทยมีครู 8 คน นักการภารโรง 1 คน นักเรียนชั้นอนุบาล - ป.6 จำนวน 170 คน  ในเช้าวันที่ 1 ก.พ. กระสุนปืนใหญ่ได้ตกลงมาด้านหลังโรงเรียนซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเมย ทำให้ต้องสั่งปิดโรงเรียนและ อพยพครูและนักเรียนออกจากพื้นที่ทันที

 นายทองสุข กล่าวว่า ใน อ.พบพระ และ อ.แม่สอด มีโรงเรียนที่อยู่ติดกับชายแดนที่มีการสู้รบ 29 โรงเรียน  ซึ่งทาง สพท.ประถม ตาก เขต 2 ได้สั่งการให้ทุกโรงเรียนประสานงานกับทหารและหน่วยงานความมั่นคงจัดเตรียม พื้นที่ปลอดภัยและซักซ้อมแผนอพยพ ขณะเดียวกัน สพท.ประถม ตาก เขต 2 กำลังทำเรื่องของบประมาณไปยัง หน่วยงานต้นสังกัดเพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงซ้อมแซมหลุมหลบภัยในโรงเรียนทั้งหมด เนื่องจากหลุมหลบภัยใน ทุกโรงเรียนสร้างมาแล้วนับสิบปีปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรมไม่มีความปลอดภัย หากได้รับการปรับปรุงเสริม ความมั่นคงแข็งแรงจะสร้างความปลอดภัยกับชีวิตของครูและนักเรียนได้มากขึ้นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกระทันหัน

 ด้านนายสงวน เมืองอินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมอเกอร์ไทย กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการสู้รบในฝั่งตรงข้าม จะอยู่ห่างชายแดนไปค่อนข้างมาก แต่ครั้งนี้เป็นการสู้รบประชิดชายแดนและดุเดือดที่สุดตั้งแต่ทำงานที่โรงเรียนนี้ มาในรอบ 5 ปี ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยจึงให้ปิดการเรียนการสอนไปจนถึงวันที่ 4 ก.พ.  เพื่อรอดูสถานการณ์

รพ.พม่าพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงเต็มทหารพม่าบาดเจ็บอื้อ
 
 เจ้าหน้าที่ทางการพม่าระดับท้องถิ่น จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามบ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างฝ่ายทหารรัฐบาลพม่า กับชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงกลุ่มดีเคบีเอ. และกะเหรี่ยงเคเอ็นยู.ในขณะนี้นั้น ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงเต็มไปด้วยทหารพม่าที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบในพื้นที่ตรงข้าม อ.แม่สอด อ. อุ้มผาง และอ.พบพระ จำนวนนับกว่า 100 นาย ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งต้องดูแลรักษาพยาบาลฝ่ายทหารเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนชาวพม่าที่เจ็บป่วยต้องเลี่ยงเดินทางไปรักษาพื้นที่ชั้นใน เช่น ที่จังหวัดย่างกุ้ง พะโค และเมืองมะละแหม่ง ในรัฐมอญเป็นต้น

ชาวบ้านมอเกอร์ไทยเริ่มกลับบ้าน

 ราษฎรไทยบ้านมอเกอร์ไทย หมู่ที่ 1 ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ที่หนีภัยสงครามการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยง กับ ทหารพม่า และมีกระสุนปืนใหญ่ล้ำเข้ามาตกในเขตในหมู่ บ้านเกอร์ไทยจำนวนกว่า 20 นัด โดยมาอาศัยอยู่บริเวณกองร้อยทหารราบที่ 1749 ห่างจากชายแดนไทย - พม่า บริเวณบ้านมอเกอร์ไทย 2 กิโลเมตรนั้น ขณะนี้ราษฎรไทยส่วนมากได้กลับไปแล้วหลังเสียงปืนสงบ ขณะที่ฝ่ายกะเหรี่ยงกับฝ่ายพม่ายังคงเผชิญหน้ากันอยู่ สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านมอเกอร์ไทย ในจุดที่มีกระสุนปืนค. ล้ำมาตกใส่ ซึ่งพบว่ามีกระสุนปืนล้ำเข้ามาตกหลายจุดทำให้บ้านเรือน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ส่วนนโรงเรียนบ้านมอเกอร์ไทยนั้น ขณะนี้ยังปิดเรียน เพราะทางโรงเรียนยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์