ข่าว

จี้ทหารไทยผลักดันเขมรพ้น4.6ตร.กม.

จี้ทหารไทยผลักดันเขมรพ้น4.6ตร.กม.

02 ก.พ. 2554

ผู้เขียนตำนานปราสาทพระวิหาร ยัน ไทยพบปราสาทฯก่อนเขมร จี้ทหารไทย ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ ผลักดัน เขมร พ้น 4.6 ตร.กม. ด้านสื่อเขมรเผยทหารย้ายชาวบ้านติดชายแดน 90 ครอบครัวออกไปหมดแล้ว เย้ยปีที่แล้วไทยเคยปักธงชาติจุดที่ปักใหม่นี้ แต่ถูกทหารเขมรรื้อทิ้ง ขณะที่“กมธ

(2ก.พ.) เวลา 12.00 น. นายคณิต  แสนสา  อายุ  79 ปี คนเขียนตำนานการสร้างปราสาทพระวิหาร ปัจจุบันเป็น เจ้าของ ร.ร.แสนสาวิทยา ม.2 บ้านหนองหญ้าลาด  ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  เมื่อประมาณปี  2502   ขณะนั้นตนสอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กันทรลักษ์  มีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลาปากรมาติดต่อให้ข้าราชการครูในพื้นที่ร่วมเดินทางขึ้นไปสำรวจบริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อที่จะทำการบูรณะปราสาทพระวิหาร  โดยที่ฝ่ายกัมพูชาไม่รู้เลยว่ามีปราสาทพระวิหารอยู่ที่ชายแดนไทย - กัมพูชาด้าน จ.ศรีสะเกษ

นายคณิต กล่าวต่อว่า  หลังจากนั้นก็ได้มีการเผยแพร่ข่าวการพบปราสาทพระวิหารออกไป ทำให้ฝ่ายเขมรรู้ข่าวจึงได้ส่งทีมเข้ามาตรวจสอบ  และดำเนินการฟ้องศาลโลก  ต่อมาศาลโลกมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2505  ให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร แต่ไม่ใช่เขาพระวิหารทั้งลูกอย่างที่เขมรเข้าใจในขณะนี้   

หลังจากที่ศาลโลกตัดสินยกปราสาทพระวิหารให้เขมรแล้ว ก็มีชาวชาวเขมรเข้ามาอาศัยอยู่โดยระยะแรกจะอยู่กันบริเวณปราสาทโคปุระชั้น 2 แต่ต่อมาคนไทยที่อยู่ใน จ.ศรีสะเกษ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องไปทำการสร้างห้องแถวสังกะสีที่บริเวณเชิงเขาพระวิหารขายให้กับเขมร พวกเขาจึงได้พากันเคลื่อนย้ายลงมาอาศัยอยู่ที่บริเวณเชิงเขาพระวิหาร สร้างบ้านเรือน  สร้างวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระขึ้นมาพร้อมทั้งปักธงประจำชาติเพื่อเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของดินแดนที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน 4.6 ตร.กม.รอบเขาพระวิหาร

“ ทหารไทยควรแสดงความกล้าหาญด้วยการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์เพื่อรักษาดินแดนไทยไว้ให้ลูกหลาน  และไม่ต้องกลัวว่า  ประชาคมโลกจะประณาม  เพราะเราทำสงครามเพื่อผลักดันให้เขมรออกไปจากเขตพื้นที่4.6 ตร.กม.ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนเท่านั้น  ไม่ได้ทำสงครามเพื่อยึดประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด”  นายคณิต  กล่าว

ขณะที่หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ  (เกาะสันติเพียบ) ของกัมพูชา รายงานความเคลื่อนไหวบริเวณปราสาทพระวิหารว่ามีการเคลื่อนย้ายชาวกัมพูชาประมาณ  90 ครอบครัว จากหมู่บ้านเดโจ บอสโบว์ (Dejo Bosbov) ซึ่งอยู่ใกล้ปราสาทพระวิหารไปยังหมู่บ้านเวียนทม (Veal Thom) ในอำเภอจอมกะสาน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. แล้ว หลังจากที่ทหารไทยเข้ามาปักธงเหนือเขตพิพาทใกล้โคปุระที่ 5 ตรงข้ามบันไดทางขึ้นปราสาทพระวิหาร และทหารไทยหลายร้อยนายเคลื่อนกำลังเข้ามาใกล้เส้นเขตแดนของกัมพูชากว่าเดิม  รายงานระบุว่าเมื่อเวลา 16.45 น. วันเดียวกันนี้สถานการณ์ตึงเครียดหนักถึงจุดเดือดที่อาจเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธตอนไหนก็ได้  “ เมื่อปีที่ผ่านมา ทหารไทยได้ปักธงชาติไทยไว้ที่จุดเดียวกันนี้แต่ถูกทหารกัมพูชารื้อทิ้งไป ”

ด้าน สถานการณ์ชายแดนบริเวณปราสาทตาเมือนธม และใน อ.ตรอเปียงปราสาท จ.อุดรมีชัย ยังคงสงบ แต่ทหารกัมพูชาอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูงเนื่องจากมีทหารไทยจำนวนมากอยู่ในพื้นที่และเตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน  นสพ.เกาะสันติภาพ รายงาน

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศและ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะโฆษกกมธ.การต่างประเทศ แถลงข่าวภายหลังการประชุมในวาระพิจารณาศึกษาเตรียมความพร้อมในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัย 34 ที่ประเทศบาห์เรน ในเดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้ กรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยนายพีรพันธุ์ กล่าวว่า การเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกนั้นผู้แทนประเทศไทยยืนยันที่จะคัดค้านและไม่ยอมรับแผนการขึ้นทะเบียนของประเทศกัมพูชา

ด้านน.ส.รัชดา กล่าวว่า ตามข้อกำหนดขององค์การยูเนสโก ที่เกี่ยวกับสถานที่ที่ได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรกดโลกนั้น ระบุว่าต้องให้ประเทศที่ขอขึ้นทะเบียนเสนอแผนบริหารโดยรอบตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งการชุมนุมที่ผ่านๆ มาทางประเทศกัมพูชาได้พยายามเสนอแผนบริหารฯ ในเฉพาะพื้นที่รอบปราสาทฯ ด้านทิศตะวันออกและด้านทิศใต้ ซึ่งไม่ใช่เป็นพื้นที่ที่มีปัญหากับประเทศไทย ส่วนในพื้นที่ที่มีปัญหากับประเทศไทยในพื้นที่ด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือ ตามเอกสารของประเทศกัมพูชาระบุว่าจะเสนอแผนได้เมื่อบรรลุข้อตกลง บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ก่อน เท่ากับว่าทางประเทศกัมพูชาไม่มีความพร้อม

น.สรัชดา กล่าวอีกว่า ส่วนที่บางฝ่ายเรียกร้องให้ผู้แทนไทยถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการมรดกโลกนั้น ผู้ที่ชี้แจงยืนยันว่าหากประเทศไทยถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการหรือภาคี อาจจะไม่สามารถรับรู้หรือทราบในสิ่งที่ประเทศกัมพูชาเสนอได้และอาจเกิดความเสียเปรียบ ดังนั้นกมธ.การต่างประเทศขอสนับสนุนให้คณะผู้แทนไทยอยู่ร่วมเป็นกรรมการและภาคีต่อไป รวมถึงเห็นด้วยกับการลดข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศด้วยการกำหนดเขตพื้นที่มรดกโลกร่วมกันให้ครอบคลุมศาสตราและสถูป เพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนในด้านการท่องเที่ยวและศึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้น ในการประชุมกมธ.การต่างประเทศ ที่มีนายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม เพื่อหารือวาระดังกล่าว ได้เชิญคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกมาให้ข้อมูล โดยกมธ.ส่วนใหญ่ได้สอบถามถึงการเตรียมการเจรจาและผลที่จะได้หลังจากการเข้าร่วมประชุม โดย นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผอ.สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ชี้แจงว่าก่อนหน้านั้นทางประเทศไทยได้เสนอให้การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกันของ 2 ประเทศ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธมาโดยตลอด จนครั้งล่าสุดนี้ทางประเทศกัมพูชาได้เสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่ตัวปราสาทเขาพระวิหาร โดยไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่พิพาท จำนวน 4.6 ตารางกิโลกเมตร อาจทำให้การคัดค้านของผู้แทนไทยยากยิ่งขึ้น

ทำให้นายต่อพงษ์ กล่าวแย้งว่า ที่ผ่านมาแล้วทำไมถึงไม่เตรียมการที่จะโต้แย้ง หรือเสนอแนะในวิธีที่ดีกว่าการทะเลาะ เช่น การนำนโยบายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องสามเหลี่ยมมรกต หรือการพัฒนาพื้นที่ 3 ประเทศ(ไทย-กัมพูชา-สปป.ลาว) ร่วมกันขึ้นมาพิจารณา เพื่อเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณา ซึ่งตนเชื่อว่าหากการพัฒนาพื้นที่มีประโยชน์ร่วมกันทางประเทศกัมพูชาก็ยากที่จะปฏิเสธ

 “ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ได้ทราบว่าในการประชุมครั้งที่ 36 ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพ หากทางคณะผู้แทนไทยคัดค้านและยื้อมาพิจารณาเรื่องดังกล่าวในประเทศอาจจะทำให้เกิดผลดีกับการพิจารณาดังกล่าว หรือหากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็ต้องยื้อให้ถึงที่สุดเพื่อให้ทางคณะกรรมการชุดใหญ่ 21 คน มีมติถอนกรณีดังกล่าวออกไป” นายต่อพงษ์ กล่าว
 จากนั้นนายสุรพล ปัตตานี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจนว่าจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งที่ 36 หรือไม่ เพราะมี 3 ประเทศเสนอตัว คือ ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศอินเดีย ซึ่งตนเกรงว่าหากกรรมการสรุปภายหลังการประชุมและพิจารณาว่าประเทศไทยและประเทศกัมพูชาเป็นคู่ขัดแย้ง ตาอยู่อย่างประเทศอินเดียอาจจะได้รับเป็นประเทศเจ้าภาพ