ข่าว

ยิงจนท.รับทำวีซ่าสถานทูตจีนดับคาร้านอาหาร

ยิงจนท.รับทำวีซ่าสถานทูตจีนดับคาร้านอาหาร

02 ก.พ. 2554

เจ้าหน้าที่รับทำวีซ่า ประเทศจีน ถูกยิงเสียชีวิตในภัตตาคารจีนมา 3 วันเพิ่งพบศพหลังเมียชาวไทยเข้าแจ้งความสามีหายก่อนตายบอกไปกินข้าวภัตตาคาร ตำรวจไปตรวจสอบนอนกลายเป็นศพ ตรวจกล้องวงจรปิดพบเจ้าของร้านผู้ตายอยู่ด้วยกัน ก่อนปิดร้านหนี ตร.เร่งหาเจ้าของภัตตาคารสอบ

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 1 ก.พ. ร.ต.ท.มงคล พรหมโสภา ร้อยเวร สน.สุธิสาร ได้รับแจ้งจากนางนวล ไม่ทราบนามสกุล อายุ 28 ปี ว่านายหวง หวางบิน สามีชาวจีน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รับทำวีซ่าประจำสถานทูตจีนได้หายตัวไปจากบ้านพักตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหายตัวไปได้บอกว่าจะออกไปกินข้าวที่ร้านตูอีฉูภัตคาร เลขที่ 545 ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซ.20 มิถุนา แขวงและเขตห้วย ขวาง กทม. จึงเข้าตรวจสอบภายในร้านดังกล่าว

 ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น เปิดเป็นร้านอาหารจีน แต่ประตูด้านหน้าร้านปิดไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานเจ้าของอาคารดังกล่าวเพื่อนำกุญแจมาเปิด เมื่อเข้าไปตรวจสอบบริเวณชั้น 3 พบศพนายหวง นอนหงายเสียชีวิต ตรวจสภาพศพพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 6.25 เข้าที่ศีรษะ

 จากการสอบปากคำผู้พักอาศัยห้องข้างเคียงทราบว่าคืนวันที่ 30 ม.ค. เวลาประมาณ 01.00 น. ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังมาจากห้องที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 1 นัด ตำรวจจึงประสานขอตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดช่วงเวลาที่เกิดเหตุ พบว่าเวลา 01.06 น. มีรถมาจอดที่หน้าร้านดังกล่าว จากนั้นผู้ตายกับนายจางหมิง อายุประมาณ 49 ปี เจ้าของร้านอาหารชาวจีน เดินออกมาจากรถด้วยอาการเมาสุรา จากนั้นนายจางหมิง ได้เดินเข้าไปในร้านก่อน

 หลังจากนั้น 5-6 นาทีผู้ตายก็เดินตามเข้าไปในร้าน ต่อมาไม่นานมีพนักงานในร้านวิ่งออกมาจากร้านด้วยท่าทีตื่นตระหนก แล้วนายจางหมิง และนางเทียนจึง ภรรยา อายุ 38 ปี กับกุ๊กชาวจีนไม่ทราบชื่อเดินตามออกมาอย่างเร่งรีบ จนกระทั่งเวลา 02.00 น. นายจางหมิง และนางเทียนจึง ก็กลับมาที่ร้านและเอากระเป๋าเดินทางออกไป แล้วหายตัวไป
 
 สอบปากคำนายหวางไห่ อายุ 59 ปี ชาวจีน ลุงของผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายเป็นเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่า ประจำสถานทูตจีน และแต่งงานกับสาวไทยคือนางนวล มาหลายปีแล้วจนมีลูกสาววัย 6 ขวบ และกำลังจะซื้อบ้านซื้อรถเพื่อลงหลักปักฐานที่ประเทศไทยด้วยกัน ส่วนนายจางหมิง เคยเปิดร้านที่หลังสถานทูตจีนมาก่อน จึงรู้จักกันเพราะไปรับประทานข้าวที่ร้านบ่อยจนสนิทสนมและมักชวนกันไปดื่มสุราด้วยกันเป็นประจำ แม้ย้ายร้านมาอยู่แถวห้วยขวาง ก็ยังชวนกันไปดื่มสุราเสมอ ส่วนวันเกิดเหตุก็น่าจะพากันไปดื่มสุรา กินข้าวและร้องคาราโอเกะข้างนอก และกลับมาที่ร้านด้วยกันเหมือนปกติ ทั้งนี้ผู้ตายเคยเล่าว่านางจางหมิง ปกติเป็นคนอารมณ์ร้อน และเคยฆ่าคนตายที่ประเทศจีนแล้วหนีมาอยู่เมืองไทยด้วย

 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนพยาน และเร่งติดตามนางจางหมิง ภรรยา และพนักงานในร้านที่อยู่ในขณะเกิดเหตุมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุและผู้ลงมือยิงนายหวงจนเสียชีวิต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป