
"Black Hat"จารกรรม..แสนล้านความลับ"เรโนลด์-นิสสัน"
ในอดีตบริษัทเอกชนและหน่วยงานราชการ จะมี "แฟ้มลับลุดยอด" ห้ามผู้ไม่มีอำนาจจับต้อง หากใครอ่านต้องเซ็นชื่อเป็นหลักฐานเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะนำไปเก็บไว้ในเซฟลับ หรือตู้นิรภัยกันขโมยและไฟไหม้
เมื่อยุคดิจิทัลเบ่งบาน องค์กรเหล่านั้นเปลี่ยนไปใช้ไฟล์ข้อมูล หรือ "เอกสารอิเล็กทรอนิกส์" แทน พร้อมจัดทำ "ระบบป้องกันคอมพิวเตอร์" เพื่อไม่ให้ใครแอบก๊อบปี้หรือขโมยข้อมูลไปให้คู่แข่ง บริษัทหลายแห่งในยุโรปและอเมริกาสร้างห้องใต้ดิน เพื่อทำเป็นเซอร์เวอร์รูม (Server Room) ป้องกันข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดของบริษัท แม้จะป้องกันอย่างไรก็ตามสุดท้ายดูเหมือนข้อมูลลับสุดยอดยังรั่วไหลออกไปได้ เหมือนกรณีของค่ายรถยักษ์ใหญ่ที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก
8 มกราคม 2554 โลกยานยนต์แทบหยุดหายใจ!? เมื่อผู้บริหารของบริษัทเรโนลด์-นิสสัน ออกมาเปิดเผยว่าถูกโจรกรรมข้อมูลเทคโนโลยีอีวี (Electric-Vehicle Tehcnology) มูลค่ากว่า 4,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดยญี่ปุ่นและฝรั่งเศสกำลังจะร่วมกันผลิตออกขายภายในสิบปีข้างหน้า หรือไม่เกิน พ.ศ.2557
ช่วงที่มีข่าวลือเรื่องนี้เกิดขึ้นแรกๆ นายแพทริก เพลาต้า รองประธานบริษัทเรโนลด์ ปฏิเสธเสียงแข็งกับหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสว่า ไม่มีสายลับระดับมืออาชีพคนใดสามารถขโมยข้อมูลด้านเทคโนโลยีของบริษัทไปได้
แต่ตอนหลังนายแพทริกก้มหน้าแถลงยอมรับความจริงว่า บริษัทเรโนลด์-นิสสัน โดนทีมโจรข้ามชาติจารกรรมข้อมูลเทคโนโลยีรถยนต์อีวีจริง นอกจากนี้ยังถูกขโมยข้อมูลแผนธุรกิจและรายละเอียดของต้นทุนการผลิตด้วย เบื้องต้นเชื่อว่ามีผู้บริหารระดับสูงถึง 3 คนในฝรั่งเศสเป็นหนอนบ่อนไส้ แอบลักลอบนำข้อมูลที่มีมูลค่าการลงทุนถึง 4,000 ล้านยูโรไปให้โจรกลุ่มนี้ แต่ขอให้ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงมากเกินไป เพราะเอกสารที่ถูกขโมยไปไม่ใช่ข้อมูลสำคัญ บริษัทยังมีข้อมูลเทคโนโลยีและสิทธิบัตรมากกว่า 200 ชิ้น ที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างดี
นายแพทริกประกาศว่า ต้องเอาผู้ทำผิดกลุ่มนี้มาลงโทษให้ได้ เพราะเป็นการกระทำร้ายแรงโดยผู้บริหารระดับสูง ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาฝรั่งเศสรายหนึ่ง ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการจารกรรมข้อมูล ให้สัมภาษณ์หลังสืบคดีเบื้องต้นว่า เป็นไปได้ที่ผู้บริหารทั้ง 3 รายจากโรโนลด์ถูกล้วงความลับเพื่อเอาไปให้ค่ายรถยนต์ในประเทศจีน ตอนนี้มีการสั่งพักงานทั้ง 3 แล้ว ส่วนนายเอริค เบซง รมว.อุตสาหกรรมของฝรั่งเศส ยอมรับว่าคดีนี้จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเรโนลด์
เมื่อจีนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมกับแก๊งจารกรรมข้อมูลข้ามชาติอื้อฉาวกลุ่มนี้ สิ่งที่รัฐบาลจีนทำคือส่งผู้แทนมาปฏิเสธเสียงแข็งทันที โดย หง เหล่ย โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวว่า มีการศึกษารายงานที่ระบุว่าจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างละเอียดแล้ว และขอยืนยันว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลโดยสิ้นเชิง และไร้ความรับผิดชอบ จีนคงยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้
ล่าสุดบริษัทนิสสันจากญี่ปุ่นออกมากดดันให้ผู้บริหารค่ายรถยนต์เรโนลด์ในฝรั่งเศสจัดการสืบสวนเรื่องนี้ และจัดการให้เรียบร้อยอย่างเร็วที่สุด เพราะเป็นคดีจารกรรมข้อมูลรถยนต์ข้ามชาติที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
"ธงชัย โรจน์กังสดาล" ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเอกสารกระดาษหรือเอกสารดิจิทัล สามารถถูกโจรกรรมได้ทั้งนั้น หากเจอแก๊งอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ข้ามชาติฝีมือขั้นเทพ ทั้งพวกแฮ็กเกอร์ พวกแคร็กเกอร์ หรือพวกไอ้หมวกดำแบล็กแฮต (black hat) แต่ส่วนใหญ่ข้อมูลที่หลุดจากผู้บริหารระดับสูงที่อายุมาก มักจะเป็นเอกสารกระดาษมากกว่า
ส่วนกลยุทธ์ตามล่าโจรคอมพิวเตอร์นั้น อ.ธงชัยแนะนำว่า ต้องหาต้นตอว่า ใครเป็นผู้ล็อกอินหรือเปิดประตูเข้าไปดูข้อมูลสำคัญบ้าง คอมพิวเตอร์แต่ละตัวจะมีรหัสของตัวเอง สามารถแกะรอยได้ว่าใครใช้คอมพิวเตอร์ตัวไหนเข้าไปดูข้อมูลสำคัญของบริษัท ดูวันไหน เวลาเท่าไร ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ถ้าเจอโจรระดับเซียน พวกนี้จะใช้แก๊งมืออาชีพต่างประเทศเข้าไปดูข้อมูลแล้วลบรหัสส่วนตัวทิ้ง พร้อมหลอกล่อให้เข้าใจว่าเป็นคอมพิวเตอร์จากเครื่องอื่น ถ้าบริษัทเรโนลด์เจอมุกนี้เข้าไป อาจสืบหาต้นตอและหลักฐานมาจัดการแก๊งโจรข้ามชาติกลุ่มนี้ลำบาก
"แก๊งโจรขโมยข้อมูลระดับโลกนั้น ส่วนใหญ่มีไส้ศึกอยู่ในองค์กรเป้าหมาย เพราะสามารถเข้าถึงรหัสบางอย่างได้ง่ายกว่า ยิ่งชั้นข้อมูลลับมากก็ยิ่งเข้ารหัสไว้ซับซ้อน ในอีกด้านหนึ่งพวกโจรก็พัฒนาฝีมือเร็วมากเหมือนกัน หน่วยงานรัฐและเอกชนของไทยไม่ควรประมาท หากเป็นเอกสารสำคัญควรใช้พาสเวิร์ดบวกกับลายนิ้วมือ และต้องมีระบบไอพีเอส (IPS) คอยตรวจจับการบุกรุกเน็ตเวิร์กของผู้ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงไวรัสคอมพิวเตอร์ด้วย ถ้าอะไรเสี่ยงก่อความเสียหายต่อระบบเครือข่าย ตรวจพบแล้วป้องกันทันที ก่อนจะมีใครแอบเข้ามาเอาข้อมูลสำคัญจากเครือข่ายไปได้" ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนทิ้งท้าย



