
ฝันไกลไปทุกที
พักหลังนี่ไม่รู้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นอะไร แทนที่จะตั้งอกตั้งใจเสาะหาข้อมูลเพื่อมาซัดรัฐบาลในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เรื่องราวที่ออกมาปรากฏในสื่อและประชาชนคนทั่วไปรับรู้กลับเป็นเรื่องที่ดูตลกโปกฮา ทำลายความน่าเชื่อถืออย่างร้ายกาจ
เรื่องทหารจะปฏิวัติ นั่นก็เรื่องหนึ่ง ก็เข้าใจอยู่หรอกว่า คนพูดนั้น ชอบพูดจาเป็นตุเป็นตะ หาความน่าเชื่อถือไม่ได้ แต่ไอ้การที่ปล่อยให้คนแบบนี้ออกมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก มันกลายเป็นว่าปล่อยให้สร้างบรรยากาศอึมครึม และจงกลียดจงชังทหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งที่โอกาสที่จะเกิดเหตุรัฐประหารนั้นมีอยู่เพียงแค่ 0.000001%
แล้วที่ผ่านมาเกิดเหตุรัฐประหารก็เพราะนักการเมืองทำชั่วจนได้โล่ หรือโกงจนคนรับไม่ได้ หรือซ่องสุมกำลังเอาไว้ถล่มกลุ่มการเมืองอีกฝ่าย จนน่าจะทำให้ไทยฆ่าไทยด้วยกันเอง
แต่อย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อกลางปีที่แล้วตายไปเกือบจะร้อยคน ทหารยังไม่ยึดอำนาจเลย แล้วตอนนี้จะหาเหตุอะไรมายึด
ก็อย่างว่า บางคนมีปากก็พูดไป ไม่ยอมเก็บเอาไว้ยามหน้าหนาว !
อีกเรื่องที่พรรคเพื่อไทยทำท่าว่าจะ "ห้าแต้ม" ก็เรื่องที่ พิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย ในอดีตเป็นถึง รมช.คลัง แต่กลับพูดหน้าตาเฉยว่า มีการเจรจาเสนอชื่อ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นนายกรัฐมนตรีแนบท้ายญัตติอภิปรายไม่ไววางใจ
ไม่รู้ว่า เพียงแค่เห็นว่า เสธ.หนั่น เดินสายพบคนนั้นคนนี้ ก็เลยทึกทักเอาว่า น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีในนาม ครม.แห่งชาติได้...เสธ.หนั่น เดินในแนวนั้นมันก็อาจจะเข้าใจได้ว่าอย่างนั้นจริง แต่คนอย่าง เสธ.หนั่น เป็นคนที่หักหลังคนหรือ ?
แล้วที่พูดมาอย่างนี้ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ตกลงกันแต่แรกว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นหัวหน้าทีมซักฟอก จะเอาไปไว้ที่ไหน
ถึงน้ามิ่ง แกจะเป็นคนที่ออกแนวประนีประนอม แต่ น้ามิ่ง ก็ตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ พวกพ้องบริวารแกก็สะสมจนเต็มโกดัง แล้วมาพูดจาอย่างนี้ มันก็ต้องถามกันตรงๆ ว่า พรรคเพื่อไทยกำลังเล่นอะไรกัน
ที่ผ่านมาคนเขาค่อนขอดว่า ถ้าทักษิณไม่สั่ง ก็ไปไม่เป็นอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งมาแสดงให้เห็นความสามารถแค่นี้อีก เห็นทีอนาคตพรรคเพื่อไทยที่คิดฝันว่าจะเป็นสถาบันพรรคการเมือง นับวันก็ยิ่งฝันไกลไปทุกที
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



