
"ขรก-ลูกจ้างกทม."แห่ลงทะเบียนบ้านยิ้ม
"ขรก-ลูกจ้าง กทม." แห่ลงทะเบียนโครงการบ้านยิ้มล้น กทม.ขยายวงเงินเพิ่มเป็น 3,000 ล้าน
(1ก.พ.) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เวลา 11.00 น. (กทม.) นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการบ้านยิ้ม เฟส 2 (เพิ่มเติม) ซึ่งเป็นนโยบายของ กทม. ที่ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การเคหะแห่งชาติ (กคช.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) , ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ให้ความช่วยเหลือข้าราชการ และลูกจ้างประจำของ กทม. ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยสามารถเช่าซื้อบ้านได้ในราคาต่ำ และจะเปิดบ้านยิ้มเฟสต่อๆ ไปในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการให้ได้มากที่สุด ว่า ภายหลังที่ กทม.ได้ปิดโครงการฯ เฟส1 และเฟส 2 ไปแล้วนั้นมีวงเงินกู้รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อผ่านระยะเวลาไปช่วงหนึ่งที่ผู้กู้ผ่อนชำระคืนมาแล้วนั้น ทำให้ขณะนี้วงเงินกู้เหลือประมาณ 3,700 ล้านบาท
นายธีระชน กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 สำนักพัฒนาที่อยู่อาศัย (สพอ.) จึงได้พิจารณาขยายวงเงินของโครงการฯ เฟส 2 เพิ่มเติมอีก 1,000 ล้านบาท โดยให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 – 28 ก.พ. 54 โดยวันนี้ (1 ก.พ.) มีข้าราชการและลูกจ้างของกทม. มาลงทะเบียนแล้วเกือบ 2,000 คน ซึ่งตนคาดว่าจะไม่เพียงพอกับวงเงิน 1,000 ล้านบาท ตนจึงเรียนไปยัง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อขออนุญาตให้สิทธิกู้ยืมกับทุกคนที่มาลงทะเบียนในวันนี้ (1 ก.พ.) ซึ่งจะขยายวงเงินเพิ่มเติมเต็มที่ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท วงเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 6,700 ล้านบาททั้งนี้ ปัจจุบัน กทม. มีเงินฝากประมาณ 30,000 ล้านบาท ถือว่าสภาพการคลังของ กทม. นั้นมีเสถียรภาพค่อนข้างสูง ซึ่ง กทม. ก็จะนำเงินจำนวนนี้มาเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการ และลูกจ้าง กทม. โดยขณะนี้ข้าราชการและลูกจ้างที่เข้าร่วมโครงการนี้มีประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ของข้าราชการและลูกจ้างของ กทม.ที่มีอยู่ประมาณ 60,000 คน สำหรับคนที่ยังไม่ได้รับอนุมัติในครั้งนี้ กทม. และ สพอ.จะมีการประชุมเปิดเฟสใหม่ต่อไป อย่างไรก็ตาม กทม. ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนอื่นๆ จะนำไปเป็นต้นแบบในการรักษาบุคลากรของตนเอง



