
จีนส่งเครื่องบินไปรับพลเมืองที่อิยิปต์หวังให้กลับบ้านตรุษจีน
จีนส่งเครื่องบินไปรับพลเมืองที่อิยิปต์ หวังให้กลับบ้านทันตรุษจีน / สนามบินไคโรโกลาหล / ต่างชาติยังอยู่จำนวนมาก ครม.ใหม่อียิปต์สาบานตนรับตำแหน่ง/รองปธน.สัญญาแก้ไขรธน.
(1ก.พ.) เจ้าหน้าที่การบินพลเรือนของจีน เปิดเผยว่า ได้เตรียมจะส่งเครื่องบินอีกอย่างน้อย 4 ลำ ไปอพยพชาวจีน 2,000 คน ในอิยิปต์ ที่ยังติดอยู่ท่ามกลางการประท้วงตามถนนสายต่างๆที่ยืดเยื่อมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว โดยคาดว่าเครื่องบิน 2 ลำ จะออกเดินทางจากจีนในวันนี้หลังจากสายการบิน 2 แห่ง ส่งเครื่องบินไปอิยิปต์เมื่อวันจันทร์ เพื่อรับพลเมืองจีน 480 คนที่ติดอยู่ที่สนามบินไคโร และยังจะมีเครื่องบินอีก 2 ลำ ถูกส่งไปในวันพุธ โดยลำหนึ่งจะถูกส่งไปยังเมืองลักซอร์ เพื่อรับนักท่องเที่ยวฮ่องกงประมาณ 200 คน และอาจจะส่งเครื่องบินไปเพิ่มอีกถ้าจำเป็น
ทางการระบุว่า พยายามจะนำพลเมืองจีนกำลับบ้านให้ทันช่วงเทศกาลตรุษจีน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ได้เพิ่มการอพยพนักท่องเที่ยวและแรงงานออกจากอิยิปต์ ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่ขยายตัวขึ้นเพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค ลงจากอำนาจ
ที่สนามบินนานาชาติไคโร ซึ่งกำลังเต็มไปด้วยความโกลาหลนั้น พบว่า ชาวต่างชาติหลายพันคน พากันเดินทางหนีการประท้วงในอิยิปต์ ขึ้นเที่ยวบินพิเศษกลับบ้าน หรือไม่ก็สนามบินใกล้เคียงในเมดิเตอร์เรเนียน และนอกจากความโกลาหล ที่เซ็งแซ่ไปด้วยเสียงตะโกน และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเครียดแล้ว บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน ยังเลวร้ายมากขึ้น เนื่องจากพนักงานของสายการบินอิยิปต์แอร์ ไม่สามารถไปทำงานได้ เพราะติดเคอร์ฟิว ช่วงเวลาระหว่าง15.00 น. - 08.00 น. รวมถึงการจราจรที่ใช้การไม่ได้ทั่วเมืองหลวง
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ได้อพยพชาวอเมริกันมากกว่า 1,200 คน ขึ้นเครื่องบินเช่าและคาดว่าจะไปรับเพิ่มอีกราว 1,400 คน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่ง พี.เจ. โครวลีย์ โฆษกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า เครื่องบิน 6 ลำ จะบินทั้งหมด 9 เที่ยวบิน เพื่อรับชาวอเมริกันจากกรุงไคโรไปยังลาร์นาคา , ไซปรัส , เอเธนส์ , กรีซ และอิสตันบุล ของตุรกี
ชาวอเมริกันคนหนึ่ง ที่เดินทางไปประชุมที่อิยิปต์ และได้รับการช่วยเหลือไปยังเมืงลาร์นาคาได้บรรยายเหตุการณ์ที่มองจากระเบียงชั้นที่ 9 ของโรงแรมในโคไรว่า ผู้คนพากันออกปล้นสะดมภ์ มีการยิงใส่กัน พนักงานโรงแรมต้องใช้ไม้ มีดและกระบอง เพื่อปกป้องแขกไม่ให้ถูกปล้น มีรายงานว่า เครื่องบินทหารสหรัฐลำหนึ่งไปลงจอดที่ลานาร์คา พร้อมผู้โดยสาร42 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐในแอฟริกาและที่อื่น ที่เพิ่งไปประชุมที่อิยิปต์
ทางการตุรกีและกรีซ ได้ประกาศแผนการเพิ่มการลาดตระเวณบริเวณชายฝั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อพยพจากบรรดาประเทศในแอฟริกาเหนือ ฉวยโอกาสเดินทางเข้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป คนงานของบริษัทน้ำมันของกรีซ ที่เดินทางถึงเอเธนส์แล้ว เปิดเผยว่าในระยะทาง 22 กิโลเมตร จากชานเมืองไปยังสนามบิน ต้องผ่านด่านตรวจถึง 19 แห่ง โดยในจำนวนนี้เป็นของพลเรือน 9 แห่ง ทั้งยังมีคนจำนวนมากที่สนามบิน ทำให้ยากที่จะเข้าไปและการที่ตำรวจถอนกำลังออกไปจากถนน ทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในอิยิปต์เสื่อมทรามอย่างยิ่ง ผู้โดยสารชาวเยอรมันที่เพิ่งกลับถึงบ้านโดยเครื่องบินของสายการบินลุฟธันซ่าเปิดเผยว่า ปัญหาก็คือไม่ทราบข่าวสารใด ๆ และไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันต่อไป
แม้แต่อิรัก ก็ยังตัดสินใจส่งเครื่องบิน 3 ลำ ไปอพยพยพลเมืองที่อิยิปต์ รวมทั้งเครื่องบินของนายกรัฐมนตรี 1 ลำ ซึ่งก่อนหน้านี้ ชาวอิรักจำนวนมากได้อพยพไปยังอิยิปต์ เพื่อหนีความรุนแรงภายในประเทศ นอกจากนี้ ก็ยังมีเครื่องบินของอาร์เซอร์ไบจัน ที่ไปรับประชาชน103 คน และศพนักบัญชีของสถานทูต ที่ถูกสังหารระหว่างการประท้วงที่บากู , เครื่องบินของแอร์ อินเดีย , แอร์ แคนาดา , เครื่องบินของอินโดนีเซีย ที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและแรงงาน และเครื่องบินของ เอสเอเอส เดนมาร์ค
ผู้โดยสารคนหนึ่ง เปิดเผยว่า เทอร์มินอลเต็มไปด้วยผู้คนที่ตื่นตระหนก ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ที่เกต และต้องรวบรวมเงินกันเพื่อจ่ายให้ตำรวจที่เฝ้าประตูไป 2 พันดอลล่าร์
ปัญหาใหญ่ในขณะนี้ ก็คือ ยังเหลือนักท่องเที่ยวอีกหลายชาติตกค้างอยู่ในหลายพื้นที่ของอิยิปต์ รวมทั้งอังกฤษ ที่เชื่อว่ามีประมาณ 3 พันคน
คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของอียิปต์สาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวาน หลังประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก สั่งปลดคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์เพื่อหวังบรรเทากระแสโกรธแค้นของผู้ชุมนุมที่ต้องการให้เขาลาออก คณะรัฐมนตรีชุดนี้ประกอบด้วยผู้ที่จงรักภักดีต่อมูบารัก และยังคงรัฐมนตรีตำแหน่งสำคัญ เช่น กลาโหม และต่างประเทศไว้ตามเดิมโดยจอมพล ฮุสเซน ทานทาวี คุมกระทรวงกลาโหมมายาวนานมาก ส่วนนักธุรกิจเด่นๆที่เคยคุมตำแหน่งด้านเศรษฐกิจและมีส่วนวาง
นโยบายเปิดเสรีเศรษฐกิจของประเทศถูกปรับออกไป
นอกจากนี้ในวันเดียวกันหนังสือพิมพ์ของทางการหลายฉบับได้ตีพิมพ์เนื้อหาในคำสั่งของประธานาธิบดีมูบารักที่มีถึงนายอาห์เหม็ด ชาฟิค ที่บอกให้เขาเร่งดำเนินการปฏิรูปการเมือง รัฐสภา และรัฐธรรมนูญโดยเร็ว
แต่ดูเหมือนว่าความพยายามปรับคณะรัฐมนตรีและการให้คำสัญญาเรื่องการปฏิรูปยังไม่เพียงพอสร้างความพอใจแก่ผู้ชุมนุมที่ต้องการให้มูบารักลาออกจากตำแหน่งได้ บางคนบอกว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีอะไรใหม่ยังคงเป็นรัฐมนตรีหน้าเดิม
นอกจากนี้นายโอมาร์ สุไลมาน ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานาธิบดีของอียิปต์พยายามหาทางเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารักเพื่อหวังยุติการนัดเดินขบวนครั้งใหญ่ 1 ล้านคนในวันนี้ โดยเขาได้แถลงเมื่อวานว่าประธานาธิบดีได้ขอให้เขาเริ่มเจรจากับกลุ่มการเมืองทั้งหลายเพื่อดำเนินการปฏิรูปรัฐธรรมนูญและรัฐสภา เพื่อจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขและกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการ แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหรือระบุกลุ่มที่รัฐบาลต้องการเจรจาด้วย
ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้มีการยกเลิกข้อจำกัดเข้มงวดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดี และการเลือกตั้งจะจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้
นอกจากนี้นายสุไลมาน ยังบอกด้วยว่า ภารกิจสำคัญอันดับแรกของรัฐบาล คือ เรียกคืนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประเทศกลับคืนมา และปราบปรามคอร์รัปชั่น
แต่กลุ่มต่อต้านมูบารัก นำโดยนายโมฮาเหม็ด เอลบาราเด อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูสากลของสหประชาชาติ และกลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮู้ด ยืนยันต้องการให้ประธานาธิบดีวัย 82 ปีที่ปกครองประเทศแบบเผด็จการมานาน 30 ปีลาออกจากตำแหน่งเท่านั้น พวกเขาได้จัดตั้งคณะคณะกรรมการที่ประกอบด้วย เอลบาเราเดและและบราเธอร์ฮู้ดเพื่อเตรียมเจรจายื่นข้อเรียกร้องกับรัฐบาล



