
ข่าวลือปฏิวัติเป็นแค่กลลวง
เอแบคโพลล์บอกว่าไปสำรวจคนกรุงเทพฯ 2,194 คน ถามว่าเชื่อไหมว่าจะมีการปฏิวัติ 22.6% บอกว่าเชื่อ แต่ 77.4% บอกว่าไม่เชื่อ
ข่าวลือเรื่องปฏิวัติที่โหมกระพรือกันในช่วง 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมานั้น เป็นประเด็นการเมืองมากกว่าเรื่องที่จะมีใครกล้าวางแผนปฏิวัติ เพราะว่าตั้งแต่รัฐมนตรีกลาโหมมาถึงผู้บัญชาการทหารบกนี่ยืนยันว่าไม่ได้คิดเรื่องเหล่านี้ เสนาธิการทหารบกก็บอกว่าข่าวนี้มาจากไหน ใครคิดก็คงจะมีสติปัญญาที่ฟั่นเฟือนพอสมควร เพราะว่าการปฏิวัติทุกวันนี้หากดูบทเรียนที่ผ่านมาโดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้ ก็จะทราบว่าการปฏิวัติไม่มีทางแก้ปัญหาการเมืองของบ้านเมืองนี้ได้เป็นอันขาด มีแต่จะสร้างความแตกแยกเพิ่มเติม
ฉะนั้นการที่มีการพูดในที่สาธารณะว่ามีนายทหารแอบประชุมกันเพื่อจะปฏิวัตินั้น น่าจะเป็นความพยายามที่จะสร้างความแตกแยกระหว่างกองทัพกับรัฐบาลมากกว่าที่จะทราบเบาะแสแล้วมาฟ้องกับประชาชน เพราะว่าถ้าหากทหารแอบวางแผนปฏิวัติจริงข่าวต้องไม่รั่ว และทหารที่คิดปฏิวัติจริงจะต้องเป็นทหารที่คิดสั้นอย่างยิ่ง เพราะว่าหลังปฏิวัติแล้วจะปกครองบ้านเมืองอย่างไร
ทุกคนทราบดีว่าปัญหาบ้านเมืองทุกวันนี้จะต้องกลับไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ใช้วิธีข่มขู่คุกคาม ใช้เพียงการรวมตัวกันเพื่อจะเรียกร้องหรือยื่นคำขาด เพราะว่าประชาธิปไตยหากจะฝังรากได้นั้นจะต้องเคารพในความเห็นที่แตกต่าง
ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ถึงแม้จะอ้างเป็นประชาธิปไตยแต่ก็เป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น เนื้อหาสาระแห่งความเป็นประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยต้องต่อสู้ต่อไปเพื่อให้ได้มาการปฏิวัติแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่
แต่ขณะเดียวกันการใช้วาทกรรม การใช้กลเม็ดทางการเมืองเพื่อสร้างความได้เปรียบของตนเองอย่างเดียวไม่คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมก็มิใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง
ฉะนั้นภารกิจของคนไทยทั่วไปทุกวันนี้ยังคงต้องก้มหน้าก้มตาช่วยกันสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง ปฏิเสธการปฏิวัติ ปฏิเสธผลประโยชน์ของกลุ่มการเมือง ปฏิเสธคนที่รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองเท่านั้น
สุทธิชัย หยุ่น



