
กขช.ไฟเขียว5แผนอุ้มราคาข้าวตั้งโต๊ะรับซื้อ2ล้านตัน-เบรกซื้อข้าวสารนำตลาด
กขช.อนุมัติ 5 โครงการแทรกแซงราคาข้าว ตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวในพื้นที่ชาวนาถูกกดราคา ไม่เกิน 2 ล้านตัน นายกฯ เบรกโครงการรับซื้อข้าวสารนำตลาด ชี้ทำให้เพิ่มภาระในการดูแลสต็อกเหมือนรับจำนำ เพิ่มค่าใช้จ่ายให้รัฐบาล
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปี 2553 จำนวน 5 โครงการ จากที่มีการเสนอทั้งสิ้น 6 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือกปี 2553/54 หรือตั้งโต๊ะรับซื้อข้าว 2.โครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก 3.โครงการเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าว 4.โครงการรับฝากข้าวเปลือกในยุ้งฉางเพื่อรอการจำหน่าย และ 5.โครงการผลักดันการส่งออกข้าวปี 2554
ทั้งนี้ โครงการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกจะทำในบางพื้นที่กรณีขายข้าวเปลือกได้ราคาต่ำกว่าราคาอ้างอิง หรือเกษตรกรถูกกดราคา กำหนดปริมาณรับซื้อไม่เกิน 2 ล้านตัน วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 - มกราคม 2555 ส่วนโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก จะมีในพื้นที่ 56 จังหวัด จำนวน 150 ครั้ง ใช้งบประมาณ 6.5 ล้านบาท ขณะที่โครงการรับฝากข้าวในยุ้งฉางเกษตรกรเพื่อรอการจำหน่ายนั้น รับฝากที่ราคา 80% ของราคาประกัน
ส่วนโครงการที่ไม่ผ่านความเห็นชอบได้แก่ โครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวสารนำตลาด ในการประชุมนายอภิสิทธิ์ได้สอบถามถึงสาเหตุที่ราคาข้าวเปลือกในตลาดลดลง 4-5% สวนทางกับราคาสินค้าเกษตรอื่นที่เพิ่ม แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว อีกทั้งนายกฯ และกรรมการหลายคนเห็นว่า หากซื้อข้าวสารในราคานำตลาด 5% ปริมาณ 2 ล้านตัน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท จะทำให้มีข้าวสารในสต็อกรัฐเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับโครงการรับจำนำ และทำให้รัฐต้องมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาข้าว
ด้านนายปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย และกรรมการ กขช. กล่าวว่า โครงการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวนั้น จะไม่ตั้งโต๊ะรับซื้อทั่วไป แต่การดำเนินการจะพิจารณาเฉพาะจุด หรือเขตที่พบว่าราคาข้าวต่ำกว่าราคาอ้างอิง และในช่วงนี้ตนเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องทำโครงการนี้ เพราะข้าวนาปีออกสู่ตลาดหมดแล้ว โดยควรตั้งโต๊ะช่วงเดือนมีนาคม-ตุลาคม 2554 ที่จะมีผลผลิตข้าวนาปรังออกมามากกว่า
นายธราดล กล่าวว่า ในที่ประชุม กขช. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กขช. ยืนยันในที่ประชุม กขช.ว่ารัฐบาลได้ระบายข้าวสารในสต็อกออกไปแล้ว 4 ล้านตัน จากสต็อก 5 ล้านตัน ลดค่าใช้จ่ายค่าเก็บสต็อกได้ 6.5 พันล้านบาทต่อปี จากปกติประมาณ 9 พันล้านบาทต่อปี ราคาที่ขายได้นั้นอยู่ที่ 80% ของราคาตลาด ขณะที่ในอดีตรัฐบาลขายข้าวในสต็อกรัฐในราคา 60% ของราคาตลาด



