
'เพรียวพันธ์'โผล่ท่ามกลางฝุ่นตลบ
สถานการณ์รัฐบาลสัปดาห์หน้ายังไม่มีอะไรที่จะเซอร์ไพรส์ที่จะทำให้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส
ยังคงเฝ้ารอปาฏิหาริย์เพื่อมาคลี่คลายแรงกดดันจากคน 2 กลุ่ม
โดยมีกระทรวงการต่างประเทศที่ค่อยผลิตแถลงการณ์ตอบโต้กัมพูชา ที่ล่าสุดออกแถลงการณ์ให้กัมพูชาปลดธงออกจากจุดที่กลุ่มพันธมิตรเรียกร้องว่าเป็นผืนแผ่นดินไทยออกเสีย
การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรแม้จะไม่ได้มีความหวือหวา มวลชนที่มาร่วมก็บางตา แต่การปิดถนนข้างทำเนียบรัฐบาลอย่างเด็ดขาดนั้น ได้สร้างแรงกดดันให้รัฐบาล เพราะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนในการสัญจรไปมา
กลุ่มพันธมิตรรู้เรื่องนี้ดี และเชื่อว่า ความอดทนต่อเสียงก่นด่า เพื่อให้ผ่านระยะเวลานี้ไปได้ แรงกดดันของคนเมืองหลวงจะทวีความรุนแรง เบนเป้าไปยังรัฐบาล
นั่นจะเป็นแรงบวกที่จะส่งถึงในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ช่วงที่รัฐบาลจะต้องเจอกับศึกในสภา ที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
จุดนั้นจะเป็นจุดที่เรียกว่า หัวเลี้ยวหัวต่อของรัฐบาล และเป็นจุดที่กลุ่มพันธมิตรอาจตัดสินใจเคลื่อนขบวนเพื่อกดดันขั้นรุนแรง
ยึดทำเนียบ ปิดรัฐสภา ล้วนแต่เป็นไปได้
เมื่อสอดประสานกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ต่างฝ่ายต่างก็เสริมกำลังตรึงกันเอาไว้ ไม่แน่ว่า ฮุน เซน อยากจะเล่นการเมืองกับไทยอีกครั้งในจังหวะที่รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับศึกภายในที่มีมากกว่า 2 ด้าน
นั่นอาจทำให้เกิดความลำบากใจแก่กองทัพอีกครั้ง
ไม่แน่ว่าในวันนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ใหญ่แห่ง "บูรพาพยัคฆ์" อาจเอาไม่อยู่ หรือทนเสียงรบเร้าจากน้องๆ ไม่ไหว อาจตัดสินใจไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับเมื่อครั้งเดินเข้าไปเคลียร์ปัญหาคาใจกับน้องๆ หลังจาก บูรพาพยัคฆ์หวิดสิ้นชื่อที่สี่แยกคอกวัวในค่ำคืนที่ 10 เมษายน 2553
"ความหวัง" อาจเป็นเครื่องประโลมใจให้มีชีวิต มีแรงฮึด แต่จะสมหวังหรือไม่ สำนวนหนังกำลังภายในบอกว่า "คนทำ มิสู้ฟ้าลิขิต"
นี่เป็นเกมที่เสี่ยง แต่กลุ่มพันธมิตรก็ไม่มีทางเลือก แม้จะมีแรงเสียดทานจากอาการเบื่อของคนเมืองหลวง แม้จะรู้ว่าอาจมีแนวร่วมมุมกลับที่เห็นคนเสื้อแดงนัดชุมนุมอย่างสงบนัดวันไหนวันนั้น ถึงเวลาพากันกลับ...แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับพันธมิตร
แต่สำหรับกลุ่มเสื้อแดงที่ขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะการออกมาตีปลาหน้าไซในเรื่องปฏิวัตินั้น ก็เพื่อสร้างกระแสและหาแนวร่วมมาเป็นเกราะป้องกันในยามที่เรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นจริง
เพราะในความเป็นจริงนั้น บรรดาขุนทัพทั้งหลายต่างก็ประชุมประเมินสถานการณ์การเมืองกันเป็นปกติกันอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ก็มีท่าทีที่ไม่ค่อยถูกอกถูกใจเท่าไหร่กับความเฉื่อยแฉะของฝ่ายการเมือง
โดยเฉพาะรัฐบาล
ในกรณีกัมพูชานั้น ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่สามารถบูรณาการปัญหาได้
เหตุการณ์เนิ่นนานมาถึงวันนี้ ก็ทำได้เพียงแค่ออกแถลงการณ์กดดันกัมพูชา ตามเสียงเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตร
ทั้งที่ความจริงต่างก็รู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร
ข้ออ้างที่ว่า เกรงศาลกัมพูชาจะตัดสินคดีความทำให้คนไทยไม่ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนนั้นเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น
นี่คือสิ่งที่มีการพูดคุยกันในกองทัพ ที่คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยจับกระแสได้
ปัญหาสำหรับพรรคเพื่อไทยยังเหลือเพียงแค่ประเด็นเดียว คือผู้นำพรรคตัวจริงเสียงจริง
หลังจากเอาใจมาแบ ตีแผ่กันให้ดู ระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กับ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ในก่อนหน้านี้แล้ว ดูเหมือนว่า ขุนพลบนเวทีปราศรัยอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม ออกอาการน้อยอกน้อยใจ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร "มาสเตอร์มายด์" ตัวจริงของพรรคเพื่อไทยไม่เห็นหัว ก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง
ถึงไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่การได้รับการจัดลำดับชั้นในปาร์ตี้ลิสต์ที่พอจะยอมรับได้ว่า "ให้เกียรติกันบ้าง" แล้ว
ปัญหาก็คือ "หัว" ที่แท้จริงของพรรคเพื่อไทยนั้นคือใคร ?
ใครที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ?
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ...ใช่ 2 คนนี้หรือ ?
อย่าลืมว่า ยังมีคนในตระกูลอยู่อีกหนึ่งที่มีบารมี ได้รับการยอมรับอยู่อีกคน
คนคนนั้นก็คือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. ในขณะนี้
ญาติผู้พี่ของ "หญิงอ้อ" พจมาน ณ ป้อมเพชร เป็นคนที่ได้รับการยอมรับจาก พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งคนที่เคยแวดล้อมและเป็นมือไม้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า "คนเดือนตุลา" ก็ให้การยอมรับ เพราะเป็นนายตำรวจใหญ่ที่ยังพอจะมีบารมีอยู่ และยังเป็นลูกอีสาน คนชัยภูมิ
มีกระแสข่าวว่า ข้อตกลงนี้มีขึ้นที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค เมื่อไม่นานมานี้
กระแสข่าวนี้เท็จจริงอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่านายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยุบสภาในวันไหน
ถึงม็อบทั้งหลายจะทำให้ฝุ่นคละคลุ้ง แต่อย่าลืมจับตาใบลาออก ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนั้นก็แล้วกัน !



