
อียิปต์กับอนาคตตะวันออกกลาง
รัฐบาลอียิปต์ของประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ไปไม่รอดแน่นอน ถึงแม้ตอนนี้จะพยายามพยุงรักษาอำนาจไว้ด้วยมาตรการไม้อ่อนและจำยอมต่างๆ ก็ตาม สาเหตุที่ทำไม่ได้คือ การเมืองอียิปต์เลยจุดหักเหแล้ว
ประเด็นแรก คนอียิปต์ไม่กลัวรัฐบาลหรืออำนาจรัฐอีกต่อไป ประชาชนซึ่งถูกกดขี่มานานถึงสามสิบปีได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงออกอย่างเสรีและการปกครองแบบประชาธิปไตย
ประเด็นที่สองคือ การเมืองลูกไม้เก่าๆ ที่ มูบารัก พยายามงัดออกมาไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป การขอร้องให้มีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ประท้วงเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปทางการเมืองอย่างที่เคย ฟังดูแล้วน่าประทับใจ แต่ประชาชนก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้ของรัฐบาลอย่างเด็ดขาด เพราะรู้ดีว่ามันเป็นกลลวงรัฐบาลที่ต้องการซื้อเวลา เพื่อครองอำนาจต่อไป
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอียิปต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นครั้งนี้ จะมีผลกระทบกระเทือนอันมหาศาลต่อการเมืองในตะวันออกกลางอย่างแน่นอน ยากจะหยั่งลึกได้ในตอนนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีใครกล้าคิดเลยว่าเผด็จการอย่างประธานาธิบดีมูบารักจะต้องจำยอมต่อพลังประชาชนอย่างที่เห็นในทีวี หลังจากประชาชนตูนิเซียหลั่งไหลออกมาบนถนนขับไล่รัฐบาลเผด็จการของ อดีตประธานาธิบดีเบน อาลี ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้
ประเทศที่ต้องเจอศึกหนักคือ สหรัฐอเมริกาเพราะได้ให้การสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทั้งสองอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีความชัดเจนในการให้ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ทั้งสองประเทศถือเป็นประเทศอิสลามกระแสหลัก
สหรัฐอเมริกาได้ให้เงินช่วยเหลือรัฐบาลอียิปต์มาตลอดปีละหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในฐานะพันธมิตรแท้จริงในการต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ในตะวันออกกลาง (ตามจริงอียิปต์ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ เป็นทั้งอาหรับและแอฟริกา)
ที่น่าสนใจคือ การเมืองภาคประชาชนมีจุดเริ่มขึ้นในเอเชีย หลังการเปลี่ยนแปลงในฟิลิปปินส์ในปี 1988 ที่ล้มล้าง ประธานาธิบดีมาร์กอส ได้ มีอิทธิพลต่อการเมืองภาคประชาชนในอียิปต์เหมือนกัน ความเจริญทางด้านเทคโนโลยีทำให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลและรู้เรื่องการเมืองในเชิงเปรียบเทียบมากขึ้น กล้าแสดงออก จึงไม่แปลกที่รัฐบาลอียิปต์พยายามระงับการใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือทันที
ในโลกกระแสโลกาภิวัตน์ สภาพความเป็นอยู่เป็นเรื่องสำคัญ นอกจากปัจจัยทางด้านการเมือง ข้าวยากหมากแพงเป็นสาเหตุหลัก ทำให้ประชาชนออกมาเรียกร้อง เพราะถือว่าเป็นเรื่องปากท้องยอมไม่ได้ ในช่วงหลัง ชีวิตความเป็นอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางมีความลำบากมากขึ้น และรัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจต่อความเป็นอยู่เท่าที่ควร
บทเรียนราคาแพงคือ ประชาชนสามารถจำยอมต่อการกดขี่ทางการเมืองได้นานแสนนานตราบเท่าที่ชีวิตความเป็นอยู่พอทนได้ แต่ถ้าเรื่องปากท้องในชีวิตประจำวันมีปัญหาคับแค้น ประชาชนต้องออกมาดิ้นรนกัดฟัน ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดอย่างที่เห็นในอียิปต์และตูนิเซีย
พลังประชาชนที่ไร้เดียงสา จะถูกปลุกขึ้นมาด้วยตัวของมันเอง ทำให้เกิดความกล้าหาญอย่างที่เห็น ไม่มีอำนาจเผด็จการสามารถมากีดกันได้



