
เร่งฟื้นฟูป่ารอยต่อ5จว.ภาคตะวันออกตามพระราชเสาวนีย์
เกือบ 10 ปีแล้ว ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ระยอง และชลบุรี ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เพื่อการพัฒนาและฟื้นฟูสภาพในพื้นที่ตามพระราชเสาวนี
“ขอให้ทหารช่วยดูแลเรื่องป่าไม้และน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดและป่าเขาใหญ่ โดยขอให้ทหารและกรมป่าไม้ รวมทั้งส่วนราชการอื่นๆ ปลูกฝังแนวคิดให้แก่ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ ให้อยู่ร่วมกันกับป่าไม้อย่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยไม่เข้าไปรบกวนป่าไม้ ตลอดจนการพัฒนาอาชีพให้แก่ประชาชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย”
ทำให้มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เร่งดำเนินการทุกรูปแบบ เพราะถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นผื้นป่าที่มีความสำคัญมาก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนับว่าเป็นป่าผืนใหญ่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร โดยที่อยู่บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออก มีอาณาเขตครอบคลุมติดต่อกันถึง 5 จังหวัด โดยมีเนื้อที่กว่า 1.2 ล้านไร่
พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ และสัตว์ป่านานาพันธุ์ ถือได้ว่าเป็นป่าดงดิบลุ่มต่ำเป็นพื้นที่ป่ารอยต่อระหว่างระบบนิเวศภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย และพิเศษไปกว่าป่าอื่นๆ ในภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ามากมายกว่า 600 ชนิด ที่สำคัญคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่
อาทิ ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง สัตว์จำพวกนกนานาพันธุ์และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย จึงถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมพันธุกรรมสัตว์ป่าที่สำคัญของประเทศอีกแห่งหนึ่ง
นอกจากนี้ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำประแสร์ และแม่น้ำจันทบุรี ด้วยเหตุนี้ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จึงมีน้ำไว้ใช้ในการบริโภค และภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ
ทั้งนี้ที่ผ่านมาป่ารอยต่อทั้ง 5 จังหวัด ได้ลดปริมาณเนื้อที่จากที่เคยมีกว่าหลายล้านไร่ ลงตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ซึ่งเคยมีเนื้อที่มากถึง 5 ล้านไร่ ได้ถูกบุกรุกจนเหลือเพียง 6 แสนไร่เท่านั้น ถือว่าเป็นอัตราการบุกรุกสูงที่สุดถึงขั้นวิกฤติ ซึ่งธรรมชาติไม่สามารถที่จะรักษาดุลยภาพด้วยตัวเองต่อไปได้ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา
ที่ผ่านมาในพื้นที่ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และจันทบุรี ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ยังความเสียหายมาสู่ชีวิตและทรัพย์ เป็นผลให้ป่าไม้ถูกทำลาย และสาเหตุหลักคือการปิดให้ทำไม้ทั่วประเทศ เส้นทางชักลากไม้นับร้อยเส้นทางที่ถูกสร้างขึ้นในการลำเลียงไม้ออกจากป่าสัมปทาน รวมถึงการเข้าไปจับจองพื้นที่ของราษฎรที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทำกิน รวมถึงกลุ่มอิทธิพล และนายทุนที่เข้าไปบุกรุกทำลายพื้นที่ที่ผ่านมาทำให้เกิดการชุมนุมขนาดเล็กใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดมีความชุ่มชื่น มูลนิธิจึงต้องรักษาต้นน้ำลำธารและสัตว์ ที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น รวมถึงช้างป่าก็มีมากขึ้นด้วย ทำให้ช้างที่อยู่ข้างนอกกลับเข้ามาอยู่ในป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ซึ่งจะเป็นปัญหาเรื่องอาหารของสัตว์ที่อยู่ในป่ารอยต่อมาก ขณะนี้ทางมูลนิธิได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทั้งกองกำลังจันทบุรี-ตราด หรือกองกำลังบูรพา หรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ก็ได้ดำเนินการร่วมกันอย่างเข้มแข็ง ทำให้ป่ารอยต่อดีขึ้น
โดยเฉพาะไฟป่าที่เคยเกิดขึ้นทุกปี แต่ปีที่ผ่านมาก็ไม่เกิดขึ้น แม้แต่การบุกรุกทำลายป่าก็แทบจะไม่มีเลย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทางมูลนิธิต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงานป่ารอยต่อ รวมถึงประชาชนที่เข้าใจในการดูแลรักษาป่า ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดจะทำคูดักช้างรอบๆ พื้นที่ ตอนนี้ได้ทำไว้กว่า 100 กิโลเมตรแล้ว โดยจะกันช้างให้อยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ไม่ให้ออกไปนอกพื้นที่ ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีเนื่องจากยังขาดงบประมาณแต่ก็ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่นำเงินงบประมาณ และเงินที่ได้รับบริจาคเข้ามาสมทบในมูลนิธิ คิดว่าอีก 1-2 ปี โครงการดังกล่าวจะเกิดความเรียบร้อย
พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า เวลานี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้อนุรักษ์รักษาป่ารอยต่อ ต้นน้ำ ลำธาร ที่อยู่ในป่ารอยต่อก็ทำให้เกิดความสมบูรณ์ สามารถดูแลแม่น้ำต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ ทุกครั้งที่มาและดูแลอย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญถ้าป่าสมบูรณ์ทุกอย่างก็สามารถอนุรักษ์ไว้ได้ทั้งหมด และผลจากการอนุรักษ์พื้นป่าประโยชน์ทุกอย่างก็จะตกไปอยู่กับประชาชน ทั้งนี้ เมื่อเราช่วยกันก็จะทำให้ป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นอีก
“เป็นห่วงในเรื่องของไฟป่า และการบุกรุกทำลายป่า แต่เรื่องการดูแลสัตว์ป่าก็มีความสำคัญมาก ทุกอย่างจะต้องเป็นไปด้วยกัน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จะต้องอยู่ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ให้ได้ พระองค์ท่านทรงห่วงใยป่าไม้ตรงนี้มาก ทั้งนี้ หากไม่ช่วยกันดูแลพื้นป่า น้ำก็จะลดน้อยลง และก็หมดไป ทำให้เสียหายต่อประเทศชาติ และที่สำคัญคือสัตว์ป่าหลายๆ ชนิดที่ได้อาศัย พระองค์ท่านทรงให้ช่วยดูแลพื้นที่ป่าทางภาคตะวันออกที่มีอยู่ 5 จังหวัด ที่จะต้องช่วยกัน ซึ่งก็พยายามที่จะมาทำให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาเราก็สามารถทำได้ระดับหนึ่ง”
การบุกรุกทำลายป่าก็ยังมีอยู่ แต่เราก็เข้าไปดำเนินการ ทำให้ป่าดีขึ้น เพราะหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่กองกำลังพื้นที่จันทบุรี-ตราด กำลังทหารพราน กองกำลังบูรพา ที่ขึ้นตรงกับกองทัพภาคที่ 1 และเป็นพื้นที่ที่รับผิดชอบก็เข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ในพื้นที่เมื่อถึงเวลาหน้าแล้งก็จะเดือดร้อน เพราะในป่านี้จะมีความแห้งแล้ง น้ำในป่าก็ไม่ค่อยมี เพราะฉะนั้นสัตว์ป่า สัตว์ต่างๆ ก็จะออกมาแย่งอาหารกับคน ซึ่งอยู่ในป่านี้ พืชผลต่างๆ ที่ประชาชนปลูกเอาไว้ ก็มีสาเหตุมาจากช้างปล้น
ปัญญา ทิ้วสังวาลย์



