ข่าว

พันธมิตรจุดติดเพียงผิวแผ่ว

พันธมิตรจุดติดเพียงผิวแผ่ว

31 ม.ค. 2554

เคยเขียนบทความเตือนพวกพันธมิตรไปเมื่อครั้งที่ออกมาเดินขบวนใหญ่ที่ต่อมากลายเป็นการปิดสนามบินเมื่อปี 2551 ว่าเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ของพวกเขาเอง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกพวกเขาหวังจะได้เป็นรัฐบาลแทนพรรคพลังประชาชนนั้นก็เป็นพรรคการเมืองระบบเก่าไม่ต่า

 ทั้งยังจะเชี่ยวชาญลูกเล่นต่างๆ มากกว่าใคร แล้วท้ายสุดก็จะต้องมาหักกับพันธมิตรเอง เพราะโดยพื้นฐานแล้วธรรมชาติของหลักคิดมันต่างกัน ตอนนั้นไม่มีใครฟัง ถึงตอนนี้หันมาด่าในข้อหาที่หนักกว่าทักษิณเสียอีก คือขายแผ่นดิน แต่ทว่าการเป็นพันธมิตรวันนี้มีอุปสรรคมากเหลือเกิน

 ทีมงานผู้ขับเคลื่อนพันธมิตรและเครือข่ายอาจคุยอวดได้ว่ามีคนมาชุมนุมหลายพันคน แม้ว่าจะน้อยกว่าเสื้อแดงเป็นสิบเท่า แต่พวกเขาก็ยังน่าจะหวั่นใจอีกหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องท่อน้ำเลี้ยงและการระดมพลที่ต้องทำกันเองโดยไม่มีประชาธิปัตย์คอยช่วยหรือใครจะกล้าเป็นกำลังใจ จึงไม่รู้ว่าจะยืนเวทีได้นานกี่วัน ความปลอดภัยในการชุมนุมก็ยังน่ากังขา เพราะความบาดหมางในอดีตระหว่างพันธมิตรกับตำรวจระดับผู้ปฏิบัติยังไม่ได้รับการฟื้นฟู ส่วนกับเสื้อแดงระดับรากหญ้านั้นถึงพันธมิตรจะแบะท่ากวักมือให้มาร่วมกันโค่นรัฐบาล แต่มวลชนเสื้อแดงนั้นไม่เอาด้วยอย่างแน่นอน เนื่องด้วยเหตุผลหลักที่ผลักให้กลายเป็นเสื้อแดงนั้นไม่ใช่อะไรอื่น ก็คือเกลียดพันธมิตรนั่นเอง

 พันธมิตรพยายามทำด้านที่ตนต้องทำอย่างเต็มที่ในกรอบที่มัดปากตนเองไว้ในทางสงบ อหิงสา แต่ก็โยนหินไปหวังให้บิ๊กทหารดำเนินการบางอย่างในสิ่งที่ฝ่ายใดก็ทำไม่ได้ ในเมื่อทหารไม่ทำ ภาวะเสถียรทางการเมืองก็เกิดขึ้นทันที เนวิน จับจุดตรงนี้ได้ในคืนวันที่พันธมิตรออกมานั่นเอง การประชุมแก้รัฐธรรมนูญจึงไม่พัก ล่วงตีสามย่างเข้า 26 มกราคม ก็ผ่านวาระสัดส่วน 375-125 ตามใจประชาธิปัตย์ เป็นอันแน่ใจได้ว่าต้องมีเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งนักการเมืองขั้วรัฐบาลก็ยังจับมือกันต่อไป

 ฮุน เซน และกลไกเขมรก็เล่นเกมเก่ง นับตั้งแต่การคืนตัวพนิช เอาบุญคุณกับประชาธิปัตย์ จนถึงกักตัววีระ เพื่อกดดันให้ประชาธิปัตย์ทำอะไรบางอย่างกับพันธมิตรที่ต้องรวนหนักขึ้นแน่ ล่าสุดการทุบป้ายชาตินิยมที่วัดแก้วฯ ทิ้ง ก็เป็นทั้งการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทหารไทยและนำการผ่อนคลายมาสู่ชายแดน ในเมื่อฝ่ายรัฐ ฝ่ายทหารและฝ่ายชาวบ้านในพื้นที่มีท่าทีเป็นมิตรต่อกัมพูชา พันธมิตรก็ยิ่งโดดเดี่ยว

 ถ้าไม่ออกมาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ออกมาปิดถนนแล้ว วีระก็ยังติดคุกเขมร วาทะของแกนนำก็สะบั้นสัมพันธ์กับอภิสิทธิ์-สุเทพ อีกทั้งประเด็นอธิปไตยของชาติเป็นประเด็นที่เร้าขึ้นมาแล้วจะกลับจุดยืนได้ยาก ก็เลยไม่รู้เหมือนกันว่าพันธมิตรจะไปไกลเพียงไรหรือจะลงอย่างไรในเกมที่ตนเองเปิด แต่ยากจะหาชัยชนะเจอ บางทีคำตอบอาจอยู่ที่จำนวนมวลชนที่ต้องมากกว่านี้สักสิบเท่า หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ส่งผลโยกคลอนใจใครบางคนให้ดำเนินการเข้าทางพันธมิตรซะกระมัง พันธมิตรจึงจะได้เฮในตอนจบ