
กลิ่นเริ่มโชย
นักวิเคราะห์ทางทหาร นักวิชาการหลายฝ่าย ยังไม่มั่นใจกับข่าวการทำปฏิวัติของทหารผู้กุมอำนาจในกองทัพ เลยไม่มีใครกล้าฟันธงชัดๆ ว่า จะเกิดขึ้นได้หรือไม่
แต่มีอดีตนายทหารใหญ่และเป็นประธานศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารคือ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ออกมาพูดชัดๆ ว่า ปฏิวัติมีแน่นอน แต่บอกไม่ได้ว่าเมื่อไร
แสดงว่าบ้านเมืองเรายังต้องให้ทหารเอาปืนมาบังคับ
คำสัมภาษณ์ครั้งนี้จึงสอดคล้องกับข่าวที่โชยมาก่อนหน้านี้ รับกับพรรคเพื่อไทยที่ออกมาปูดเรื่อง "แผนจตุรทิศพิชิตเมือง"
ประกอบกับขณะนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นช่วงจัดทัพวางกลยุทธ์ทั้งฝ่ายเสื้อแดง พรรคการเมืองฝ่ายค้าน และกลุ่มพันธมิตร ที่ออกมากดดันบนท้องถนน
รัฐบาลกำลังเจอปัญหาม็อบทุกสี และมีโอกาสยืดเยื้อยาวนาน แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะออกมาย้ำเรื่องการยุบสภาช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม อย่างน้อยเพื่อเบรกจุดเดือดม็อบต่างๆ
ถ้ามองว่าการปฏิวัติยังเกิดขึ้นยากเพราะเงื่อนไขยังไม่สุกงอม
แต่การฟันธงของ พล.อ.บุญเลิศ ก็มองข้ามไม่ได้เป็นการตอกย้ำของผู้ช่ำชองวงการทหาร
"มีแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นวันไหน เพราะความวุ่นวายเกิดจากนักการเมือง เหมือนคนเป็นโรคไม่ผ่าตัดก็เรื้อรัง นักการเมืองหน้าเก่าๆ เรื่องเก่าๆ ทุจริต ข่มเหงรังแกข้าราชการและประชาชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
ดูเหมือนแนวคิดของนายทหารท่านนี้ก็คือวงจรของนักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่เห็นชัดมากก็รัฐบาลนี้
กรณีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่วุ่นวาย ยุ่งยาก แทรกแซงล้วงลูกไปหมด ผู้บริหารองค์กรอ่อนแอ ปล่อยให้นักการเมืองเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำจนเละเทะ แม้นายตำรวจที่สมหวังจะชื่นชอบ แต่หากมองด้านคุณธรรม นักการเมืองก็ไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้ให้เห็น
การทุจริตคอรัปชั่นกลายเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองหาทุนดำเนินงานทางการเมือง โดยไม่สนใจว่าประเทศชาติจะเป็นอย่างไร
ทุนต่างชาติก็กล้าๆ กลัวๆ ประเทศจะเดินหน้าอย่างไร
แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะดูดีไม่มีด่างพร้อย แต่คนคนเดียวก็ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองไปรอด
มาถึงวันนี้เสื้อแดง เสื้องเหลือง เริ่มจุดชนวนบนท้องถนน การเมืองเข้าสู่จุดอับอีกครั้ง วงจรการชุมนุมกลับมาอีกรอบ
เมื่อคนไม่มีความหวัง รัฐบาลไม่ได้ดีกว่ายุคที่ผ่านมา การทำมาหากินฝืดเคือง ข้าวของแพงขึ้น
กลิ่นการปฏิวัติเริ่มโชยก็คงไม่แปลก เพราะนี่คือ เหตุผลที่รถถังออกมาปิดเมืองเช่นทุกครั้ง!!



