ข่าว

เสียสถานะ

เสียสถานะ

31 ม.ค. 2554

ตั๋วฝากจาก 3 ขาใหญ่ในรัฐบาล แรงปานน้ำเชี่ยวกราก กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ พ.ต.อ.ลงไปถึงสารวัตร

แม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรี เสียงนุ่มที่อยู่ในพรรครัฐบาลขณะนี้ ขอนายตำรวจแค่ 3 คนยังถูกตัดโควตาไม่อยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ 

 ยุคที่ผ่านๆ มาแม้จะมีเรื่องทำนองนี้ แต่ไม่มีครั้งไหนที่หนักหน่วง ไร้เสียงต่อต้านหรือปฏิกิริยาจากผู้บริหารองค์กรตำรวจเท่าครั้งนี้

 เรียกว่าฝ่ายการเมืองมัดตราสัง ตอกฝาโลง

 ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่อมพะนำกับเสียงอ้อมๆ แอ้มๆ ปฏิเสธว่าไม่มีการล้วงลูก

 ยิ่งช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั๋วฝากการเมืองที่ส่งลงมาโดนกำชับห้ามขยับเด็ดขาด บางหน่วยมีตำแหน่งว่าง 20 เศษๆ แต่ตั๋วการเมืองลงมาเกือบ 30 ตำแหน่ง ที่น่าเจ็บปวดคือ ห้ามตัดทอน ใช้วิชาโยกพวกที่อยู่เก่าออกไป ไม่ต้องคำนึงถึงคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ

 หากเป็นบริษัทเอกชน ก็เจ๊งไปนานแล้ว เพราะหากองค์กรเต็มไปด้วยนักวิ่ง พวกประจบสอพลอ สุดท้ายก็ไปไม่รอด

 องค์กรตำรวจกำลังเข้าสู่ยุคอับ

 ระดับผู้บังคับหน่วยตั้งแต่ผู้บัญชาการลงไปมาถึงผู้บังคับการไม่สามารถเลือกคนมาทำงาน ไม่สามารถให้คุณให้โทษกับผู้ใต้บังคับบัญชาได้

 ใครจะไปเชื่อฟังพอถึงช่วงโยกย้ายก็วิ่งเข้าหาส่วนที่ใหญ่กว่าบ้าง ข้ามฟ้ามาจากการเมืองบ้าง

 สีกากีจึงเต็มไปด้วยการเข่นฆ่า ปัดแข้งปัดขา ทำงานด้วยความหวาดระแวง ทั้งเพื่อนร่วมงาน พวกพ้องน้องพี่ ที่พร้อมจะเลื่อยขาพอถึงจังหวะหรือโอกาสอำนวย

 ไม่ต้องดูอื่นไกล นายตำรวจระดับผู้กำกับในนครบาลใกล้ชิดบิ๊กการเมืองมาดเท่ มีตั๋วฝากให้มาลงในเขตพื้นที่ฐานเสียง ถูกล็อกมาก่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีคำสั่งให้ทำบัญชีโยกย้ายเสียอีก

 มีการแทรกแซงจนเกิดสภาวะ สับสน บัญชีรายชื่อเละตุ้มเป๊ะ เพราะทุกตำแหน่งยิงตรงมาจากนักการเมือง ขนาดพื้นที่อีสานที่ตำรวจส่วนใหญ่รู้กันว่า มีตำแหน่งหรือมีตั๋วไม่หนาแน่น แต่มาคราวนี้เก้าอี้เต็มถูกล็อกไว้หมด

 ผู้บัญชาการเป็นผู้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งในทุก บช. แต่ไม่มีเอกภาพหรืออำนาจตามกฎหมายเห็นเป็นรูปธรรม

 เมื่อผู้นำองค์กร ผู้นำหน่วยไม่สามารถเลือกคนทำงานได้ คำสั่งผู้บังคับบัญชาจึงถูกมองข้าม เพิกเฉย

 ถูกหัวเราะ ถูกชำเลืองด้วยหางตา ไม่ได้มีสถานะเป็นผู้นำเลย!!