ข่าว

"มาร์ค"ลั่นไม่ยุบสภาเพราะคนทำผิดกม.

"มาร์ค"ลั่นไม่ยุบสภาเพราะคนทำผิดกม.

08 เม.ย. 2552

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ลั่นไม่ยุบสภาเพราะเหตุมาจากคนทำผิดกม. ย้ำชัดใครทำผิดกม.รัฐพร้อมดำเนินการเด็ดขาด รับผู้ชุมนุม 8 หมื่นคนแล้ว สั่งปรับมาตราการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุล้อมขบวนรถที่พัทยา ระบุ หากพบตำรวจรู้เห็นเป็นใจเจอดีแน่ ยกเหตุตำรวจอยู่เหนือกม.ไม

(8เม.ย.) ร.ร.อมารี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่ชุมนุมใหญ่ ว่า ยังไม่มีอะไรเป็นช่วงที่ผู้ชุมนุมกำลังทยอยเดินทางมาชุมนุมกันอยู่ แต่เมื่อคืนนี้ ( 7 เม.ย.) ได้ซักซ้อมความเข้าใจกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่งถึงแนวทางของรัฐบาล ซึ่งจะดูแลให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบ และขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา มีอะไรผิดปรกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่และขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ ตนเชื่อว่าส่วนใหญ่ที่มาก็มีความต้องการที่จะแสดงออกอย่างสงบ แต่ก็ขอให้ระมัดระวังเพราะมีคนบางกลุ่มต้องการเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการรายการก่อเหตุการณ์ความรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ข่าวคราวที่ออกมาประกอบกับเหตุการณ์เมื่อวานก็เป็นตัวบ่งบอกว่ามีคนที่ต้องการให้เกิดความรุนแรง เราก็จะระมัดระวังไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรง แต่ว่าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องจับกุมดำเนินคดี

 เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าผู้ชุมนุมจะมีจำนวนเท่าไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าให้พูดออกไปเลย เพราะจะไปเป็นเงื่อนไขให้แกนนำนำไปพูดบนเวที ต่อข้อถามว่าจะมีประมาณ 80,000 คน ตามที่ ผบช.น.ระบุไว้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี คงใกล้เคียงกับที่หลายฝ่ายประเมินกัน

 ต่อข้อถามว่ามีการวางมาตรการดูแลบุคคลสำคัญอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่ามีการเตรียมมาตรการไว้แล้ว โดยเมื่อวันจันทร์ ที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาก็มีการประชุมหน่วยงานความมั่นคงก็หารือกันเรื่องนี้ ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีการลอบวางเพลิงสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆนั้น เบาะแสที่ได้รับมานั้นเราได้ตอบสนองและดูแลอยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่าวานนี้( 7 เม.ย.)เกิดเหตุการณ์หลายอย่างรวมถึงการจับกุมคนร้ายที่พยายามลอบสังหารองคมนตรีด้วยนั้นมีความเชื่อมโยงกับการประกาศแตกหักของกลุ่มเสื้อแดงในการชุมนุมใหญ่วันนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าคงไม่ใช่ น่าจะเป็นเหตุบังเอิญ เพราะฉะนั้นรัฐบาลถึงไม่ประมาท จึงได้มีการซักซ้อมความเข้าใจอยู่ตลอดเวลา และขอให้ความมั่นใจในเรื่องความเป็นเอกภาพของทุกหน่วยงานในการที่จะดูแลทุกอย่างให้เกิดความเรียบร้อย

 เมื่อถามอีกว่า ยังมั่นใจหรือไม่ว่าทุกหน่วยงานมีความเป็นเอกภาพ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดที่พัทยาดูเหมือนตำรวจยังมีปัญหาในเรื่องการดูแลความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีความเป็นเอกภาพ แต่ในบางส่วนที่อาจจะมีความหละหลวมก็ต้องแก้ไข ซึ่งที่พัทยาก็ต้องแก้ไขแน่นอน เพราะจะมีการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

 “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยาก็ต้องไปทบทวน เพราะความจริงแล้วสถานการณ์เช่นนั้นไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ไม่เป็นไรเพราะเหตุเกิดขึ้นกับผม แต่ที่ผมห่วงคือประชาชนไม่อยากให้มีการปะทะกัน ไม่อยากให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่มีปัญหากัน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้นำที่จะเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนพร้อมคู่เจรจาในระหว่างวันที่ 10-12 เม.ย.หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่าไม่มีผลกระทบ ตนสอบถามรมว.ต่างประเทศแล้วได้รับการยืนยันว่าผู้นำทุกคนพร้อมเดินทางมาร่วมประชุม

 ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ที่มีการนำขบวนนายกรัฐมนตรีไปติดอยู่กลางเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังไปทบทวนดูทั้งหมดว่ามีปัญหาอะไร แต่ในส่วนของการทำงานในวันนี้จะไม่มีเฉพาะตำรวจ เพราะตำรวจได้ร้องขอให้ทางกองทัพมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน รวมถึงการประสานงานกับกระทรวงยุติธรรมในกรณีที่จำเป็นต้องใช้อำนาจศาลก็จะทำอย่างรวดเร็วที่สุด
 เมื่อถามว่าจะจัดการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ ถ้าพบว่าไปสมรู้ร่วมคิกกับกลุ่มผู้ชุมนุม นายกรัฐมนตี กล่าวว่า แน่นอน ถ้าตำรวจไม่ปฏิบัติแน่นอนก็ต้องถูกดำเนินการ เพราะเท่ากับว่าตำรวจทำผิดกฎหมาย ตำรวจไม่มีสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่าได้รับรายงานก่อนหน้านี้ว่าจะถูกลอบปองร้าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อเช้าตนถูกสอบถามเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา ตนจึงเรียนว่าเมื่อวานซืนก็ได้รับการเตือนเอาไว้ว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น เพียงแต่ไม่ทราบว่าจะเป็นรูปแบบใดเท่านั้นเอง

 เมื่อถามว่ามีข่าวลอบทำร้ายตัวนายกรัฐมนตรีทำไมไม่เปลี่ยนมาใช้รถกันกระสุนในการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังเชื่อว่าตนยังปลอดภัย

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าการที่ครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.เป็นการส่งสัญญานอะไรหรือไม่กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมไม่ทราบว่าข่าวนี้มีการยืนยันแค่ไหน แต่ก็ฝากให้ผู้ชุมนุมคิดก็แล้วกันว่าในขณะที่มีเรียกร้องให้ท่านทั้งหลายมาชุมนุมกันเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสงบ แต่มันก็มีความเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่มที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงแล้วตัวคนที่ชักชวนให้มาชุมนุมก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าจะใช้วิธีการที่เด็ดขาด รัฐบาลจะยังคงใช้วิธีการละมุนละม่อมเข้าไปจัดการชุมนุมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้ความละมุนละม่อมกับการใช้ความรุนแรงมันไม่เกี่ยวกับว่าเรายอมรับความรุนแรงของอีกฝ่ายหนึ่ง ตนยืนยันว่าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพียงแต่รัฐบาลจะไม่ทำผิดกฎหมาย ให้ความมั่นใจตรงนี้ได้เพราะมีความพยายามที่จะพูดว่าถ้าเกิดความรุนแรงขึ้นเป็นเพราะรัฐบาลใช้ความรุนแรงก่อน ตนก็บอกด้วยความมั่นใจว่ารัฐจะไม่มีการใช้ความรุนแรงจากภาครัฐก่อนโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันใครก่อการจลาจล ใครทำผิดกฎหมาย ถ้าถูกจับกุมก็จะดำเนินการคดีอย่างเด็ดขาดแน่นอน เพราะมีการวางกล้องวงจรปิดเพื่อเก็บภาพไว้เป็นหลักฐานครบถ้วนหมดแล้ว และจะดำเนินการอย่างเต็มที่

 เมื่อถามย้ำว่าทางกลุ่มยืนยันว่าจะใช้วิธีการรุนแรงมากที่สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาไม่มีสิทธิ์ทำผิดกฎหมาย และ ถ้าคุณบอกว่าคุณใช้ความรุนแรงคุณก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย ถ้าคุณเรียกร้องประชาธิปไตยคุณก็ต้องยึดหลักประชาธิปไตย ต่อข้อถามว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะชุมนุมกดดันให้รัฐบาลยุบสภาภายในวันนี้ให้ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ยุบสภาเพราะมีคนมาทำผิดกฎหมาย รัฐบาลจะยุบสภาก็ต้องเมื่อการยุบสภาเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับบ้านเมือง แต่ถ้าหากจะใช้ความรุนแรงรัฐบาลก็จะไม่ยุบสภา แต่จะจัดการกับความรุนแรงนั้น แต่ถ้าเรียกร้องประชาธิปไตยแล้วมาพูดคุยปรึกษาเดินหน้าปฏิรูปการเมืองอย่างนี้ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าบอกว่าจะมาใช้ความรุนแรงข่มขู่ให้รัฐบาลยุบสภารัฐบาลไม่ทำ เพราะรัฐบาลจะไม่ยอมให้กับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย

 เมื่อถามต่อว่าดูเหมือนกลุ่มเสื้อแดงจะใช้กฎหมู่ เช่นการล้อมโรงพัก รัฐบาลจะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ ทุกอย่างต้องเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา ผู้สื่อข่าวถามว่าในช่วง 3 วันนี้ ถือเป็นช่วง 3 วันอันตรายสำหรับประเทศหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ถือว่ามีความเสี่ยง เพราะเวลาที่มีการชุมนุมของคนหมู่มากก็มีความเสี่ยง แต่เราก็ถือว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่จะดูแลไม่ให้มีการทำอะไรที่รุนแรงเกิดขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าจะมีมือที่สามเข้าไปวางระเบิดในกลุ่มชุมนุม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมนึกไม่ออก มือที่สามมาจากไหนหรือครับ ก็มือที่ 1 และ 2 นั้นแหละครับ แต่รัฐบาลไม่มี”

  ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หลังจากที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงชลบุรีบุกล้อมกรอบและทุบทำลายรถ เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าเช้าวันเดียวกันนี้ ( 8 เม.ย.) นายกรัฐมนตรีได้เดินทางออกจากบ้านพักสุขุมวิทเมื่อเวลา 07.30 น. โดยขบวนรถยนต์ของนายกรัฐมนตรียังเป็นไปตามปกติที่เคยใช้ คือ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นรถนำขบวน มีรถเบ็นซ์ของตำรวจกองปราบ ทะเบียน ษฐ 106 นำ รถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังคงใช้รถบีเอ็มดับบลิว ซีรีย์ 7 สีดำ ทะเบียน ศฮ 9201 คันเดิม จากนั้นจึงเป็นรถของเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ปิดท้าย ซึ่งวันนี้ได้เปลี่ยนมาใช้รถเบ็นซ์แวนสีดำ ทะเบียน ฌฉ 4636 เนื่องจากรถโตโยต้า พราโด้ คันเดิมอยู่ระหว่างการซ่อมกระจกด้านหลังที่แตกเสียหาย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรียังได้มีการประสานไปยัง กอง บก.จร. 02 เพื่อสอบถามเส้นทางในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผิดจากที่ผ่านมาที่มักไม่ค่อยมีการประสานล่วงหน้า ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยบริเวณบ้านพักของนายกรัฐมนตรีในซอยสุขุมวิท 31 นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ทองหล่อ และหน่วยอรินทราชทั้งในและนอกเครื่องแบบก็ดูแลอย่างเข้มงวด

 จากนั้นเวลา 08.00 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดโครงการ และปล่อยขบวนคาราวานรณรงค์ลดอุบัติเหตุจราจร ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางพลัด เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล และสายสืบประมาณ 300 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ปากทางเข้าวัดภคินีนาถ เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมในเวทีบำนาญทางสังคมเพื่อผู้สูงอายุไทยถ้วนหน้าและยั่งยืน จากนั้นเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เดินทางมาเป้นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์