
กษิตทวิตหนังสือประท้วงเขมรออก31ม.ค.
หอการค้าบุรีรัมย์หวั่นความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบการเจรจาเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องสายตะกู บุรีรัมย์ ล่าช้า พร้อมจี้รัฐบาลเร่งเจรจาเขมรแก้ปัญหาให้จบโดยเร็ว
(31ม.ค.)นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้ทวิตข้อความบนเว็บไซต์ twitter.com ระหว่างเดินทางเยือนประเทศสโลวีเนีย ว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ท่าเรือโคเปอร์ ประเทศสโลวีเนีย ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับสองในแถบเมติเตอร์เรเนียน ซึ่งคิดว่าน่าจะช่วยเป็นจุดกระจายสินค้าของไทยในอนาคตได้อีกแห่งหนึ่ง ผมคาดว่าหนังสือประท้วงกัมพูชาฯจะออกได้วันนี้ โปรดรอติดตาม
นายรัชพล ตระหนักยศ ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดขณะนี้ ทางกัมพูชาได้มีการระดมกำลังทหารจากทุกหน่วยพร้อมอาวุธประจำกาย และอาวุธหนัก เข้ามาตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ รวมถึง จ.สุรินทร์ นั้น ตนมีความวิตกกังวลว่าจะส่งผลทำให้การเจรจาเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เกิดความล่าช้าออกไป
ทั้งนี้ จากการประชุมระหว่างภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จังหวัดบุรีรัมย์ที่ผ่านมา ทางหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ และทางจังหวัดบุรีรัมย์ได้ทำหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เพื่อเจรจาหารือถึงความเป็นไปได้ในการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนดังกล่าวร่วมกัน เพราะขณะนี้รอเพียงหนังสือตอบรับจากทางจังหวัดอุดรมีชัยเท่านั้น รวมทั้งขออนุมัติจากทางมหาดไทย และ ฝ่ายความมั่นคงอีกครั้งหนึ่ง
จากกรณีความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ดังกล่าว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลได้เร่งเข้าไปเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นให้จบลงโดยเร็ว เพื่อให้ความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างสองประเทศกลับคืนมา ซึ่งจะส่งผลให้การเจรจาเปิดจุดผ่อนปรนชายแดนบริเวณดังกล่าวเป็นรูปธรรมเร็วขึ้น รวมทั้งส่งผลดีกับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ได้ร่วมกันเร่งผลักดันการค้าชายแดนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ประสบผลสำเร็จโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องให้กลุ่มผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่างๆ ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายมากกว่านี้ และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ ขอให้นึกถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองเป็นหลัก เพราะกรณีดังกล่าวควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลได้เข้าไปเจรจาถึงปัญหาและหาข้อสรุปร่วมกันจะดีกว่า



